นมแม่ดีที่สุด

เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้คุณเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะเราเชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก ทั้งยังให้ประโยชน์กับทารกในหลายด้าน การเตรียมตัวช่วงก่อนและระหว่างการให้นมทารกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คุณควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่สมดุล

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกับการใช้นมสูตรสำหรับทารก อาจลดประสิทธิภาพในการสร้างน้ำนมของคุณเองและทำให้การกลับมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อีกครั้งทำได้ยากขึ้น ดังนั้นก่อนเริ่มใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรคำนึงถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมร่วมด้วย หากจำเป็นต้องใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียม การใช้ และการเก็บรักษา อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของทารก

เพื่อช่วยในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิธีให้อาหารทารก แนะนำปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทุกครั้ง

พัฒนาการทารกในครรภ์ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 1 ถึง 40 และการดูแลแม่ตั้งครรภ์ในแต่ละช่วง

ตรวจสอบบทความโดย: สิริมาส  อ่วมชม

พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์

การดูแลแม่และทารกในครรภ์สัปดาห์แรกอย่างถูกวิธี

ตั้งแต่เริ่มรู้สึกถึงอาการคนท้องระยะแรก จนถึงการตรวจพบว่าตั้งครรภ์ ซึ่งแม้ในช่วงตั้งครรภ์สัปดาห์แรกนี้ แม่ส่วนใหญ่จะแทบไม่รู้ตัวเลยว่าตั้งครรภ์จะยังไม่สังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงภายนอกแต่อย่างใด แต่แม่มือใหม่ก็จำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กในครรภ์ เพื่อเตรียมตัวดูแลตัวเอง ยิ่งช่วงสัปดาห์แรกๆ นี้สำคัญมากต่อสุขภาพเด็ก

และการตั้งครรภ์ระยะแรกนี้จะมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วเพราะเซลล์หลังการปฏิสนธินั้นจะมีการแบ่งตัวเกิดขึ้นในทันที เชลล์เริ่งแบ่งตัวเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และเคลื่อนตัวผ่านท่อนำไข่มาสู่โพรงมดลูก

ในระยะเวลาประมาณ 4 วัน หลังจากเกิดการปฏิสนธิ ไข่ที่ได้รับการผสมแล้ว (Fertilized ovum) ในช่วงนี้ จะมีลักษณะเป็นลูกกลม ประกอบด้วยเซลล์ประมาณ 100 เซลล์ ภายในลูกกลมนี้จะเป็นโพรงที่บรรจุของเหลว ซึ่งขนาดของไข่นี้จะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ไข่จะใช้เวลาอีกประมาณ 2 – 3 วัน ลอยอยู่ในโพรงมดลูก เรียกว่า เอ็มบริโอ Embryo ซึ่งจะมีการสร้าง รก( placenta) และสายสะดือ (umbilical cord ) เพื่อเป็นทางนำอาหารจากแม่สู่ลูกและขับของเสียจากลูกสู่แม่

เด็กจะอยู่ในถุงน้ำเรียก amniotic sac ซึ่งป้องกันอันตรายให้กับทารกจากการกระแทก

ในช่วงสัปดาห์แรกนี้ บลาสโตซิสต์จะประกอบด้วยเซลล์สองชั้น:

  1. ชั้นนอก จะพัฒนาไปเป็นรก
  2. ชั้นใน จะพัฒนาไปเป็นตัวอ่อน

ในระหว่างนี้ ร่างกายของมารดาจะเริ่มผลิตฮอร์โมน hCG (human chorionic gonadotropin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ใช้ตรวจสอบการตั้งครรภ์

ทารกในครรภ์สัปดาห์ที่ 1 พัฒนาการที่สำคัญมาก

สัปดาห์แรกของการพัฒนาทารกในครรภ์เป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงที่การฝังตัว และการเริ่มต้นพัฒนาของอวัยวะต่างๆ เกิดขึ้นครั้งแรก

  • ความเสี่ยงและความท้าทาย: ในช่วงสัปดาห์แรก ทารกในครรภ์ยังอยู่ในภาวะที่เปราะบาง ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรสูง ทำให้ต้องดูแลสุขภาพของแม่ในช่วงนี้อย่างมากเป็นพิเศษ
  • การตรวจพบการตั้งครรภ์: ในช่วงสัปดาห์แรก การตรวจพบอาการตั้งครรภ์มักยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องยังต่ำ แต่ถ้ามีการฝังตัวเรียบร้อย ระดับฮอร์โมนจะเริ่มเพิ่มขึ้นและสามารถตรวจพบได้ในสัปดาห์ถัดไป

สรุปได้ว่า แม้ว่าการเริ่มมีอาการตั้งครรภ์ในสัปดาห์แรกนี้ ตัวอ่อนจะมีขนาดเล็กมากและยังไม่มีอวัยวะใดๆ แต่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการในอนาคต การดูแลสุขภาพของมารดาในช่วงนี้จึงมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะการรับประทานกรดโฟลิกเพื่อป้องกันความผิดปกติของระบบประสาทของทารก

สัปดาห์แรกนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยาวนาน 9 เดือนของการตั้งครรภ์ ซึ่งจะมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์ต่อๆ ไป

พัฒนาการทารกช่วงปฏิสนธิ (สัปดาห์ที่ 1–4)

สัปดาห์ที่ 1–2 แม้ว่าจะยังไม่มีการปฏิสนธิ แต่ร่างกายของคุณแม่เริ่มเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ โดยมีการตกไข่และเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกให้พร้อมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน

สัปดาห์ที่ 3 เกิดการปฏิสนธิเมื่อไข่และอสุจิผสมกัน กลายเป็นไซโกต ซึ่งจะเริ่มแบ่งเซลล์และเคลื่อนตัวผ่านท่อนำไข่ไปยังมดลูก

สัปดาห์ที่ 4 ไซโกตที่แบ่งเซลล์แล้วจะฝังตัวที่ผนังมดลูก กลายเป็นบลาสโตซิสต์ และเริ่มพัฒนาเป็นตัวอ่อน

พัฒนาการทารกในช่วงสร้างหัวใจและสมอง (สัปดาห์ที่ 5–8)

สัปดาห์ที่ 5 เริ่มมีการพัฒนาอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ สมอง ตับ และไต หัวใจเริ่มเต้นและสามารถตรวจจับได้ด้วยอัลตราซาวนด์

สัปดาห์ที่ 6–7 แขนขาเริ่มก่อตัวขึ้น และมีการพัฒนาเส้นประสาทส่วนกลาง สมองแบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ เพื่อควบคุมการทำงานของร่างกาย

สัปดาห์ที่ 8 อวัยวะภายในต่าง ๆ เริ่มทำงานร่วมกัน และทารกเริ่มมีการเคลื่อนไหวเล็กน้อย แม้คุณแม่จะยังไม่รู้สึก

พัฒนาการทารกเริ่มเคลื่อนไหว (สัปดาห์ที่ 9–12)

สัปดาห์ที่ 9 ทารกมีขนาดประมาณ 2.3 ซม. และเริ่มมีรูปร่างคล้ายมนุษย์มากขึ้น แขนขาเริ่มเคลื่อนไหวได้เล็กน้อย

สัปดาห์ที่ 10–11 ส่วนอวัยวะภายในพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ระบบประสาทเริ่มทำงาน และทารกสามารถกลืนน้ำคร่ำได้

สัปดาห์ที่ 12 ทารกมีขนาดประมาณ 5.4 ซม. และเริ่มมีการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนขึ้น แม้คุณแม่อาจยังไม่รู้สึกถึงการดิ้น

พัฒนาการทารกช่วงการรับรู้เสียง (สัปดาห์ที่ 13–16)

สัปดาห์ที่ 13 กระดูกเริ่มแข็งแรงขึ้น และมีการพัฒนาของระบบการได้ยิน ทารกสามารถเริ่มรับรู้เสียงจากภายนอกได้

สัปดาห์ที่ 14–15 ทารกเริ่มมีการเคลื่อนไหวที่มากขึ้น และสามารถตอบสนองต่อเสียงหรือแสงจากภายนอกได้บ้าง

สัปดาห์ที่ 16 ทารกมีขนาดประมาณ 11.6 ซม. และเริ่มมีการพัฒนาของเส้นผมและขนตา

พัฒนาการทารกช่วงการเคลื่อนไหวเด่นชัด (สัปดาห์ที่ 17–20)

สัปดาห์ที่ 17 ทารกมีขนาดประมาณ 13 ซม. และเริ่มมีการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนขึ้น คุณแม่อาจเริ่มรู้สึกถึงการดิ้นของทารก

สัปดาห์ที่ 18–19 ระบบประสาทพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทารกสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

สัปดาห์ที่ 20 ทารกมีขนาดประมาณ 16.4 ซม. และมีการพัฒนาของระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่ช่วยในการเคลื่อนไหว

พัฒนาการระบบประสาทและปอด (สัปดาห์ที่ 21–24)

สัปดาห์ที่ 21 ทารกเริ่มมีการพัฒนาของปอดและระบบทางเดินหายใจ แม้ยังไม่สามารถหายใจเองได้

สัปดาห์ที่ 22–23 ระบบประสาทพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีสัมผัสรับรู้ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ กลิ่นและเสียง แม้ว่าตาจะยังปิดแต่ทารกจะสัมผัสถึงแสงจ้าได้ ได้ยินสิ่งที่คุณแม่พูดและรู้สึกเมื่อคุณแม่ลูบท้องเบาๆ

สัปดาห์ที่ 24 ทารกมีขนาดประมาณ 30 ซม. และเริ่มมีการสะสมไขมันใต้ผิวหนังเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเกิด

พัฒนาการการนอนและตื่นของทารก (สัปดาห์ที่ 25–28)

สัปดาห์ที่ 25 ทารกเริ่มมีการกำมือและแบมือได้ และมีการพัฒนาของระบบประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหว

สัปดาห์ที่ 26–27 ทารกเริ่มมีการนอนและตื่นเป็นรอบ ๆ และสามารถตอบสนองต่อเสียงจากภายนอกได้ชัดเจนขึ้นได้ยินเสียงหัวใจคุณแม่ เสียงอื่นๆ และดนตรี และอาจจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการกระทำ ดังนั้นคุณแม่สามารถคุยกับลูกในครรภ์ได้

สัปดาห์ที่ 28 ทารกมีขนาดประมาณ 37.6 ซม. และเริ่มมีการพัฒนาของระบบการหายใจ แม้ยังไม่สมบูรณ์

พัฒนาการของปอดและภูมิคุ้มกัน (สัปดาห์ที่ 29–32)

สัปดาห์ที่ 29 ทารกเริ่มมีการพัฒนาของปอดและระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเกิด

สัปดาห์ที่ 30–31 ทารกมีการสะสมไขมันใต้ผิวหนังมากขึ้น และเริ่มมีการฝึกหายใจโดยการเคลื่อนไหวของหน้าอก

สัปดาห์ที่ 32 ทารกมีขนาดประมาณ 42.4 ซม.มีการพัฒนาของระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่ช่วยในการเคลื่อนไหว หนังตาเริ่มเปิด ตาจะมองเห็นแสงผ่านหน้าท้องของคุณแม่ได้ จะขยับตัวเมื่อได้ยินเสียงดังๆ จังหวะการเต้นของหัวใจจะเปลี่ยนตามแสงและเสียงที่ทารกสัมผัสได้

พัฒนาการด้านการเจริญเติบโต (สัปดาห์ที่ 33–36)

สัปดาห์ที่ 33 ทารกมีขนาดประมาณ 43.7 ซม. และเริ่มมีการพัฒนาของระบบประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวและการตอบสนอง

สัปดาห์ที่ 34–35 ทารกมีการสะสมไขมันใต้ผิวหนังมากขึ้น และเริ่มมีการฝึกหายใจโดยการเคลื่อนไหวของหน้าอก

สัปดาห์ที่ 36 ทารกมีขนาดประมาณ 47.4 ซม. และมีการพัฒนาของระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่ช่วยในการเคลื่อนไหว ศีรษะจะเริ่มหันมาทางปากมดลูก สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของทารกได้จากหน้าท้อง

พัฒนาการทารกเต็มที่พร้อมคลอด (สัปดาห์ที่ 37–40)

สัปดาห์ที่ 37 ทารกถือว่าเต็มวัยและพร้อมสำหรับการคลอด มีการพัฒนาของปอดและระบบประสาทที่สมบูรณ์

สัปดาห์ที่ 38–39 ทารกมีการสะสมไขมันใต้ผิวหนังมากขึ้น และมีการพัฒนาของระบบภูมิคุ้มกันที่ช่วยในการป้องกันเชื้อโรค

สัปดาห์ที่ 40 ทารกมีขนาดประมาณ 51.2 ซม. และพร้อมสำหรับการคลอด

M25-171

คำนวณอายุครรภ์

กรุณาระบุวันครบกำหนดคลอด

กรุณาระบุไม่เกิน 40 สัปดาห์
ไม่ทราบวันครบกำหนดคลอด

คำนวณวันครบกำหนดคลอด

กรุณาระบุวันแรกที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้าย

กรุณาระบุไม่เกิน 40 สัปดาห์

รอบประจำเดือนของคุณอยู่ในช่วงกี่วัน

อายุครรภ์สัปดาห์อื่น

วันครบกำหนดคลอดคือ

Due Date Result Label

8 april 2018

Week Result Label

อายุครรภ์สัปดาห์อื่น

อายุครรภ์ของคุณแม่คือ

สมัครสมาชิก

อายุครรภ์สัปดาห์อื่น

บทความที่เกี่ยวข้อง

carelinepic_resized2

ไฮ-แฟมิลี่ แคร์ไลน์

บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง

x