นมแม่ดีที่สุด
เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้คุณเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะเราเชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก ทั้งยังให้ประโยชน์กับทารกในหลายด้าน การเตรียมตัวช่วงก่อนและระหว่างการให้นมทารกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คุณควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่สมดุล
เมื่อคุณตัดสินใจที่จะไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกับการใช้นมสูตรสำหรับทารก อาจลดประสิทธิภาพในการสร้างน้ำนมของคุณเองและทำให้การกลับมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อีกครั้งทำได้ยากขึ้น ดังนั้นก่อนเริ่มใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรคำนึงถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมร่วมด้วย หากจำเป็นต้องใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียม การใช้ และการเก็บรักษา อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของทารก
เพื่อช่วยในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิธีให้อาหารทารก แนะนำปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทุกครั้ง
ตรวจสอบบทความโดย: ปรียาภรณ์ อัมหธร
วิทยาศาตรบัณฑิต สาธารณสุขศาสตร์ สาขาโภชนวิทยา
ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต จิตวิทยาสาขาจิตวิทยาพัฒนาการ
คุณพ่อคุณแม่หลายคน ต่างรอคอยวันที่ลูกรักจะเอ่ยเรียกคุณพ่อคุณแม่ ด้วยคำว่า “แม่” และ “พ่อ” เป็นครั้งแรก สิ่งนี้ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ
นอกจากนั้นยังมีพัฒนาการเด็ก 1 ขวบอีกหลายสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกต สำหรับพัฒนาการทางด้านร่างกาย เด็กน้อย 1 ขวบจะเริ่มทำกิจกรรมต่างๆ ได้เองมากขึ้น เริ่มจากเรื่องการยืนเดิน เมื่อถูกดึงตัวขึ้น เขาจะยืนได้เองโดยไม่ต้องมีคนพยุง แต่อาจจะยืนได้เพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้น เด็กน้อยจะสามารถเกาะเดินไปตามเฟอร์นิเจอร์ได้แล้ว หรือบางครั้ง เดินได้โดยมีคนจับมือข้างหนึ่งไว้ และบางทีอาจจะเห็นเขาเดินก้าวแรกได้ด้วยตัวเองแล้วนะคะ
พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตเห็นการช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้นในกิจกรรมต่างๆ เช่น ดื่มจากถ้วยโดยมีคนช่วยถือ หยิบอาหารกินเอง หรือใช้นิ้วมือชี้หรือแหย่สิ่งต่างๆ
ในส่วนของพัฒนาการทางสติปัญญาเด็ก 1 ขวบ ตามที่เกริ่นไปข้างต้น นั่นก็คือ ลูกน้อยจะเอ่ยคำว่า“แม่” และ “พ่อ” ในช่วงวัยนี้ค่ะ นอกจากนั้น เขาจะส่ายหัวเพื่อบอกว่า “ไม่” เป็นอีกด้วย ลองสังเกตดูนะคะ ลูกน้อยจะจำชื่อของคนในครอบครัวได้แล้วค่ะ และจะมีการแสดงอาการวิตกกังวลเมื่อเจอคนแปลกหน้าด้วย
ลูกน้อย 1 ขวบจะเริ่มเลียนเสียงและกิริยาท่าทางของเด็กโตหรือผู้ใหญ่ เขาจะสามารถเข้าใจคำสั่งง่ายๆ ได้แล้ว อย่างเช่น “ส่งของเล่นให้แม่” และมีทักษะในการจดจำ มีสมาธิดีขึ้น ซึ่งจะเห็นว่าลูกน้อยจะจำกิจวัตรประจำวันได้ เช่น ลองบอกว่า “ได้เวลาอาบน้ำแล้ว” และลองสังเกตดูค่ะ พอลูก 1 ขวบ เด็กน้อยจะเริ่มสนใจสิ่งต่างๆ ในบ้าน และรอบๆ ตัว รวมทั้งหนังสือและของเล่น ขยับตัวตามเสียงเพลง รู้จักมองหาสิ่งของที่มองไม่เห็น เช่น ของเล่นที่ตกลงไปใต้โต๊ะ
นอกเหนือจากความปลาบปลื้มใจในคำเรียก“พ่อ” “แม่” ของลูกน้อย ยังมีพัฒนาการต่างๆ อีกมากมายหลายประการใช่ไหมละคะ คุณพ่อคุณแม่ต้องจับตาดูพฤติกรรมต่างๆ ดังกล่าวของลูกด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าลูกรักเจริญเติบโตครบขวบปีได้อย่างสมบูรณ์แบบหรือไม่นะคะ
เมื่อลูก 1 ขวบ จะเริ่มสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ส่งเสียงเอะอะ ร้องเรียกให้หันมาสนใจ ใช้นิ้วชี้ไปยังสิ่งของที่ตัวเองต้องการเพื่อให้คนอื่นหยิบให้ แม้จะ 1 ขวบ แต่ลูกก็ยังกลัวสิ่งต่างๆ อย่างเคย เช่น กลัวสัตว์ กลัวอาบน้ำ กลัวความมืด กลัวเสียง แต่ไม่ต้องห่วง เพราะความกลัวเป็นผลจากการจินตนาการของเด็ก ที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำความเข้าใจ และใจเย็นกับลูกให้มากเพราะวัย 1 ขวบนี้ ลูกมักจะมีอารมณ์อ่อนไหวง่าย ถ้าขัดใจนิดเดียว อาจถึงกับโมโหและร้องไห้ทันที นอกจากนั้น พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ จะมีการแสดงความเป็นตัวเองมากขึ้น รู้จักปฎิเสธ รู้จักพยักหน้า
ลูก 1 ขวบจะเริ่มสนใจเพื่อนรอบข้างมากขึ้น เริ่มสังเกตุคนที่อยู่รอบตัว เริ่มเปรียบเทียบของเล่นตัวเองกับของเพื่อน ทำให้บางครั้งเริ่มรู้จักไปคว้าของคนอื่นมาเล่นเอง
เมื่อลูกน้อยอายุครบ 1 ปี ขึ้นไป เพื่อพัฒนาการที่ดี พ่อแม่ควรให้เด็กทานอาหารหลักให้ครบ 3 มื้อ และที่สำคัญคือ สารอาหารต้องให้ครบทั้ง 5 หมู่ และควรเป็นอาหารที่รสไม่จัด ไม่ควรใส่เครื่องปรุง เติมสารปรุงแต่งใดๆ เช่น อาหารของเด็ก 1 มื้อควรมีข้าวสวยนิ่มทานง่ายๆ และเพิ่มโปรตีนโดยการเติมไข่ หรือเนื้อสัตว์ที่ทานง่าย จากนั้นมีการเติมผักใบเขียว หรือผักสีส้มเหลืองเข้าไป เพื่อช่วยเสริมวิตามิน แร่ธาตุ ทำอาหารสำหรับเด็ก 1 ขวบขึ้นไป สามารถใช้วิธีผัด ทอด หรือทำเป็นแกงจืด และจะให้ลูกใช้ช้อนตักอาหารทานด้วยตนเองก็ได้ ฝึกให้ทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ลูกชิน เช่น ประโยชน์ของผัก-ผลไม้ และเนื้อปลา จะทำให้ลูกเริ่มเรียนรู้ และมีนิสัยการกินที่ดีต่อไป เพื่อพัฒนาการที่ดีของเด็ก 1 ขวบขึ้นไป
ในช่วงอายุ 1 ขวบ เด็กจะมีพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจที่สำคัญ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เด็กเริ่มแสดงออกถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ในด้านร่างกาย เด็กสามารถนั่งเองได้ พยายามยืน และบางคนอาจเริ่มเดินได้ การใช้มือและการหยิบจับสิ่งของก็มีความสามารถมากขึ้น เช่น การหยิบช้อน หรือการถือของเล่นด้วยมือทั้งสองข้าง
ด้านการสื่อสาร เด็กจะเริ่มพูดคำแรก เช่น "แม่" หรือ "พ่อ" และอาจเริ่มใช้ท่าทางในการสื่อสาร เช่น ชี้นิ้วหรือยิ้มตอบ การเข้าใจคำพูดของผู้ใหญ่ก็เริ่มมีมากขึ้น แม้ว่าจะยังพูดไม่ได้มาก แต่เด็กสามารถเข้าใจคำสั่งง่ายๆ ได้ เช่น "เอามาให้แม่หน่อย"
ในส่วนของพัฒนาการด้านสังคม เด็กเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างมากขึ้น เช่น เล่นกับเพื่อนหรือทำท่าทางเลียนแบบผู้ใหญ่
การนอนหลับเป็นส่วนสำคัญในพัฒนาการของเด็กวัย 1 ขวบ โดยระยะเวลานอนรวมต่อวันจะอยู่ที่ประมาณ 12-14 ชั่วโมง ซึ่งความต้องการในการนอนหลับของเด็กวัยนี้ สามารถแบ่งออกเป็นช่วงเวลาต่าง ๆ ดังนี้
-การนอนกลางคืน ใช้เวลาประมาณ 10-12 ชั่วโมงต่อคืน
-การงีบหลับกลางวัน ใช้เวลาประมาณ 1-2 ครั้งรวมกันแล้วไม่เกิน 1-3 ชั่วโมง
การตั้งเวลาเข้านอนที่เป็นเวลาตรงกันทุกวัน และการสร้างกิจวัตรก่อนนอนที่เหมาะสม เช่น การอาบน้ำ อ่านนิทาน หรือการฟังเพลง จะช่วยให้เด็กนอนหลับได้ดีขึ้น และทำให้การนอนในช่วงกลางคืนมีคุณภาพมากขึ้น การนอนหลับที่ดีจะช่วยให้พัฒนาการทางสมองและการเจริญเติบโตของเด็กมีประสิทธิภาพ
1.พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว โดยการให้เด็กเล่นของเล่นที่สามารถช่วยให้เด็กฝึกการเคลื่อนไหว เช่น ลูกบอลหรือของเล่นที่มีปุ่มกดช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการเรียนรู้การทรงตัว
2.พัฒนาการด้านภาษา พ่อแม่สามารถพูดคุยกับลูกทุกวัน แม้จะไม่เข้าใจทุกคำ เด็กจะเริ่มเข้าใจคำศัพท์ที่พ่อแม่พูดและพยายามพูดตาม การร้องเพลงหรืออ่านหนังสือให้ลูกฟังจะช่วยเสริมทักษะการพูดได้ดี
3.พัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์ เด็กในวัยนี้จะเริ่มเรียนรู้การแสดงอารมณ์ เช่น การโกรธหรือการสนุกสนาน การให้โอกาสเด็กได้เล่นกับเพื่อนๆ จะช่วยเสริมสร้างทักษะการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
การสังเกตสัญญาณเตือนเกี่ยวกับพัฒนาการที่ล่าช้าในเด็กวัย 1 ขวบเป็นสิ่งสำคัญ หากเด็กยังไม่สามารถนั่งหรือยืนได้ หรือไม่พูดคำแรก อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความล่าช้าในการพัฒนาการของเด็ก นอกจากนี้การที่เด็กไม่สนใจการสื่อสารหรือไม่มีการแสดงออกทางอารมณ์ก็อาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ต้องระวัง หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรปรึกษากับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กเพื่อรับคำแนะนำและการประเมินการพัฒนาการอย่างถูกต้อง
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง