นมแม่ดีที่สุด
เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้คุณเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะเราเชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก ทั้งยังให้ประโยชน์กับทารกในหลายด้าน การเตรียมตัวช่วงก่อนและระหว่างการให้นมทารกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คุณควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่สมดุล
เมื่อคุณตัดสินใจที่จะไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกับการใช้นมสูตรสำหรับทารก อาจลดประสิทธิภาพในการสร้างน้ำนมของคุณเองและทำให้การกลับมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อีกครั้งทำได้ยากขึ้น ดังนั้นก่อนเริ่มใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรคำนึงถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมร่วมด้วย หากจำเป็นต้องใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียม การใช้ และการเก็บรักษา อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของทารก
เพื่อช่วยในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิธีให้อาหารทารก แนะนำปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทุกครั้ง
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
ครรภ์เป็นพิษ (Pre-eclampsia) มีอาการอย่างไร
ผลกระทบของครรภ์เป็นพิษต่อแม่และทารกในครรภ์
แนวทางการรักษาครรภ์เป็นพิษตามมาตรฐานทางการแพทย์
วิธีป้องกันภาวะครรภ์เป็นพิษที่ควรให้ความสำคัญและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
การดูแลตนเองเมื่อมีภาวะครรภ์เป็นพิษ
คำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับครรภ์เป็นพิษที่แม่ท้องต้องใส่ใจและไม่ควรมองข้าม
ตรวจสอบบทความโดย: สิริมาส อ่วมชม
พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์
ครรภ์เป็นพิษคืออะไร? ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Pre-eclampsia) จะเกิดขึ้นเฉพาะช่วงตั้งครรภ์หรือเกิดขึ้นทันทีหลังคลอด ส่วนใหญ่แล้วมักมีอาการไม่รุนแรง ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจเกิดจากความบกพร่องของรก ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการลำเลียงเลือดและสารอาหารไปยังลูกในครรภ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเติบโตของลูกในครรภ์ได้
ในระยะเริ่มแรกนั้น อาจจะไม่มีอ่าการให้สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน แต่สามารถทราบได้จากการตรวจครรภ์ หากพบความดันเลือดสูง พบโปรตีนในปัสสาวะ และปัญหาการไหลเวียนเลือด เช่น การบวมน้ำ ก็อาจเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษได้
แต่ความดันเลือดสูงและอาการบวมที่ไม่มากนักเกิดขึ้นได้ และไม่ได้บ่งเป็นปัญหาที่รุนแรงเสมอไป นอกจากนี้ ระดับโปรตีนในปัสสาวะก็อาจเกิดจากการติดเชื้อ ดังนั้นจึงยากที่จะชี้ชัดถึงภาวะครรภ์เป็นพิษในช่วงเริ่มต้น
อย่างไรก็ตาม หากมีอาการต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที
หญิงมีครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงกว่าคนอื่นๆ คือ
ผลกระทบต่อคุณแม่
-ความดันโลหิตสูงอย่างรุนแรง เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) หรือภาวะหัวใจล้มเหลว
-ภาวะชักจากครรภ์เป็นพิษ (Eclampsia) มีอาการชักร่วมกับความดันสูง ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
-ตับและไตทำงานผิดปกติ อาจเกิดการทำงานล้มเหลวของไตหรือตับเฉียบพลัน รวมถึงภาวะน้ำท่วมปอด
ผลกระทบต่อทารก
-การเจริญเติบโตช้าในครรภ์ (IUGR) เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงรกไม่เพียงพอ ทำให้ทารกตัวเล็กกว่าปกติ
-คลอดก่อนกำหนด เพื่อป้องกันอันตรายต่อแม่และทารก แพทย์อาจพิจารณาให้คลอดก่อนกำหนด
-ภาวะแทรกซ้อนหลังคลอด ทารกอาจต้องเข้ารับการดูแลในห้อง ICU สำหรับทารกแรกเกิด (NICU)
แบ่งการรักษาเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มที่อาการรุนแรง กับ ไม่รุนแรงดังนี้
กลุ่มที่อาการรุนแรง
- การรักษาคือการผ่าตัดเพื่อคลอดออกมา เมื่อคลอดแล้ว มารดาหลังคลอดจะค่อยฟื้นตัวได้เอง
กลุ่มที่อาการไม่รุนแรง ใช้การรักษาแบบเฝ้าระวัง เพื่อประคับประคอง ให้อายุครรภ์ที่ต้องผ่าตัดคลอดนั้นใกล้เคียงกับอายุครรภ์ปกติมากที่สุด เพื่อให้ทารกได้พัฒนาการเจริญเติบโตมากขึ้น โดยคุณแม่กลุ่มนี้อาจต้องนอนรักษาตัวใน รพ. เพื่อประเมินค่าความดัน และตรวจสารเคมีในเลือดอย่างใกล้ชิด
แม้จะไม่สามารถป้องกันครรภ์เป็นพิษได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
1.การเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ ด้วยการตรวจสุขภาพของคุณแม่คุณพ่อเพื่อวางแผนการมีบุตร
2.ฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ หากตรวจพบความผิดปกติความดันสูงหรือโปรตีนในปัสสาวะ จะได้รับการรักษาได้ทันท่วงที
3.ดูแลโภชนาการ พยายามกินอาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม โฟเลต และไขมันดี หลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัดหรืออาหารที่ผ่านการแปรรูปมาแล้วซึ่งจะมีความเค็มแอบแฝงอยู่ในปริมาณที่มาก
4.ควบคุมน้ำหนักก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ ภาวะน้ำหนักเกินมีความเสี่ยงต่อการเกิดครรภ์เป็นพิษสูงขึ้น
5วางแผนการตั้งครรภ์ ในช่วงอายุที่เหมาะสมคือ 20-35 ปี
6.แจ้งแพทย์หากมีประวัติ ครรภ์เป็นพิษ
7.ในกลุ่มเสี่ยงสูง สูติแพทย์ อาจพิจารณาให้ยาแอสไพรินในปริมาณที่เหมาะสมตั้งแต่ช่วงแรกของการตั้งครรภ์
8.เลือกสถานที่ฝากครรภ์ที่มีโครงการ การคัดกรอง ภาวะครรภ์เป็นพิษ ณ ปัจจุบันมีใน รพ.ที่เป็น โรงเรียนแพทย์ ซึ่งคุณแม่สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและเลือกได้ตามความเหมาะสม
เมื่อคุณแม่ได้รับการวินิจฉัยว่าครรภ์เป็นพิษ ควรปฏิบัติตัวดังนี้
-ยอมรับ ทำความเข้าใจกับภาวะคครภ์เป็นพิษ พร้อมดูแลตัวเองอย่างจริงจัง การได้พูดคุยกับพยาบาลผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมรับฟังคุณแม่ก็จะช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลายมากขึ้น
-ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น การกินยาควบคุมความดันตามเวลา การงดอาหารบางชนิด
-หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากๆ ความเครียดต่างๆ เพื่อไม่ให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
-พักผ่อนอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะการนอนหลับในท่าตะแคงซ้าย เพื่อช่วยให้เลือดไปเลี้ยงรกได้ดี
-สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ปวดหัวมาก ตาพร่า หน้าบวมมาก ให้ไปพบแพทย์ทันที
-กินอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำมาก ๆ ช่วยเสริมระบบไหลเวียนเลือดและลดการบวมน้ำ
-พบแพทย์ทันทีหากมีอาการเหล่านี้ ปวดศีรษะรุนแรง สายตาพร่ามัว เจ็บใต้ชายโครงด้านขวา หน้าบวม หรือมือเท้าบวมผิดปกติ
-ห้ามซื้อยาทานเอง การทานยาลดความดันต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
-เข้ารับการฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ: แม้รู้สึกว่าอาการไม่มาก แต่การวินิจฉัยจากแพทย์คือสิ่งสำคัญที่สุด
-หากเคยมีครรภ์เป็นพิษในการตั้งครรภ์ครั้งก่อน: ให้รีบฝากครรภ์และแจ้งแพทย์ให้รับทราบ เพื่อวางแผนการดูแลตั้งแต่เริ่มต้น
https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/preeclampsia/symptoms-causes/syc-20355745
https://www.nhs.uk/conditions/pre-eclampsia/complications/
https://www.acog.org/womens-health/faqs/preeclampsia-and-high-blood-pressure-during-pregnancy
https://www.nhs.uk/conditions/pre-eclampsia/treatment/
https://www.healthline.com/health/preeclampsia
https://www.rcog.org.uk/for-the-public/browse-our-patient-information/pre-eclampsia/
https://www.youtube.com/watch?v=5F7rsLNaZ_Q
https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/content/preeclampsia-pregnant-woman-must-be-careful
https://www.medparkhospital.com/disease-and-treatment/preeclampsia
M25-124
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง