นมแม่ดีที่สุด
เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้คุณเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะเราเชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก ทั้งยังให้ประโยชน์กับทารกในหลายด้าน การเตรียมตัวช่วงก่อนและระหว่างการให้นมทารกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คุณควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่สมดุล
เมื่อคุณตัดสินใจที่จะไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกับการใช้นมสูตรสำหรับทารก อาจลดประสิทธิภาพในการสร้างน้ำนมของคุณเองและทำให้การกลับมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อีกครั้งทำได้ยากขึ้น ดังนั้นก่อนเริ่มใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรคำนึงถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมร่วมด้วย หากจำเป็นต้องใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียม การใช้ และการเก็บรักษา อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของทารก
เพื่อช่วยในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิธีให้อาหารทารก แนะนำปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทุกครั้ง
เขียนโดยHiFamily Team
19 มี .ค. 2026
บทความอธิบายว่านม UHT เสริมสารอาหารเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับเด็กวัยหลัง 1 ปี โดยชี้ให้เห็นบทบาทของนมเสริมสารอาหารต่อภาพรวมโภชนาการ การเจริญเติบโต และความสะดวกในการบริโภค พร้อมทั้งกล่าวถึงวิธีเปลี่ยนประเภทนม และประเด็นเรื่องการย่อยหรือการขับถ่ายที่อาจเกิดขึ้น
ประเด็นสำคัญ
อธิบายนิยามของนม UHT เสริมสารอาหารว่าเป็นผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มที่ออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการตามวัย
อธิบายว่านมเสริมสารอาหารช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโต การทำงานของสมอง ภูมิคุ้มกัน และระบบขับถ่าย
เน้นประโยชน์ด้านความสะดวก การพกพาง่าย และการเสริมโภชนาการในกรณีที่เด็กทานอาหารได้ไม่ครบถ้วน
กล่าวถึงความท้าทายเรื่องการปรับตัวของระบบย่อยอาหาร และโอกาสในการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยบริหารภาวะโภชนาการของเด็ก
โภชนาการของเด็กวัย 1 ปีขึ้นไปย่อมแตกต่างจากช่วงวัยทารก เด็กวัยนี้ควรได้รับอาหารมื้อหลักวันละ 3 มื้อ โดยเลือกให้ลูกทานอาหารครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม และเสริมด้วยนมวันละ 2-3 แก้ว (หรือกล่อง) พร้อมทั้งเริ่มเลิกดูดนมจากขวด แล้วหันมาฝึกดื่มนมจากแก้ว หรือดูดจากหลอดแทน
การเลือกนม UHT ที่พกพาง่ายจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดี ช่วยเพิ่มความสะดวก และทำให้ลูกสามารถดื่มนมได้ทุกที่ทุกเวลา
เพื่อให้ลูกพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ และก้าวไปได้ไกลกว่า Hi-Family Club จึงมีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการเลือกนม UHT กล่องแรกของลูกมาฝากคุณพ่อคุณแม่
เมื่อต้องเปลี่ยนให้ลูกมาดื่มนม UHT เป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเปลี่ยนจากนมชนิดใด สิ่งสำคัญอันดับแรกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องพิจารณาคือช่วงอายุ โดยเด็กที่สามารถดื่มนม UHT ได้ควรมีอายุ 1 ปีขึ้นไป
การเปลี่ยนมาทานนม UHT ควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ภายในช่วงประมาณ 7–10 วัน พร้อมทั้งสังเกตอาการและระบบขับถ่ายของลูกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ร่างกายของเด็กมีเวลาปรับตัว และมั่นใจได้ว่าสามารถดื่มนม UHT ได้ในปริมาณปกติโดยไม่เกิดปัญหาสุขภาพ
โดยรวมแล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถวางแผนการเปลี่ยนนมให้ลูกตามลำดับขั้นตอนดังนี้
ช่วงเริ่มต้นการเปลี่ยนนม
ในช่วงแรกของการเปลี่ยนนม ควรให้ลูกลองดื่มนมกล่อง UHT สลับกับนมชนิดเดิมที่ดื่มเป็นประจำ เช่น อาจให้ดื่มนม UHT วันละ 1 กล่อง และยังคงให้นมเดิมในมื้ออื่น ๆ ตามปกติ เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ คุ้นเคยกับนม UHT
ช่วงเปลี่ยนมาทานนม UHT ทั้งหมด
เมื่อลูกเริ่มคุ้นเคยกับรสชาติและการย่อยนม UHT แล้ว จึงค่อย ๆ ปรับให้ดื่มเป็นนม UHT ทั้งหมดแทน โดยกระบวนการเปลี่ยนนี้อาจใช้เวลาประมาณ 7–10 วัน ซึ่งจะช่วยให้เด็กสามารถปรับตัวกับนม UHT ได้ดีขึ้น
ช่วงติดตามอาการและปริมาณการดื่ม
หลังจากเปลี่ยนมาทานนม UHT เป็นหลักแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตว่าระบบขับถ่ายของลูกมีความผิดปกติหรือไม่ เช่น มีอาการท้องเสียหรือท้องผูก รวมถึงคอยดูปริมาณการดื่มนมของลูก ซึ่งโดยทั่วไปควรดื่มได้วันละประมาณ 2–3 กล่อง (กล่องละ 180 มล.)
โดยทั่วไป เด็กวัย 1 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่สามารถดื่มนม UHT ได้ตามปกติโดยไม่ทำให้ท้องผูก อย่างไรก็ตาม เด็กบางคนอาจมีอาการท้องผูกจากการดื่มนม UHT ได้ เนื่องจากความแตกต่างด้านการย่อย การดูดซึม รวมถึงพฤติกรรมการกินและการขับถ่ายของแต่ละคน โดยพบว่ามี 3 สาเหตุหลักที่มักทำให้ลูกท้องผูกจากการดื่มนม UHT ดังนี้
เปลี่ยนจากนมเดิมมาเป็นนม UHT แบบกะทันหัน เด็กแต่ละคนใช้เวลาปรับตัวให้คุ้นเคยกับนมชนิดใหม่ไม่เท่ากัน การเปลี่ยนนมอย่างรวดเร็วในทันทีอาจทำให้ระบบย่อยอาหารยังไม่ทันปรับตัว ส่งผลให้ลูกมีอาการท้องผูกได้
ดื่มนมในปริมาณที่มากเกินไป เช่น ดื่มเกิน 3 กล่องต่อวัน อาจทำให้เด็กรู้สึกอิ่มจนทานอาหารอื่นได้น้อยลง สำหรับเด็กวัย 1 ปีขึ้นไป อาหารหลัก 3 มื้อและข้าวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ส่วนนมถือเป็นอาหารเสริม การให้ลูกดื่มนมมากเกินไป และได้รับผักผลไม้ที่มีใยอาหารน้อย รวมทั้งดื่มน้ำน้อย จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้เกิดอาการท้องผูก
นม UHT มีปริมาณเวย์โปรตีนที่ย่อยง่ายน้อยกว่านมแม่และนมผง จึงอาจทำให้เด็กบางคนใช้เวลาในการย่อยนมนานขึ้น หากลูกขับถ่ายไม่เป็นเวลา หรือเริ่มกลั้นอุจจาระได้ เมื่ออุจจาระค้างในลำไส้นานขึ้นก็อาจทำให้ถ่ายแข็งและเกิดอาการท้องผูกได้
ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรช่วยดูแลระบบขับถ่ายของลูกด้วยการให้ทานอาหารที่มีใยอาหารพรีไบโอติกเพิ่มขึ้น เช่น ข้าวกล้อง ผักใบเขียว และผลไม้ต่าง ๆ พร้อมทั้งเลือกนมเสริมสารอาหารชนิด UHT ที่มีใยอาหาร เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบขับถ่ายอีกทางหนึ่ง
นม UHT เสริมอาหาร คือ นมโคพร้อมดื่มที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง และมีการเติมสารอาหารเพิ่มเติมเข้าไป เพื่อให้ปริมาณสารอาหารเหมาะสมกับความต้องการของเด็กในแต่ละช่วงวัยมากยิ่งขึ้น
นมชนิดนี้จะถูกนำไปผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ด้วยระบบ Ultra High Temperature (UHT) โดยใช้อุณหภูมิสูงประมาณ 135–150 องศาเซลเซียส ในช่วงเวลาสั้น ๆ ราว 2–3 วินาที เพื่อทำลายจุลินทรีย์ที่มีผลเสียต่อสุขภาพ จากนั้นจึงบรรจุลงในกล่องในสภาพปลอดเชื้อ ทำให้นมสามารถเก็บรักษาได้นานขึ้น
นม UHT เสริมสารอาหารมักมีการเติมสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของเด็ก ๆ เช่น ดีเอชเอ โอเมก้า 3, 6, 9 วิตามินชนิดต่าง ๆ และใยอาหาร โดยแต่ละสารอาหารช่วยเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของร่างกายดังนี้:
ดีเอชเอ (DHA): ช่วยบำรุงสมองและสายตา
โอเมก้า 3, 6, 9: กลุ่มกรดไขมันที่เป็นแหล่งของดีเอชเอ และกรดไขมันจำเป็นอื่น ๆ เช่น อีพีเอ (โอเมก้า 3) และเออาร์เอ (โอเมก้า 6)
วิตามินบี 12: ช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง และมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง
GOS/IcFOS: ใยอาหารพรีไบโอติก ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น
วิตามินบี 6: ช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน และมีบทบาทต่อการทำงานของระบบประสาท
วิตามินซี: ช่วยสนับสนุนการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน และมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน เพื่อการทำงานตามปกติของผิวหนัง
น้ำนมโคแท้: เป็นแหล่งของแคลเซียมตามธรรมชาติ
แคลเซียม: มีปริมาณแคลเซียมสูง ช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
เด็กวัย 1–3 ปี เป็นช่วงที่ร่างกายและสมองเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่พบได้บ่อยว่าลูกกินยาก กินน้อย หรือกินไม่ครบถ้วน ซึ่งเด็กไทยในช่วงวัยต่ำกว่า 5 ปี มีภาวะโภชนาการและปัญหาการเจริญเติบโตที่ไม่เหมาะสม ทั้งในรูปแบบได้รับสารอาหารมากเกินไปและน้อยเกินไป ทำให้เสี่ยงได้รับโภชนาการไม่สมดุล นม UHT เสริมสารอาหาร รอบด้านของลูก
นอกจากนี้ ยังมีข้อดีด้าน ความสะดวก พกพาง่าย เก็บได้นาน เหมาะกับวิถีชีวิตครอบครัวยุคปัจจุบัน และช่วยเสริมโภชนาการในวันที่ลูกกินอาหารหลักได้ไม่เต็มที่ อย่างไรก็ตาม นมเสริมสารอาหารควรใช้เป็น โภชนาการเสริม ควบคู่กับการฝึกให้ลูกกินอาหารครบ 5 หมู่ เพื่อสร้างพื้นฐานการกินที่ดีและการเติบโตอย่างสมดุลในระยะยาว
การแพ้นมวัวเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก และในบางรายอาจต่อเนื่องไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อโปรตีนในนมวัว การเลือกนม UHT ที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้ และยังคงได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ
สำหรับผู้ที่แพ้นมวัว ปัจจุบันมีตัวเลือกนม UHT หลายประเภทที่สามารถใช้ทดแทนได้ โดยควรพิจารณาคุณสมบัติและความเหมาะสมของแต่ละชนิด ดังนี้
นมพืช (Plant-Based Milk)
นมโอ๊ต (Oat Milk) ผลิตจากข้าวโอ๊ตธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตัวเลือกจากธัญพืช และมักมีรสชาติละมุน ดื่มง่าย
นมอัลมอนด์ (Almond Milk) มีรสชาติหอมมัน และมักมีการเสริมแคลเซียมและวิตามินต่าง ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมแคลอรี่ และไม่สามารถดื่มนมวัวได้
นมข้าว (Rice Milk) เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้นมวัว และถั่วเหลือง เนื่องจากทำจากข้าวเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตาม นมข้าวมักมีปริมาณโปรตีนต่ำกว่านมประเภทอื่น จึงควรพิจารณาร่วมกับอาหารชนิดอื่น เพื่อให้ได้รับโปรตีนเพียงพอ
2.นมสูตรพิเศษสำหรับผู้แพ้นมวัว
เมื่อต้องเลือกนม UHT สำหรับเด็กที่แพ้นมวัว ควรตรวจสอบฉลากส่วนผสมอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีโปรตีนจากนมวัว หรือสารก่อภูมิแพ้อื่น ๆ อาจแพ้ร่วมด้วย นอกจากนี้ ควรเปรียบเทียบปริมาณสารอาหาร เช่น โปรตีน แคลเซียม วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ เพื่อเลือกนมที่ให้สารอาหารเหมาะสมกับความต้องการของเด็กแต่ละช่วงวัย
โดยเฉพาะในเด็กช่วงอายุ 1–3 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ต้องการสารอาหารครบถ้วนเพื่อการเจริญเติบโต ควรเลือกประเภทนม และสูตรนมตามคำแนะนำของแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเสมอ เพื่อให้ปลอดภัย และเหมาะสมกับภาวะแพ้นมวัวของเด็กแต่ละคน
นม UHT (Ultra-High Temperature) ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิสูงในระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้สามารถเก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็นก่อนเปิดใช้ โดยทั่วไป นม UHT สามารถเก็บที่อุณหภูมิห้องได้นานประมาณ 6–8 เดือนก่อนเปิดกล่อง และควรแช่เย็นและดื่มให้หมดภายใน 24 ชั่วโมงหลังเปิด
ระยะเวลาเก็บรักษานม UHT จะแตกต่างกันไปตามสภาพการเก็บ และสถานะการเปิดกล่อง ดังนี้
ก่อนเปิดกล่อง สามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นานประมาณ 6–8 เดือน หรือจนถึงวันที่หมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
หลังเปิดกล่อง ควรเก็บในตู้เย็น และบริโภคภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาคุณภาพ รสชาติ และความปลอดภัยของนม
การเก็บรักษานม UHT อย่างเหมาะสมช่วยยืดอายุการเก็บ และลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้
เก็บในที่เย็นและแห้ง หลีกเลี่ยงแสงแดด และความร้อนโดยตรง
หลังจากเปิดกล่องแล้ว ควรปิดฝาให้สนิททุกครั้ง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อมภายนอก
ไม่ควรดื่มจากกล่องโดยตรง เพื่อลดการนำเชื้อแบคทีเรียจากปากเข้าสู่นมในกล่อง
การดื่มนม UHT ให้ได้ประโยชน์สูงสุดในแต่ละวันควรคำนึงถึง ช่วงเวลาในการดื่ม ปริมาณที่เหมาะสม และการเลือกสูตรนมให้ตรงตามวัย การจัดสมดุลทั้งสามปัจจัยนี้ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารจากนมอย่างเหมาะสมมากที่สุด
การดื่มนม UHT ในช่วงเวลาที่เหมาะสมช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีและใช้พลังงานจากนมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถดื่มได้ในช่วงเวลาหลัก ๆ ดังนี้
ช่วงเช้า ดื่มนมหลังตื่นนอนหรือหลังอาหารเช้า เพื่อเสริมพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ
หลังออกกำลังกาย ดื่มนมหลังการออกกำลังกาย เพื่อช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อและทดแทนพลังงานที่ร่างกายสูญเสียไประหว่างการเคลื่อนไหว
ก่อนนอน ดื่มนมอุ่น ๆ ก่อนนอน เพื่อช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย หลับสบายยิ่งขึ้น และเป็นการเสริมสร้างกระดูกในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง
ปริมาณการดื่มนม UHT ที่เหมาะสมในแต่ละวันแตกต่างกันตามช่วงอายุ เพื่อให้ได้รับสารอาหารเพียงพอและไม่มากหรือน้อยเกินไป โดยคำแนะนำทั่วไปมีดังนี้
| ช่วงอายุ | ปริมาณที่แนะนำต่อวัน |
| เด็กอายุ 1–3 ปี | ประมาณ 2–3 แก้วต่อวัน |
| เด็กอายุ 4–8 ปี | ประมาณ 2–3 แก้วต่อวัน |
| วัยรุ่นและผู้ใหญ่ | ประมาณ 2–3 แก้วต่อวัน |
นอกจากเวลาและปริมาณที่เหมาะสมแล้ว เคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่อไปนี้จะช่วยให้การดื่มนม UHT ในแต่ละวันมีประสิทธิภาพและเหมาะกับร่างกายมากยิ่งขึ้น
ดื่มนมพร้อมมื้ออาหาร เพื่อช่วยในการดูดซึมสารอาหาร และลดโอกาสการระคายเคืองกระเพาะอาหารในบางคน
เลือกสูตรนมให้เหมาะสมกับวัย เช่น นมที่เสริมแคลเซียมและวิตามินดีสำหรับเด็ก หรือสูตรไขมันต่ำสำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
หลีกเลี่ยงการดื่มนมพร้อมกับอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เนื่องจากแคลเซียมในนมอาจขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กได้บางส่วน
การเลือกนม UHT เสริมสารอาหารให้ลูก ถือเป็นก้าวสำคัญก่อนเริ่มนมกล่องแรก ที่ช่วยเติมเต็มโภชนาการให้เหมาะสมกับวัยและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของลูกน้อย เมื่อลูกได้รับอาหารครบ 5 หมู่ควบคู่กับนมที่มีสารอาหารจำเป็น ก็ยิ่งช่วยเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้พร้อมก้าวต่อไปอย่างมั่นใจในทุกวัน
ประเด็นสำคัญ
จัดมื้ออาหารหลักให้ครบ 5 หมู่และสมดุลตามวัยลูก
เสริมด้วยนมวันละ 2–3 แก้วหรือกล่องควบคู่มื้ออาหาร
เลือกนม UHT เสริมสารอาหารที่เหมาะกับเด็กวัย 1 ปีขึ้นไป
พิจารณาความสะดวก พกพาง่าย และดื่มได้ทุกที่ทุกเวลา
สังเกตการตอบสนองของลูกและปรับปริมาณให้เหมาะสม
นม UHT เสริมสารอาหารเป็นทางเลือกช่วยเสริมโภชนาการสำหรับเด็กไทยวัย 1–3 ปี ด้วยสารอาหารสำคัญ เช่น DHA โอเมก้า วิตามิน และใยอาหาร เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตและสุขภาพโดยรวม ควบคู่กับอาหารหลักตามวัย
นม UHT อาจทำให้เด็กบางคนท้องผูกได้ เนื่องจากการเปลี่ยนนมใหม่ การดื่มมากเกินไป หรือปริมาณ เวย์โปรตีน ที่ย่อยง่ายน้อยกว่านมผง ดังนั้น ควรดูแลให้เด็กได้รับอาหารที่มีใยอาหารจากผักและผลไม้อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการดื่มนมในปริมาณพอดีตามวัย
นม UHT เสริมสารอาหารคือนมวัวที่เติมสารอาหารตามช่วงวัย ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง 135-150 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2-3 วินาที แล้วบรรจุในสภาพปลอดเชื้อ
ก่อนเปิดกล่องสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้องได้ 6-8 เดือน หลังเปิดแล้วต้องเก็บในตู้เย็นและดื่มภายใน 24 ชั่วโมง โดยควรเก็บในที่เย็นแห้ง และหลีกเลี่ยงแสงแดด
เด็กวัย 1 ปีขึ้นไปสามารถดื่มนม UHT ได้ วันละ 2-3 กล่อง โดยควรใช้เป็นอาหารเสริมควบคู่กับอาหารหลัก 3 มื้อ และฝึกดื่มจากแก้วหรือหลอดแทนขวดนม
ควรเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยให้นม UHT สลับกับนมเดิม เริ่มจากวันละ 1 กล่อง แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน เพื่อให้เด็กปรับตัวได้ดี
ไม่ควรดื่มนม UHT ที่ทำจากนมวัวโดยตรง สามารถเลือกได้ 2 แนวทางหลักคือ
นมจากพืช เช่น นมโอ๊ต นมอัลมอนด์ หรือนมข้าว ซึ่งเหมาะสำหรับเด็กที่แพ้นมวัว แต่ควรเลือกสูตรที่เสริมสารอาหารให้เหมาะกับเด็ก
นมสูตรพิเศษสำหรับเด็กแพ้นมวัว เช่น สูตร eHF (Extensively Hydrolyzed Formula) ที่ผ่านการย่อยโปรตีนแล้ว ลดโอกาสเกิดอาการแพ้
ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเด็กก่อนเลือกนม เพื่อให้เหมาะสมกับภาวะการแพ้และโภชนาการตามวัยค่ะ
ควรดื่มช่วงเช้าหลังตื่นนอน หลังออกกำลังกาย หรือก่อนนอน เด็กวัย 1-3 ปีควรดื่มวันละ 2-3 แก้ว และดื่มพร้อมอาหารเพื่อช่วยการดูดซึม
เพิ่ม Ref.
CVM no M26-274
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง