นมแม่ดีที่สุด
เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้คุณเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะเราเชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก ทั้งยังให้ประโยชน์กับทารกในหลายด้าน การเตรียมตัวช่วงก่อนและระหว่างการให้นมทารกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คุณควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่สมดุล
เมื่อคุณตัดสินใจที่จะไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกับการใช้นมสูตรสำหรับทารก อาจลดประสิทธิภาพในการสร้างน้ำนมของคุณเองและทำให้การกลับมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อีกครั้งทำได้ยากขึ้น ดังนั้นก่อนเริ่มใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรคำนึงถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมร่วมด้วย หากจำเป็นต้องใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียม การใช้ และการเก็บรักษา อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของทารก
เพื่อช่วยในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิธีให้อาหารทารก แนะนำปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทุกครั้ง
ตรวจสอบบทความโดย: รุ่งทิวา สุลักษณานนท์
พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์
การจะเตรียมตัวผ่าคลอดให้ทุกอย่างราบรื่นที่สุด ทั้งจากที่บ้านและโรงพยาบาล คุณแม่ควรทำความเข้าใจขั้นตอนการผ่าตัด และความหมายของการผ่าคลอดโดยรวมก่อน
ก่อนจะเตรียมตัวผ่าคลอด มาหาคำตอบกันก่อนว่า ทำไมต้องผ่าตัดคลอด? และผ่าคลอดหรือคลอดธรรมชาติดีกว่ากัน ถ้าแพทย์มีความเห็นว่าการคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ จะทำให้คุณแม่หรือลูกมีความเสี่ยงมากเกินไป แพทย์จะแนะนำให้ใช้วิธีการผ่าตัดคลอด ทั้งนี้สาเหตุอาจเนื่องมาจากดังนี้ค่ะ
-ภาวะรกเกาะต่ำ ซึ่งจะขวางทางออกของลูกน้อย
-คุณแม่ตั้งครรภ์แฝดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป
-ลูกตัวใหญ่เกินกว่าที่จะคลอดปกติ
-คุณแม่มีความดันโลหิตสูงชนิดรุนแรงหรือมีความเจ็บป่วยอื่น เช่น ครรภ์เป็นพิษ
-ลูกมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ซึ่งแพทย์จำเป็นต้องนำเด็กออกจากครรภ์โดยเร็ว
-ท่าทางที่ไม่เหมาะสมของทารก เช่น ลูกเอาก้นลง
-มีภาวะสายสะดือย้อย คือ เมื่อสายสะดืออยู่ต่ำ ทำให้คลอดได้ยาก
-คุณแม่เป็นโรคเริมที่อวัยวะเพศ ซึ่งสามารถติดต่อสู่ลูกน้อยผ่านการคลอดทางช่องคลอด
การเตรียมตัวเพื่อการผ่าคลอด มีทั้งการเตรียมจากที่บ้านและเตรียมที่โรงพยาบาลก่อนเข้าผ่าตัด ซึ่งแพทย์ควรแนะนำและจัดการให้คุณแม่เอง ซึ่งหลักๆ แล้ว สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนผ่าตัดจะอยู่ใน 5 ข้อนี้
1. ห้ามโกนขนอวัยวะเพศ ก่อนผ่าคลอด คุณแม่ไม่ควรโกนขนอวัยวะเพศออกเอง เพราะหากเกิดบาดแผล ก็อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อบริเวณที่ผ่าตัด แม่ไม่ต้องเตรียมอะไรทั้งสิ้นในเรื่องนี้ เพราะถ้าจำเป็น แพทย์หรือพยาบาล จะดำเนินจัดการเองในการตัดขนออกก่อนผ่าตัดให้เอง
2. ทำความสะอาดร่างกาย เมื่อถึงกำหนดในการผ่าคลอด ก่อนไปโรงพยาบาล คุณแม่สามารถเตรียมพร้อมด้วยการอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่กำจัดแบคทีเรีย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหลังจากผ่าตัด
3. งดของกินก่อนผ่าคลอด 8 ชั่วโมง แม่ต้องงดน้ำ งดอาหารตามแพทย์สั่งอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด และควรไปถึงโรงพยาบาลก่อนเวลาผ่าคลอดอย่างน้อย 3 ชั่วโมง หรือตามเวลาที่แพทย์นัด เพื่อเตรียมความพร้อม
4. อย่าคิดมาก อย่าเครียด ถ้าแม่เครียด ก็อาจทำให้นอนไม่หลับได้ไม่เพียงพอ ควรทำจิตใจให้แจ่มใส อย่ากังวล อย่าเครียด
5. ตรวจเลือด แพทย์จะให้คุณแม่ตรวจเลือดก่อนการผ่าคลอด เพื่อดูระดับฮีโมโกลบินและกรุ๊ปเลือด จะได้จัดเตรียมเลือดสำรองไว้ระหว่างการผ่าตัดได้ถูกต้อง
ก่อนผ่าคลอด ปกติแพทย์จะต้องแนะนำคุณแม่ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการผ่าคลอด และจะดีมากถ้าคุณแม่เข้าใจขั้นตอนในการผ่าตัดคลอดก่อน ซึ่งจะเริ่มจากวิสัญญีแพทย์จะซักประวัติการเจ็บป่วยและโรคประจำตัวรวมทั้งตอบคำถามต่างๆ ที่คุณแม่สงสัย แพทย์จะเจาะตัวอย่างเลือดและให้คุณลงชื่อในหนังสือแสดงความยินยอม แพทย์จะให้ยาลดกรดในกระเพาะอาหารเพื่อปรับสภาพความเป็นกรดในกระเพาะอาหารให้เป็นกลางและต่อสายน้ำเกลือเข้าหลอดเลือดดำที่แขน เพื่อที่แพทย์จะสามารถสังเกตระดับสารน้ำในร่างกาย และให้ยาแก้ปวดได้ หากจำเป็น
วิสัญญีแพทย์จะให้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่ (การฉีดยาเข้าช่องเหนือช่องน้ำไขสันหลังหรือการฉีดยาเข้าช่องน้ำไขสันหลัง) และใส่สายสวนไว้ในกระเพาะปัสสาวะเพื่อระบายปัสสาวะ (ซึ่งจะใส่ไว้ประมาณ 12-24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด) อาจต้องโกนขนบริเวณหัวหน่าวเพื่อเตรียมรับการผ่าตัด
การผ่าตัดคลอดทำอย่างไร
เมื่อยาชาออกฤทธิ์ แพทย์จะเริ่มลงมือผ่าตัดเปิดหน้าท้องเพื่อนำลูกน้อยออกจากถุงน้ำคร่ำสู่อ้อมอกของคุณแม่ การผ่าตัดจะเสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็วโดยที่คุณแม่จะรู้สึกถึงแรงกดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แพทย์จะนำทารกไปไว้ใน "ตู้อบ" ซึ่งเป็นเตียงที่อบอุ่นขนาดเล็ก เพื่อให้กุมารแพทย์ทำการตรวจร่างกายลูก ถ้าแพทย์พบว่าลูกของคุณแม่มีสุขภาพแข็งแรง แพทย์จะห่อตัวลูกด้วยผ้าและส่งให้คุณแม่หรือคุณพ่ออุ้ม
เมื่อนำรกออกจากครรภ์จนหมดแล้ว แพทย์จะเย็บปิดมดลูกและหน้าท้องของคุณแม่ ขั้นตอนทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะพาคุณแม่ไปห้องสังเกตอาการหลังการผ่าตัด เมื่อไม่พบความผิดปกติ จะส่งกลับไปยังห้องพัก ซึ่งจะมีการสอนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้แก่คุณด้วย
เตรียมตัวดี การฟื้นตัวจากการผ่าตัดคลอดก็จะง่ายขึ้น
ถ้าคุณแม่เตรียมตัวเองให้พร้อมตามแพทย์สั่ง ก็จะช่วยให้ทุกอย่างราบรื่นขึ้น ซึ่งจะส่งผลไปถึงการฟื้นตัวหลังการผ่าคลอดอีกด้วย ส่วนใหญ่ คุณแม่จะฟื้นตัวได้ภายใน 24 ชั่วโมง และออกจากโรงพยาบาลได้ภายใน 3-4 วัน แต่ใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์ เพื่อให้รอยแผลจากการผ่าตัดคลอดหายดี ดังนั้น คุณแม่จึงอาจจะต้องมีคนคอยช่วยเหลือเพื่อที่จะได้พักผ่อนและใช้เวลาอยู่กับลูกน้อยได้อย่างเต็มที่
หลีกเลี่ยงการขับรถอย่างน้อย 6 สัปดาห์ เพราะแผลผ่าคลอดนั้นจะอยู่บริเวณเข็ดขัดนิรภัย และอาจเกิดอาการบาดเจ็บที่แผลซ้ำ แผลอักเสบได้หากเกิดอุบัติเหตุหรือแค่เบรกแรงๆ
พักผ่อนให้มาก อย่าขยับตัวบ่อย ให้วางของใช้ไว้ใกล้ตัว ในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ควรหลีกเลี่ยงการยกของด้วยท่าย่อตัวหรือยกของหนัก และใช้หมอนรองบริเวณหน้าท้องขณะให้นมบุตรหรือใช้ผ้าพันบริเวณหน้าท้อง
ดื่มน้ำมาก ๆ การดื่มน้ำจะทดแทนการสูญเสียของเหลวจากการคลอดและการให้นมบุตร อีกทั้งยังช่วยป้องกันอาการท้องผูกอีกด้วย
ใช้ยาเท่าที่จำเป็น และแพทย์มักแนะนำให้ใช้ยาอย่างพาราเซตามอล หรือยาแก้ปวดอื่น ๆ เพื่อบรรเทาอาการปวด ซึ่งยาแก้ปวดส่วนใหญ่จะปลอดภัยทานได้สำหรับแม่ให้นมลูก
หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ จนกว่าแพทย์จะอนุญาต โดยเฉลี่ยมักต้องงดประมาณ 4-6 สัปดาห์
การให้นมบุตรหลังผ่าคลอดสามารถเริ่มได้ทันทีที่คุณแม่รู้สึกพร้อมและไม่มีภาวะแทรกซ้อน
1. การเริ่มให้นม
หลังจากผ่าคลอดและพักฟื้น คุณแม่สามารถเริ่มให้นมบุตรได้ โดยควรให้นมบ่อยๆ ทุก 2-3 ชั่วโมงในตอนกลางวัน และทุก 3-4 ชั่วโมงในตอนกลางคืน หากไม่สามารถให้นมจากเต้าได้ทันที สามารถใช้เครื่องปั๊มนมเพื่อกระตุ้นการผลิตน้ำนม
2. การกระตุ้นการผลิตน้ำนม
การให้นมบุตรอย่างสม่ำเสมอจะช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น หากมีปัญหาในการให้นม ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือคลินิกนมแม่เพื่อขอคำแนะนำ
M25-095
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง