นมแม่ดีที่สุด

เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้คุณเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะเราเชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก ทั้งยังให้ประโยชน์กับทารกในหลายด้าน การเตรียมตัวช่วงก่อนและระหว่างการให้นมทารกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คุณควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่สมดุล

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกับการใช้นมสูตรสำหรับทารก อาจลดประสิทธิภาพในการสร้างน้ำนมของคุณเองและทำให้การกลับมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อีกครั้งทำได้ยากขึ้น ดังนั้นก่อนเริ่มใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรคำนึงถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมร่วมด้วย หากจำเป็นต้องใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียม การใช้ และการเก็บรักษา อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของทารก

เพื่อช่วยในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิธีให้อาหารทารก แนะนำปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทุกครั้ง

การผ่าคลอด ขั้นตอน การเตรียมตัว และการดูแลหลังคลอด

ตรวจสอบบทความโดย: สิริมาส  อ่วมชม

พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์

ขั้นตอนผ่าคลอดเป็นอย่างไร

คุณแม่ที่มีภาวะแทรกซ้อน หรือข้อบ่งชี้ต่างๆ ขณะตั้งครรภ์ เช่น รกเกาะต่ำ ลูกอยู่ท่าก้น ปากมดลูกไม่เปิด หรืออื่นๆ ส่วนใหญ่จะใช้วิธีผ่าคลอดทั้งสิ้น ซึ่งปัจจุบันการให้กำเนิดลูกน้อยแบบนี้ มีความปลอดภัยทั้งต่อคุณแม่และลูกสูง สามารถทำได้โดยไม่ต้องกังวลใดๆ

เตรียมพร้อม

การผ่าตัด คลอดลูก นั้นสูติแพทย์มักจะกำหนดวันไว้ล่วงหน้า เพื่อให้คุณแม่ได้เตรียมตัว โดยก่อนที่คุณแม่จะผ่าคลอดจะมีขั้นตอนการเตรียมพร้อมดังนี้​

  1. งดน้ำงดอาหาร 6-8 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการสำลักอาหารเข้าปอดในระหว่างผ่าตัด โดยเฉพาะหากต้องดมยาสลบ และขณะที่คุณแม่ใส่ท่อช่วยหายใจ​

  2. ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อผิวหนังหน้าท้อง โกนขนบริเวณที่ใกล้กับจุดที่ผ่าตัด และใส่สายสวนปัสสาวะ

ระงับความรู้สึกและผ่าตัด

  1. ให้ยาระงับความรู้สึก (ยาชาหรือยาสลบ) เพื่อให้คุณแม่ไม่รู้สึกเจ็บปวดขณะผ่าตัดคลอด และให้ยาแก้ปวดเพื่อลดความเจ็บปวดหลังจากหมดฤทธิ์ยาชาหรือยาสลบ โดยคุณแม่จะถูกเจาะเส้นเลือดเพื่อให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ และสำหรับให้ยาต่างๆ การดมยาสลบ หรือการฉีดยาชาเฉพาะที่ หรือบล็อกหลัง เพื่อให้คุณแม่มีอาการชาไม่รู้สึกเจ็บตั้งแต่ช่วงเอวลงไปถึงขาทั้งสองข้างในขณะผ่าตัดนั้นจะพิจารณาตามความเหมาะสมในแต่ละกรณี
  2. หลังจากคุณแม่ถูกระงับความรู้สึกแล้ว แพทย์จะใช้มีดผ่าตัดที่ผนังหน้าท้อง โดยผ่าลงไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ชั้นกล้ามเนื้อ ชั้นเยื่อบุช่องท้อง แล้วผ่าเปิดมดลูก จากนั้นจึงนำลูกน้อย และรกที่อยู่ในมดลูกออก

เย็บปิดแผล

หลังจากลูกน้อยคลอดแล้ว แพทย์จะเย็บปิดแผลที่ผ่าตัดในแต่ละชั้น โดยเย็บซ่อมแซมแผลที่มดลูก จากนั้นจึงเย็บปิดชั้นเยื่อบุช่องท้อง ชั้นไขมัน และเย็บปิดแผลที่ชั้นผิวหนังหน้าท้อง ตามลำดับ

การดมยากับการบล็อกหลัง แตกต่างกันอย่างไร

การดมยาสลบ และการบล็อกหลัง คือวิธีการระงับความเจ็บปวด และระงับความรู้สึกขณะผ่าคลอด เพื่อไม่ให้คุณแม่รู้สึกตัวขณะผ่าตัด หรือไม่มีความรู้สึกเจ็บบริเวณเฉพาะที่ผ่า โดยทั้งสองวิธีมีความแตกต่างกัน คือ

การดมยาสลบ

เป็นการระงับความรู้สึกที่จะทำให้คุณแม่หมดสติหรือไม่รู้สึกตัวเลย วิธีการจะทำโดยวิสัญญีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยการให้คุณแม่ดมยาสลบผ่านหน้ากาก หรือได้รับยาสลบผ่านหลอดเลือดดำ และใส่ท่อช่วยหายใจ หลังจากนั้นคุณแม่จะหมดสติ ไม่รู้สึกเจ็บ และไม่รู้สึกตัวตลอดการผ่าตัด จนฤทธิ์ยาสลบหมด

การบล็อกหลัง

เป็นการฉีดยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่ เพื่อทำให้คุณแม่รู้สึกชาเฉพาะบริเวณกลางลำตัวไปจนถึงขาในขณะผ่าตัดคลอด แต่ช่วงบนลำตัวจะยังมีความรู้สึก คุณแม่จึงสามารถรับรู้และสื่อสารขณะแพทย์ผ่าตัดคลอดได้ วิธีการ คือ วิสัญญีแพทย์จะแทงเข็มให้ยาเข้าไปในช่องไขสันหลังของคุณแม่ จากนั้นคุณแม่จะรู้สึกชาตั้งแต่ช่วงลำตัวไปจนถึงขา และไม่มีความรู้สึกในขณะที่แพทย์กำลังผ่าตัดคลอด

ก่อนที่คุณแม่จะต้องผ่าตัดคลอด จึงควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการเลือกระงับความเจ็บปวดขณะผ่าตัดว่าสุขภาพและร่างกายคุณแม่เหมาะสมกับการระงับความรู้สึกแบบใดที่สุด

แผลผ่าตัด มีแบบไหนบ้าง

โดยส่วนใหญ่การผ่าตัดคลอดจะมีวิธีการ 2 แนวทาง คือ

แบบการผ่าตัดแนวยาวตรง หรือแนวตั้งกลางตัวคุณแม่ (Vertical Midline Incision)

ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่นิยมนัก ยกเว้นกรณีคุณแม่มีภาวะฉุกเฉินหรือมีข้อบ่งชี้ต่างๆ เช่น ลูกน้อยในครรภ์กำลังขาดออกซิเจน ภาวะรกเกาะต่ำมีเลือดออกมาก วิธีการ คือ แพทย์จะลงมีดบริเวณใต้สะดือลงมาถึงบริเวณเหนือหัวหน่าวในทางตรงจากบนลงล่าง แล้วนำลูกน้อยในครรภ์ออกมา

การผ่าตัดแนวขวางหรือแนวบิกินี่ (Transverse Incision)

ปัจจุบันเป็นแนวทางการผ่าตัดคลอดที่นิยมมากกว่าแนวตรง โดยแพทย์จะมีการลงมีดแนวขวาง และโค้งเล็กน้อยบนลำตัวคุณแม่บริเวณเหนือหัวหน่าวหรือที่เรียกว่า เส้นบิกินี่ และความยาวของแผลผ่าตัดส่วนใหญ่จะประมาณ 12-15 ซม.

นวัตกรรมการเย็บแผล ปิดแผลผ่าตัด

หลังจากลูกน้อยลืมตาออกมาดูโลกแล้ว ได้เวลาที่สูติแพทย์ผู้ผ่าตัดคลอดจะทำการเย็บแผลหรือปิดแผลให้คุณแม่ ในชั้นกล้ามเนื้อและผิวหนังต่างๆ และขั้นตอนสุดท้าย คือ การเย็บหรือปิดแผลที่ชั้นผิวหนังหน้าท้อง โดยทำได้หลายวิธี คือ

การใช้ไหมเย็บ

โดยสูติแพทย์จะใช้ไหมเย็บแผลทางการแพทย์เย็บแผลผ่าตัดหน้าท้องคุณแม่ ซึ่งมีทั้งการใช้ไหมแบบละลาย หรือแบบที่ต้องตัดไหม แต่ในช่วง 6-7 วันแรก คุณแม่ต้องระวังไม่ให้แผลโดนน้ำ และเมื่อเปิดผ้าปิดแผลออก แผลแห้งดีแล้วก็ไม่ควรเกาหรือดึงสะเก็ดแผล แต่ควรปล่อยให้สะเก็ดที่แผลหลุดลอกออกเอง

การใช้แม็กซ์เย็บแผล

คือการใช้ลวดเย็บที่แผลผ่าตัดด้านนอกเพื่อให้ผิวหนังยึดติดกัน ป้องกันแผลแยกหรือแตกออก และป้องกันไม่ให้แผลโดนน้ำ โดยแพทย์จะดึงแม็กซ์เย็บแผลออกให้ใน ช่วงเวลาที่เหมาะสม

การใช้กาวปิดแผลทางการแพทย์

เป็นกาวปิดแผลที่ใช้ทางการแพทย์ มีประโยชน์เพื่อสมาน และยึดแผลผ่าตัดคลอดให้ติดสนิท กาวปิดแผลนี้ยังสามารถกันน้ำได้ โดยหลังผ่าตัดคุณแม่ไม่ต้องปิดพลาสเตอร์ปิดแผลภายนอกอีกด้วย

อย่างไรก็ตามคุณแม่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเรื่องการเย็บแผลผ่าตัดเพื่อให้ เหมาะสมกับความต้องการสุขภาพของคุณแม่ และข้อบ่งชี้ต่างๆ เนื่องจากบางกรณี แพทย์อาจตัดสินใจได้ตามความเหมาะสม และแต่ละวิธีจะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน

แม้ผ่าคลอด...ก็เตรียมความพร้อมให้ลูกรักก้าวไปได้ไกลกว่า

เพราะการทำงานร่วมกันแบบซินไบโอติก (Synbiotic) ของ จุลินทรีย์สุขภาพโพรไบโอติก และ ใยอาหารพรีไบโอติก ในน้ำนมแม่ มีส่วนสำคัญในการสร้างภูมิต้านทานให้ลูกน้อยผ่าคลอดได้ คุณแม่จึงควรให้ทารกทานนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก หลังจากนั้นให้อาหารตามวัยที่ปลอดภัยและเหมาะสม ควบคู่กับให้นมแม่ต่อเนื่องจนถึงอายุ 2 ปี หรือมากกว่า เพื่อพัฒนาระดับภูมิต้านทานให้ลูกน้อยผ่าคลอดได้เทียบเท่ากับเด็กที่คลอดธรรมชาติ หากคุณแม่มีความจำเป็นไม่สามารถให้นมลูกได้ ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรับคำแนะนำด้านโภชนาการอย่างเหมาะสม

ReadyForCSection

กรณีใดบ้างที่แพทย์แนะนำให้ผ่าคลอด

การผ่าคลอดเป็นทางเลือกที่แพทย์อาจแนะนำในกรณีที่การคลอดธรรมชาติมีความเสี่ยง เช่น

-ภาวะรกเกาะต่ำหรือรกปิดปากมดลูก รกที่อยู่ต่ำกว่าปกติอาจปิดปากมดลูก ทำให้ทารกไม่สามารถคลอดทางช่องคลอดได้อย่างปลอดภัย

-ทารกอยู่ในท่าผิดปกติ เช่น ท่าก้นหรือท่าขวาง อาจทำให้การคลอดธรรมชาติเกิดความเสี่ยงต่อทารกและแม่

-คุณแม่มีโรคประจำตัวที่อาจเป็นอันตรายระหว่างคลอด เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวาน

-ทารกมีภาวะสุขภาพที่ต้องการการดูแลพิเศษทันทีหลังคลอด

ผ่าคลอดมีกี่ประเภท (ฉุกเฉิน vs วางแผนล่วงหน้า)

1.ผ่าคลอดวางแผนล่วงหน้า แพทย์และคุณแม่ตกลงกันก่อนถึงกำหนดคลอด เนื่องจากมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ชัดเจน

2.ผ่าคลอดฉุกเฉิน เกิดขึ้นเมื่อมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างการคลอดที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้

การดูแลหลังผ่าคลอดใน 24 ชั่วโมงแรก

หลังการผ่าคลอด คุณแม่ควรให้ความสำคัญกับการดูแลตนเองในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ดังนี้

1.งดน้ำและอาหารประมาณ 12–24 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการสำลักและปัญหาทางเดินอาหาร

2.เริ่มขยับตัวเบาๆ เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น ให้ลำไส้ได้ขยับและกลับมาทำงานได้ตามปกติเร็วขึ้น

3.ดูแลแผลผ่าตัดให้สะอาดและแห้ง หลีกเลี่ยงการโดนน้ำหรือการสัมผัสที่อาจทำให้แผลติดเชื้อ

แผลผ่าคลอดจะในหายกี่วัน? ดูแลอย่างไรให้แผลแห้งไว ?

การดูแลแผลผ่าคลอดอย่างถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็วและลดความเสี่ยงของการเกิดแผลเป็น

-แผลภายนอกเริ่มสมานใน 1 สัปดาห์

-แผลภายในสมานใน 2–4 สัปดาห์

โดยการดูแลแผลให้สะอาด หลีกเลี่ยงการยกของหนัก ใช้แผ่นซิลิโคนลดรอยแผลเป็น 

ใช้ผ้ารัดพยุงหน้าท้องเพื่อช่วยลดการกดทับแผล และทาครีมหรือยาลดรอยแผลเป็นหลังแผลแห้งสนิท

ให้นมลูกหลังผ่าคลอด ทำได้เมื่อไหร่

โดยหลังผ่าคลอดสามารถทำได้ทันทีที่คุณแม่รู้สึกพร้อม และควรให้บ่อยๆ เพื่อกระตุ้นการผลิตน้ำนม

-ควรให้นมลูกโดยเร็วที่สุดหลังผ่าคลอด โดยให้นมบ่อยๆ ทุก 2–3 ชั่วโมง

-หากไม่สามารถให้นมได้ทันที ควรปั๊มนมทุก 2–3 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นการผลิตน้ำนม

-ใช้ท่าให้นมที่ไม่กดทับแผล เช่น ท่าฟุตบอล เพื่อหลีกเลี่ยงการกดทับแผล

ผ่าคลอดหลายครั้ง อันตรายหรือไม่

การผ่าคลอดหลายครั้งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น รกเกาะแน่น หรือการเกิดพังผืด อาจจะทำให้เกิดการเสียเลือดมากระหว่างคลอด แพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายกรณี

อาการผิดปกติหลังผ่าคลอดที่ควรพบแพทย์

-มีเลือดออกมาก เช่น เลือดออกจากช่องคลอดจนชุ่มผ้าอนามัยภายใน 1 ชั่วโมง

-น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็นหรือมีสีแดงสดนานเกิน 4 วัน

-มีไข้สูงอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 38 องศาเซลเซียส

-ปวดท้องรุนแรงหรือมีอาการปวดที่ไม่ทุเลาหลังการใช้ยา

-แผลผ่าตัดบวม แดง หรือมีหนอง

หลังการผ่าคลอด หากคุณแม่มีอาการตามด้านบนนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที

M25-172

คำนวณอายุครรภ์

กรุณาระบุวันครบกำหนดคลอด

กรุณาระบุไม่เกิน 40 สัปดาห์
ไม่ทราบวันครบกำหนดคลอด

คำนวณวันครบกำหนดคลอด

กรุณาระบุวันแรกที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้าย

กรุณาระบุไม่เกิน 40 สัปดาห์

รอบประจำเดือนของคุณอยู่ในช่วงกี่วัน

อายุครรภ์สัปดาห์อื่น

วันครบกำหนดคลอดคือ

Due Date Result Label

8 april 2018

Week Result Label

อายุครรภ์สัปดาห์อื่น

อายุครรภ์ของคุณแม่คือ

สมัครสมาชิก

อายุครรภ์สัปดาห์อื่น

โปรแกรมตั้งชื่อมงคลให้ลูกรัก

บทความที่เกี่ยวข้อง

img
กรุณากรอกชื่อ กรุณากรอกตัวอักษร 5-40 ตัว รวมช่องว่าง
กรุณากรอกเบอร์โทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ (ไม่ต้องมีเลข 0 ข้างหน้า)
กรุณากรอกอีเมล์ อีเมลไม่ถูกต้อง

ระบบของเรารองรับบัญชีอีเมลเฉพาะจากโดเมนของ gmail, yahoo, hotmail, live, msn, icloud, qq, 163 และ outlook เท่านั้น​

กรุณากรอกวันกำหนดคลอด ข้อมูลไม่ถูกต้อง

กรุณากรอกชื่อ กรุณากรอกตัวอักษร 5-40 ตัว รวมช่องว่าง
This field is mandatory
กรุณากรอกข้อมูลวันเดือนปีเกิดลูก ข้อมูลไม่ถูกต้อง

ข้อตกลงและเงื่อนไข

* ข้อมูลจำเป็น

หากต้องการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลสมาชิก หรือยกเลิก กรุณาติดต่อ 0 2740 3333

* ข้อมูลจำเป็น

ข้าพเจ้ายินยอมที่จะรับข้อมูลจากไฮแฟมิลี่คลับผ่านช่องทางไปรษณีย์ หรืออีเมล หรือ SMS หรือโทรศัพท์ ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บสามารถนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการลูกค้า

We're sorry. There were technical problems with the form. Please contact our customer service.

กรุณากรอกบ้านเลขที่ รูปแบบเลขที่บ้านไม่ถูกต้อง
กรุณากรอกบ้านเลขที่ รูปแบบเลขที่บ้านไม่ถูกต้อง
ข้อมูลจำเป็น ข้อมูลไม่ถูกต้อง
ข้อมูลไม่ถูกต้อง
ข้อมูลไม่ถูกต้อง
ข้อมูลไม่ถูกต้อง
* กรุณากรอกจังหวัด
* กรุณากรอกอำเภอ
* กรุณากรอกตำบล
กรุณากรอกรหัสไปรษณีย์

We're sorry. There were technical problems with the form. Please contact our customer service.

carelinepic_resized2

ไฮ-แฟมิลี่ แคร์ไลน์

บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง

x