นมแม่ดีที่สุด
เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้คุณเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะเราเชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก ทั้งยังให้ประโยชน์กับทารกในหลายด้าน การเตรียมตัวช่วงก่อนและระหว่างการให้นมทารกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คุณควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่สมดุล
เมื่อคุณตัดสินใจที่จะไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกับการใช้นมสูตรสำหรับทารก อาจลดประสิทธิภาพในการสร้างน้ำนมของคุณเองและทำให้การกลับมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อีกครั้งทำได้ยากขึ้น ดังนั้นก่อนเริ่มใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรคำนึงถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมร่วมด้วย หากจำเป็นต้องใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียม การใช้ และการเก็บรักษา อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของทารก
เพื่อช่วยในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิธีให้อาหารทารก แนะนำปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทุกครั้ง
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
โรคเชื้อราในช่องคลอด อาการเป็นอย่างไร
สาเหตุทั่วไปที่ทำให้ช่องคลอดคันในระหว่างตั้งครรภ์
วิธีสังเกตอาการคันที่ควรไปพบแพทย์ทันที
ยาทารักษาอาการคันที่ปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์
การดูแลสุขอนามัยบริเวณจุดซ่อนเร้นระหว่างตั้งครรภ์
อาหารที่ช่วยลดอาการคันช่องคลอดในแม่ตั้งครรภ์
ทำไมจึงเป็นโรคเชื้อราในช่องคลอดขณะตั้งครรภ์? ปกติคนเราจะมีเชื้อราที่ชื่อ "แคนดิดา อัลบิแคนส์" อาศัยอยู่ในร่างกาย โดยปกติเชื้อนี้จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาแต่อย่างใด แต่ในระหว่างที่ตั้งครรภ์ภายในร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งสมดุลของกรด-ด่างที่เปลี่ยนไปจากเดิมจะส่งเสริมให้เชื้อราเจริญเติบโตทำให้เกิดโรคเชื้อราในช่องคลอดได้
แต่ละคนอาจมีอาการแตกต่างกันเล็กน้อย แต่หากคุณเห็นอาการเหล่านี้ตั้งแต่หนึ่งอย่างขึ้นไป แสดงว่าคุณอาจเป็นโรคเชื้อราในช่องคลอด
ไม่เป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์ แต่จะติดต่อไปยังลูกได้ในระหว่างคลอด จะให้ดีควรรักษาให้หายก่อนคลอด
อาการคันช่องคลอดระหว่างตั้งครรภ์เป็นอาการที่พบได้บ่อย และส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตราย แต่ก็อาจสร้างความไม่สบายตัวและความกังวลให้กับคุณแม่ได้ โดยสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
-การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ในระหว่างตั้งครรภ์ ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงของค่า pH ในช่องคลอด ทำให้เชื้อราหรือแบคทีเรียบางชนิดเจริญเติบโตได้ง่ายขึ้น
-การติดเชื้อรา (Candidiasis) ซึ่งมักอาศัยอยู่ในช่องคลอดตามธรรมชาติ แต่เมื่อร่างกายเสียสมดุล เชื้อรานี้จะเพิ่มจำนวนจนก่อให้เกิดอาการคัน แสบ ตกขาวขุ่นหรือเป็นก้อนคล้ายนมบูด
-แบคทีเรียวาโจโนสิส (Bacterial Vaginosis) เป็นภาวะที่แบคทีเรียชนิดดีลดลง และแบคทีเรียชนิดไม่ดีเพิ่มขึ้น อาจทำให้ตกขาวมีกลิ่นคาว และคันช่องคลอด
-ผิวหนังแพ้สารเคมี เช่น สบู่ เจลอาบน้ำ ผ้าอนามัยหรือผลิตภัณฑ์ซักผ้า อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวและคันได้
-เหงื่อและความอับชื้น โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อน การใส่เสื้อผ้ารัดรูป หรือกางเกงในที่ระบายอากาศไม่ดี อาจทำให้เกิดความอับชื้นและอาการคันได้
แม้อาการคันส่วนใหญ่จะไม่อันตราย แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ หากมีอาการดังนี้ควรพบสูติแพทย์โดยด่วน ตัวอย่างเช่น
-คันอย่างรุนแรงร่วมกับมี ผื่นหรือมีอาการบวมแดง
-ตกขาวสีผิดปกติ เช่น สีเหลือง เขียว หรือมีกลิ่นเหม็นรุนแรง
-เลือดออกจากช่องคลอด โดยไม่ทราบสาเหตุ
-คันร่วมกับอากรปวดแสบปวดร้อนเวลาปัสสาวะ
-มีแผลหรือตุ่มนูนบริเวณอวัยวะเพศ
-อาการคัน ไม่หายภายใน 3-5 วัน แม้จะดูแลตนเองอย่างดี
ในกรณีที่เป็นเชื้อราในช่องคลอด แพทย์อาจสั่งจ่ายยาในกลุ่มยาต้านเชื้อราที่ปลอดภัยต่อหญิงตั้งครรภ์ เช่น
-Clotrimazole (ชื่อการค้า: Canesten) เป็นยาทารักษาเชื้อราที่ใช้เฉพาะภายนอกและในช่องคลอด ปลอดภัยต่อหญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 2–3
-Miconazole ยาอีกชนิดที่นิยมใช้ในหญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะถ้าแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเชื้อราในช่องคลอด
-หลีกเลี่ยงการใช้ยาแบบสอดหรือยาเม็ดในช่องคลอดในไตรมาสแรก เว้นแต่แพทย์แนะนำควรหลีกเลี่ยงยารักษาเชื้อราที่ชื่อ Fluconazole ในรูปแบบรับประทาน เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อทารก
สุขอนามัยที่ดีสามารถช่วยลดการเกิดอาการคันได้อย่างมาก โดยมีแนวทางดูแลตนเองดังนี้
1.ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าหรือสบู่สูตรอ่อนโยน ที่ไม่มีน้ำหอม ไม่ควรสวนล้างช่องคลอด เพราะจะรบกวนสมดุลของจุลินทรีย์ที่ดี
2.เปลี่ยนชุดชั้นในบ่อย ๆ โดยเฉพาะหลังออกกำลังกาย หรือเมื่อมีเหงื่อชื้น
3.เลือกใช้กางเกงในผ้าฝ้าย ที่ระบายอากาศได้ดี หลีกเลี่ยงผ้าไนลอนหรือชุดชั้นในรัดแน่น
4.เช็ดทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลัง หลังเข้าห้องน้ำ เพื่อป้องกันการนำเชื้อโรคจากทวารหนักเข้าสู่ช่องคลอด
โภชนาการมีบทบาทสำคัญในการปรับสมดุลภายในช่องคลอด อาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรา ได้แก่
-โยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์ Lactobacillus acidophilus มีส่วนช่วยสร้างสมดุลของแบคทีเรียดีในช่องคลอด
- อาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผักใบเขียว ถั่ว ธัญพืช ช่วยให้ระบบขับถ่ายดี ลดโอกาสเกิดความอับชื้น
- อาหารที่เป็นแหล่งของโมเมก้า 3 เช่น แซลมอน ปลาทูน่า ปลากระพง มีส่วนช่วยเรื่องสุขภาพของช่องคลอด
- น้ำเปล่า ควรดื่มให้เพียงพอวันละ 8–10 แก้ว เพื่อช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย
- หลีกเลี่ยงอาหารที่น้ำตาลสูงและของหวาน เพราะเชื้อราชอบสภาพแวดล้อมที่มีน้ำตาล
-หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมหรือสารเคมีแรง เช่น เจลอาบน้ำ น้ำยาซักผ้าหรือแผ่นหอม
-ไม่สวมเสื้อผ้ารัดรูป หรือกางเกงในแบบฟิตเกินไป
-งดการสวนล้างช่องคลอด แม้จะรู้สึกไม่สบายตัว เพราะอาจทำให้จุลินทรีย์ในช่องคลอดเสียสมดุล
-รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ โดยเฉพาะในคุณแม่ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์
สูติแพทย์มักแนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ดูแลตนเองอย่างรอบด้าน โดยให้ความสำคัญกับ:
1.การสังเกตอาการผิดปกติ และรีบพบแพทย์เมื่ออาการคันรุนแรงหรือเรื้อรัง
2.การใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น หลีกเลี่ยงการซื้อยาทาหรือยาสอดโดยไม่ปรึกษา
3.การดูแลตนเองแบบองค์รวม เช่น นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด และรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
หากคุณแม่มีประวัติเป็นเชื้อราเรื้อรัง หรือเป็นบ่อยในระหว่างตั้งครรภ์ ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบ เพราะอาจมีผลต่อการคลอดหรือสุขภาพของทารกได้
M25-127
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง