นมแม่ดีที่สุด
เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้คุณเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะเราเชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก ทั้งยังให้ประโยชน์กับทารกในหลายด้าน การเตรียมตัวช่วงก่อนและระหว่างการให้นมทารกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คุณควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่สมดุล
เมื่อคุณตัดสินใจที่จะไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกับการใช้นมสูตรสำหรับทารก อาจลดประสิทธิภาพในการสร้างน้ำนมของคุณเองและทำให้การกลับมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อีกครั้งทำได้ยากขึ้น ดังนั้นก่อนเริ่มใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรคำนึงถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมร่วมด้วย หากจำเป็นต้องใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียม การใช้ และการเก็บรักษา อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของทารก
เพื่อช่วยในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิธีให้อาหารทารก แนะนำปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทุกครั้ง
โภชนาการของเด็กวัย 1 ปีขึ้นไป ย่อมแตกต่างจากช่วงวัยทารก เพราะเด็กวัยนี้ควรได้รับอาหารมื้อหลักวันละ 3 มื้อ ซึ่งจะต้องเลือกให้ลูกทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่หมาะสม และเสริมด้วยนมวันละ 2-3 แก้ว (หรือกล่อง) โดยเด็กวัยนี้ควรเลิกดูดนมจากขวด แล้วหันมาฝึกดื่มนมจากแก้ว หรือดูดจากหลอด การเลือกนม UHT ที่พกพาง่าย เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดี เพิ่มความสะดวกทำให้ลูกสามารถดื่มนมได้ทุกที่ทุกเวลาค่ะ
เพื่อให้ลูกพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่และก้าวไปได้ไกลกว่า วันนี้ Hi-Family Club จึงมีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับนม UHT กล่องแรกของลูกมาฝากค่ะ
เมื่อต้องเปลี่ยนให้ลูกมาดื่มนม UHT เป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเปลี่ยนจากนมอะไรก็ตาม สิ่งแรกที่คุณ
พ่อคุณแม่ต้องดู คือช่วงอายุค่ะ โดยเด็กที่สามารถดื่มนม UHT ได้ ควรมีอายุ 1 ปี ขึ้นไป
วิธีที่ดีที่สุดในการเปลี่ยนมาทาน UHT
- ช่วงแรกที่มีการเปลี่ยนนมควรต้องค่อยเป็นค่อยไป โดย ให้นมกล่องสลับกับนมที่ลูกดื่มเป็นประจำ เช่น ในช่วงแรกอาจให้วันละกล่อง และยังคงให้นมเดิมในมื้อที่เหลือ
- หลังจากนั้นค่อยๆ เปลี่ยนมาให้ดื่มนม UHT ทั้งหมดแทน ซึ่งอาจใช้เวลา 7-10 วัน จะช่วยให้เด็กสามารถปรับตัวกับนม UHT ได้ดีค่ะ
- หลังจากที่เปลี่ยนเป็นนม UHT แล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตว่าระบบขับถ่าย ผิดปกติ
หรือไม่ เช่น มีอาการท้องเสียหรือท้องผูก รวมไปถึงปริมาณการดื่มนมของลูก ซึ่งควรทานได้ วันละ 2-3 กล่อง (กล่องละ 180 มล.)หากลูกไม่มีอาการท้องผูกหรือท้องเสีย และสามารถดื่มนมได้ในปริมาณปกติหรือใกล้เคียงปกติ แสดงว่าลูกปรับตัวกับนม UHT ได้ดี ก็ไม่มีปัญหาอะไรให้กังวลใจค่ะ
นม UHT ทำ ให้ลูกท้องผูกจริงไหม ?
เด็กส่วนใหญที่อายุ 1 ปีขึ้นไปสามารถปรับตัวและดื่มนม UHT ได้เป็นปกติ แต่อาจจะมีเด็กบางคนที่มีอาการท้องผูกจากการดื่มนม UHT ได้ค่ะ นั่นเป็นเพราะการย่อยและการดูดซึม รวมถึงพฤติกรรมการบริโภค และการขับถ่ายที่ต่างกัน โดยพบว่า มี 3 สาเหตุที่ทำให้ลูกท้องผูกจากนม UHT
1.เพิ่งเปลี่ยนจากนมที่ทานอยู่เดิมไปเป็นนม UHT เด็กแต่ละคนใช้ระยะเวลา ในการ ปรับตัวเพื่อให้เข้ากับนมใหม่ ได้ไม่เท่ากัน อีกทั้งการเปลี่ยนนม ในทันทีทันใดก็อาจ ทำให้ลูกท้องผูกได้
2 . ดื่มนมในปริมาณที่มากเกินไป เช่น เกิน 3 กล่องต่อวัน ทำให้เด็กอิ่มและทานอาหารอื่น ได้น้อยลง ปกติแล้วสำหรับเด็กวัย1ปีขึ้นไปนั้น ข้าวและอาหารหลัก 3 มื้อคือสิ่งที่สำคัญที่สุด นมคืออาหารเสริม การให้ลูกดื่มนมมากเกินไป และทานผักผลไม้ที่มีปริมาณกากใยน้อย รวมทั้งดื่มน้ำน้อยก็ทำให้ท้องผูกได้เช่นกัน
3 . นม UHT มีปริมาณเวย์โปรตีน ที่ย่อยง่าย ใน ปริมาณที่น้อยกว่านมแม่และนมผงอาจส่งผล ให้เด็กบางคนใช้เวลาในการย่อยนมนานขึ้น หากเด็กที่ขับถ่ายไม่เป็นเวลา เริ่มกลั้นอุจจาระได้ อาจทำให้มีอาการท้องผูก ถ่ายแข็งได้
ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรให้ลูกทานอาหารที่มีใยอาหารพรีไบโอติกเพิ่มมากขึ้น เช่น ข้าวกล้อง ผักใบเขียวและผลไม้ต่างๆ รวมไปถึงเลือกนมเสริมสารอาหาร UHT ที่มีใยอาหาร เพื่อช่วยเรื่องระบบขับถ่ายอีกทางหนึ่งนะคะ
นม UHT เสริมอาหาร คืออะไร ?
นม UHT เสริมอาหาร คือ นมวัวน้ำบรรจุกล่องที่มีการเติมสารอาหารเข้าไปเพิ่มเติม เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการตามช่วงวัยของเด็กมากยิ่งขึ้น
นำไปผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ด้วยความร้อน ระบบ Ultra High temperature หรือ UHT โดยใช้อุณหภูมิสูง 135-150 องศาเซลเซียสในช่วงเวลา สั้นๆ 2-3 วินาทีเพื่อทำลายจุลินทรีย์ ที่มีผลเสียต่อสุขภาพทั้งหมด จากนั้นบรรจุใส่กล่องในสภาพปลอดเชื้อทำให้สามารถเก็บนมได้นานขึ้นนั่นเองค่ะ
สารอาหารที่เพิ่มเข้ามาในนม ช่วยเสริมเรื่องอะไร ?
แน่นอนว่านม UHT เสริมสารอาหาร ย่อมมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของเด็กๆ เช่น ดีเอชเอ โอเมก้า 3,6,9 วิตามินต่างๆ และใยอาหาร โดยสารอาหาร แต่ละอย่างก็ช่วยเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ที่แตกต่างกันดังนี้
เสริมพัฒนาการด้านสมอง
ดีเอชเอ : บำรุงสมอง และสายตา
โอเมก้า 3,6,9 : กรดไขมันซึ่งเป็นแหล่งของดีเอชเอ อีพีเอ (โอเมก้า 3) และเออาร์เอ (โอเมก้า 6)
วิตามินบี 12 : ช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมองเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง
เสริมสร้างระบบขับถ่าย
GOS/IcFOS : ใยอาหารพรีไบโอติก ช่วยกระตุ้นการขับถ่ายให้ดีขึ้น
เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
วิตามินบี 6 : ช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน และระบบประสาท
วิตามินซี : ช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกันและมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน เพื่อการทำงานตามปกติของผิวหนัง
เสริมสร้างการเจริญเติบโต
น้ำนมโคแท้ : เป็นแหล่งของแคลเซียม
แคลเซียม : แคลเซียมสูง มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูก และฟันที่แข็งแรง
ทำไม นม UHT เสริมอาหาร ถึงดีสำหรับลูก ?
คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะว่า เด็กไทยในช่วงวัยต่ำกว่า 5 ปี มีภาวะโภชนาการ และปัญหาการเจริญเติบโตไม่เหมาะสม มีทั้งมากไปและน้อยไป โดยเฉพาะใน ช่วงวัย 1-3 ปี สาเหตุมาจากการขาดสมดุลด้านโภชนาการ โดยอาจได้รับสาร อาหารจำเป็นต่อการเจริญเติบโตไม่เพียงพอในแต่ละวัน
หรือบางครั้งได้รับพลังงานมากเกินไป แต่ได้รับสารอาหารที่จำเป็นอื่นๆ ต่อการ เจริญเติบโตน้อยเกินไป จนทำให้กลายเป็นโภชนาการเกินหรือภาวะน้ำหนักเกิน ในเด็กได้ ส่วนภาวะขาดสารอาหารบางประเภท เช่น โปรตีน แคลเซียม อาจส่งผล ให้เด็กมีภาวะเตี้ย ซึ่งแน่นอนว่าการได้รับโภชนาการไม่เหมาะสม ย่อมส่งผลกระทบ ต่อการเจริญเติบโตในด้านต่างๆ ทั้งด้านร่างกายและสติปัญญาของลูกและถึงแม้ว่าเราจะทราบว่าควรให้ลูกรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ แต่เชื่อว่า หลายครอบครัวต้องเจอปัญหาลูกทานยาก จึงอาจทำให้ได้รับสารอาหารที่ไม่ ครบถ้วน การเลือกนมเสริมสารอาหารจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วย ที่ช่วยเสริม โภชนาการเพื่อพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูกได้เป็นอย่างดีนั่นเองค่ะ
การแพ้นมวัวเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็กเล็กและบางรายอาจต่อเนื่องถึงวัยผู้ใหญ่ ซึ่งเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อโปรตีนในนมวัว การเลือกนม UHT ที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้และยังคงได้รับสารอาหารที่จำเป็น
ทางเลือกของนม UHT สำหรับผู้แพ้นมวัว
1.นมพืช (Plant-Based Milk)
-นมโอ๊ต (Oat Milk) เช่น นมแพลนต์เบส จากข้าวโอ๊ตธรรมชาติ ซึ่งทำจากข้าวโอ๊ตธรรมชาติ
-นมอัลมอนด์ (Almond Milk) ที่มีรสชาติหอมมัน และอุดมไปด้วยแคลเซียมและวิตามินต่างๆ
-นมข้าว (Rice Milk) เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้นมวัวและถั่วเหลือง แต่มีปริมาณโปรตีนต่ำกว่านมชนิดอื่น
2.นมสูตรพิเศษ นมสูตรเฉพาะสำหรับดูแลอาการแพ้โปรตีนนมวัวโดยเฉพาะ หรือในทางการแพทย์เรียกว่า นมผง eHF, ซึ่งเป็นโปรตีนผ่านการย่อยอย่างละเอียด (extensively hydrolyzed formula; eHF)
สำหรับการเลือกนม UHTควรตรวจสอบส่วนผสมให้แน่ใจว่าไม่มีโปรตีนจากนมวัวหรือสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ และปริมาณสารอาหาร เปรียบเทียบปริมาณโปรตีน แคลเซียม วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ เพื่อเลือกนมที่มีสารอาหารครบถ้วน ที่สำคัญหากเป็นช่วงอายุ 1-3 ปี ควรเลือกนมตามคำแนะนำของแพทย์
นม UHT (Ultra-High Temperature) ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิสูงในระยะเวลาสั้นๆ ทำให้สามารถเก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็นก่อนเปิดใช้
อายุการเก็บรักษา
-ก่อนเปิดกล่อง สามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นานถึง 6-8 เดือน หรือจนถึงวันที่หมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
-หลังเปิดกล่อง ควรเก็บในตู้เย็นและบริโภคภายใน 24 ชม. เพื่อรักษาคุณภาพและความปลอดภัย
เคล็ดลับในการเก็บรักษา
-เก็บในที่เย็นและแห้ง หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อนโดยตรง
-ปิดฝาให้สนิท หลังจากเปิดกล่อง ควรปิดฝาให้แน่นเพื่อป้องกันการปนเปื้อน
-ไม่ควรดื่มจากกล่องโดยตรง เพื่อป้องกันการนำเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่นม
การดื่มนม UHT อย่างถูกวิธีและในเวลาที่เหมาะสมสามารถช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่
เวลาที่เหมาะสมในการดื่มนม
-ช่วงเช้า ควรดื่มนมหลังตื่นนอนหรือหลังอาหารเช้า เพื่อเสริมพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่
-หลังออกกำลังกาย การดื่มนมหลังการออกกำลังกายช่วยในการฟื้นฟูกล้ามเนื้อและเติมพลังงานที่สูญเสียไป
-ก่อนนอน ควรดื่มนมอุ่นๆ ก่อนนอนช่วยให้หลับสบายและเสริมสร้างกระดูกในระยะยาว
ปริมาณที่แนะนำ
เด็กอายุ 1-3 ปี ประมาณ 2 -3 แก้วต่อวัน
เด็กอายุ 4-8 ปี ประมาณ 2-3 แก้วต่อวัน
วัยรุ่นและผู้ใหญ่ ประมาณ 2-3 แก้วต่อวัน
เคล็ดลับเพิ่มเติม
-ดื่มนมพร้อมอาหารจะช่วยในการดูดซึมสารอาหารและลดโอกาสการระคายเคืองกระเพาะอาหาร
-เลือกนมที่เหมาะสมกับวัย เช่น นมที่เสริมแคลเซียมและวิตามินดีสำหรับเด็ก หรือสูตรไขมันต่ำสำหรับผู้ใหญ่
-หลีกเลี่ยงการดื่มนมพร้อมกับอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เนื่องจากแคลเซียมในนมอาจขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง