ตั้งครรภ์

      อาการแพ้ท้อง

      อาการแพ้ท้อง...ทำไมถึงต้องแพ้ท้องคลื่นไส้ และการบรรเทาอาการ

      อาการแพ้ท้องเช่น เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียนเป็นบางครั้ง โดยเฉพาะในตอนตื่นนอนตอนเช้า หรือมีอาการเหนื่อย อ่อนเพลียง่าย ง่วงตลอดเวลา เหม็นกลิ่นต่างๆ ได้ง่ายเกินไป และทานอาหารได้น้อยลง คืออาการแพ้ท้องในระดับที่ยังไม่น่าเป็นห่วง หรือในระดับที่เรียกว่า Morning Sickness และคุณแม่สามารถทำตามวิธีต่างๆ ด้านล่าง เพื่อลดอาการแพ้ท้องได้ด้วยตัวเอง

      อาการแพ้ท้องเกิดจากอะไร

      เมื่อคุณเข้าใจ คุณก็จะกลัวน้อยลง อาการแพ้ท้องมี 3 ระดับ และระดับที่มากสุดที่พบไม่บ่อยนัก ที่แม่หลายคนอาจเกิดความกังวล เกิดจากระดับฮอร์โมนที่ชื่อว่า "HCG" (Human Chorionic Gonadotropin) ในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น จนทำให้คุณแม่เกิดความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ดังนี้

      • จิตใจอ่อนไหว เครียด วิตกกังวลง่าย อารมณ์แปรปรวน
      • ประสาทรับกลิ่นมีความไวมากขึ้น เช่น เหม็นอาหาร เหม็นกลิ่นต่างๆ
      • รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ และอ่อนเพลียง่าย
      • เบื่ออาหารที่เคยทาน แต่อยากทานอาหารแปลกๆ

      เมื่อไหร่ถึงจะหายอาการแพ้ท้อง

      สำหรับแม่ตั้งครรภ์ที่มีอาการแพ้ท้องต่างๆ เช่น รู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้ เหนื่อยง่าย หรืออาเจียนเป็นบางครั้งคราว ไม่ต้องกังวล เพราะอาการแพ้ท้องเหล่านี้จะหายไปเมื่อมีอายุครรภ์ได้ประมาณ 3 เดือน แต่หากพบว่า มีอาการแพ้ท้องที่หนักกว่านี้ เช่น อาเจียนบ่อย จนคออักเสบ และพบว่าตัวเองไม่สามารถกินอะไรได้เลย ควรปรึกษาแพทย์โดยด่วน

      5 วิธีบรรเทาอาการแพ้ท้อง

      1. ทานอาหารครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยมื้อ และมีของว่างที่มีประโยชน์เก็บไว้ทานเวลาหิว เช่น ถั่วหรือธัญพืช ขนมปังกรอบและโยเกิร์ต
      2. กินอาหารที่ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงอาหารมันๆ และของคาวจะดีที่สุด
      3. ป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนด้วยการทานอาหารที่มีโปรตีน หรือคาร์โบไฮเดรตสูงร่วมกัน เช่น ไข่สุก และขนมปังปิ้ง
      4. ดื่มน้ำอุ่นมากๆ และอาจดื่มน้ำขิงหรือชาขิงที่จะช่วยลดอาการ คลื่นไส้อาเจียนได้ พักผ่อนให้มาก ทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส ไม่ควรกังวลและเครียด
      5. หลังตื่นนอน ควรดื่มน้ำผลไม้ หรือทานขนมขบเคี้ยวที่ไม่หวานเพื่อแก้อาการวิงเวียน คลื่นไส้ เช่น บิสกิตหรือขนมปังกรอบ และอาจนอนพักสัก 20-30 นาที ก่อนลุกจากเตียง

      นอกจากนั้น พ่อแม่ควรเข้าใจว่า อาการแพ้ท้อง เป็นเรื่องธรรมชาติที่มากับการตั้งครรภ์ มันจึงไม่สามารถจะป้องกันอะไรได้ เพราะอาการแพ้ท้องเป็นอาการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติของแม่ตั้งครรภ์ แต่อย่างน้อย แม่สามารถบรรเทาอาการให้น้อยลงได้ ด้วยวิธีเช่น ผักผ่อนมากๆ ให้เพียงพอ อย่าเครียดง่าย พยายามเพิ่มการรับประทานผัก ผลไม้มาก และงดอาหารมัน เช่น อาหารทอด อาหารผัด อย่าทานครั้งละมากๆ แต่ให้ทานบ่อยๆ แทน และงดของต้องห้ามของคนท้องทุกอย่าง เช่น เหล้า บุหรี่

      อาการแพ้ท้องระดับที่ 1 แบบเบาๆ

      อาการ Morning Sickness พบได้ในคนท้องส่วนมาก คือเป็นกันมากที่สุด เป็นอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะระดับเล็กน้อย มาเป็นครั้งคราว และอาการพวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นในตอนเช้า ส่งผลให้ไม่ค่อยเจริญอาหาร และอาจมีการอาเจียนบ้างเป็นครั้งคราว ไม่บ่อย ถือเป็นอาการปกติธรรมชาติของคนท้องทั่วไป ไม่ควรกังวลใดๆ ควรลดอาการแพ้ท้องนี้ด้วยการดื่มน้ำอุ่นจัด ๆ เป็นประจำ หรือทุกครั้งเมื่อรู้สึกคลื่นไส้ และกินอาหารที่ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงอาหารมันๆ และของคาวจะดีที่สุด

      อาการแพ้ท้องระดับที่ 2 ระดับกลาง (ต้องพบแพทย์)

      ในการแพ้ท้องระดับ 2 นี้ คนท้องจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อาจถึงระดับที่รับประทานอาหารยาก แม้พักผ่อนเพียงพอ แต่อาการอาจไม่ดีขึ้นเลย พบว่าปัสสาวะมีสีเข้มขึ้น หากคุณแม่ตั้งครรภ์ พบว่าตัวเองมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

      อาการแพ้ท้องระดับที่ 3 Hyperemesis Gravidarum (HG)(ต้องพบแพทย์)

      อาการแพ้ท้องระดับที่หนักที่สุด คือระดับ 3 นี้ที่จะพบน้อยมากที่สุด อาการคือ คนท้องจะไม่สามารถรับประทานอาหารได้เลย คลื่นไส้หนัก และอาเจียนอย่างหนัก แทบจะตลอดเวลา ถึงขนาดทำให้ร่างกายขาดน้ำ บางคนอาจเลือดปนมากับอาเจียน พบว่าตัวเองมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที อาการแพ้ท้องในระดับนี้ โดยทั่วไป ร่างกายจะแสดงอาการอย่างเร็ว และยังจะกินระยะเวลาการแพ้ท้องนานกว่าคนท้องทั่วไปอีกด้วย

      ใครบ้างที่เสี่ยงมีอาการแพ้ท้องในระดับ 3

      • คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ครั้งแรก
      • คุณแม่ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป
      • คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ลูกแฝด
      • คุณแม่ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป

      ระยะเวลาเริ่มมีอาการแพ้ท้อง

      ส่วนมาก อาการแพ้ท้องมักเป็นกันในช่วงไตรมาสที่ 1 ของการตั้งท้อง ถ้าเป็นผู้ที่มีอาการแพ้ท้องเร็ว อาจจะเริ่มมีอาการในช่วงที่รู้สึกว่า รอบประจำเดือนมาช้า มีหลายกรณีที่มีอาการแพ้ท้องตั้งแต่ประมาณ 4 สัปดาห์จนถึงประมาณ 15 สัปดาห์ และช่วงเวลาที่จะมีอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ ที่จะทรมานที่สุดจะเป็นช่วง 8-9 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ แต่อย่าลืมว่า ช่วงเวลาของการแสดงอาการแพ้ท้องจะไม่เหมือนกันในแต่ละคน และบางคนเป็นมาก บางคนเป็นน้อย หรือไม่เป็นเลยก็มีเช่นกัน

      5 อาการที่พบบ่อยของอาการแพ้ท้อง

      1. จมูกไวต่อกลิ่น เหม็นง่าย
      2. เวียวหัว และคลื่นไส้อาเจียน โดยไม่มีเหตุผล
      3. อึดอัดท้องและหน้าอก
      4. ความรู้สึกอยากกินอาหารที่เปลี่ยนไป
      5. รู้สึกง่วงนอนง่ายและบ่อยกว่าปกติ

      คำนวณอายุครรภ์

      กรุณาระบุวันครบกำหนดคลอด

      กรุณาระบุไม่เกิน 40 สัปดาห์
      ไม่ทราบวันครบกำหนดคลอด

      คำนวณวันครบกำหนดคลอด

      กรุณาระบุวันแรกที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้าย

      คุณระบุไม่ถูกต้อง

      รอบประจำเดือนของคุณอยู่ในช่วงกี่วัน

      คำนวณวันครบกำหนดคลอด

      วันครบกำหนดคลอดคือ

      8 april 2018

      อายุครรภ์ของคุณแม่คือ

      อายุครรภ์สัปดาห์อื่น

      อายุครรภ์ของคุณแม่คือ

      ต้องการข้อมูลอัพเดตรายสัปดาห์

      คุณได้สมัครรับข้อมูลการตั้งครรภ์แล้ว

      ต้องการสมัครสมาชิก?
      อายุครรภ์สัปดาห์อื่น

      รับฟรี! ชุดของขวัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

      สมัครสมาชิก Hi-Family Club เราพร้อมเคียงข้างคุณแม่ทุกช่วงเวลา
      • รับฟรี! ชุดของขวัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
      • รับฟรี! ของขวัญครบรอบขวบปีแรกของลูกน้อย
      • บริการให้คำปรึกษาโดยทีมพยาบาล นักโภชนาการ และคุณแม่
      • ข้อมูลสุขภาพที่เหมาะกับคุณ ผ่าน SMS
      สมัครสมาชิก

      รับฟรี! ชุดของขวัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

      สมัครสมาชิก Hi-Family Club เราพร้อมเคียงข้างคุณแม่ทุกช่วงเวลา

      • รับฟรี! ชุดของขวัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
      • รับฟรี! ของขวัญครบรอบขวบปีแรกของลูกน้อย

      • บริการให้คำปรึกษาโดยทีมพยาบาล นักโภชนาการ และคุณแม่

      • ข้อมูลสุขภาพที่เหมาะกับคุณ ผ่าน SMS

      สมัครสมาชิก

      บทความที่เกี่ยวข้อง

      ไฮ-แฟมิลี่ แคร์ไลน์

      บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง