นมแม่ดีที่สุด
เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้คุณเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะเราเชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก ทั้งยังให้ประโยชน์กับทารกในหลายด้าน การเตรียมตัวช่วงก่อนและระหว่างการให้นมทารกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คุณควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่สมดุล
เมื่อคุณตัดสินใจที่จะไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกับการใช้นมสูตรสำหรับทารก อาจลดประสิทธิภาพในการสร้างน้ำนมของคุณเองและทำให้การกลับมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อีกครั้งทำได้ยากขึ้น ดังนั้นก่อนเริ่มใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรคำนึงถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมร่วมด้วย หากจำเป็นต้องใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียม การใช้ และการเก็บรักษา อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของทารก
เพื่อช่วยในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิธีให้อาหารทารก แนะนำปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทุกครั้ง
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
ตรวจสอบบทความโดย: รุ่งทิวา สุลักษณานนท์
พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์
รังไข่ของคุณผู้หญิงนั้นจะมีการตกไข่ รอบเดือนละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1-2 ใบ ซึ่งไข่ที่ตกออกมานั้นเมื่ออยู่นอกรังไข่ จะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 12–24 ชั่วโมง ดังนั้นหากมีเพศสัมพันธ์กันไม่ตรงช่วงที่ไข่ตก โอกาสที่ไข่และตัวอสุจิจะผสมกันในรอบเดือนนั้นจะน้อยมาก ดังนั้นการนับวันตกไข่จึงมีส่วนช่วยให้คู่สามี-ภรรยา ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์เป็นอย่างมาก
การคำนวนวันตกไข่
โดยปกติแล้วเมื่อมีการตกไข่เกิดขึ้นแล้วประจำเดือนจะมาหลังจากวันที่ไข่ตกประมาณ 14 วัน การนับวันตกไข่ต้องย้อนกลับไปดูประจำเดือนย้อนหลังประมาณ 3-6 เดือน เพื่อหาค่าเฉลี่ยของระยะห่างระหว่างรอบเดือนแล้วนับย้อนหลังไป 14 วัน จะได้ตัวเลขที่เป็นวันประมาณการในการตกไข่
ตัวอย่างการนับวันไข่ตก
1) ระยะห่างระหว่างรอบเดือนคือ 28 วัน ให้นำ 28-14 = 14 ดังนั้นวันไข่จะตกวันที่ 14 ของรอบเดือน
2)ระยะห่างของรอบเดือนคือ 35 วัน ให้นำ 35-14 = 21 ดังนั้นไข่จะตกวันที่ 21 ของรอบเดือน เป็นต้น
หลังจากทราบวันประมาณการตกไข่แล้วควรมีเพศสัมพันธ์วันเว้นวัน เช่น ตกไข่วันที่ 14 ควรมีเพศสัมพันธ์วันที่ 13 ,15, 17 เป็นต้น หากใช้วิธีนี้ซักระยะหนึ่งแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของภาวะมีบุตรยากทั้งฝ่ายหญิงและชายต่อไป
นอกจากการคำนวณหาวันตกไข่แล้วยังมีวิธีง่ายๆมาช่วยเพิ่มความแม่นยำในการนับวันตกไข่ ได้แก่
1. สังเกตุมูกที่ปากช่องคลอด ปกติแล้วช่วงวันที่ไข่จะตก ตกขาวของคุณผู้หญิงจะมีลักษณะเป็นมูกใสๆ เหนียวๆ คล้ายไข่ขาว ยิ่งถ้าช่วงเวลาที่เราคำนวณได้จากขั้นตอนแรกนั้น แล้วคุณผู้หญิงมีมูกใสๆออกมาด้วย ยิ่งสร้างความมั่นใจได้ว่าน่าจะมีโอกาสตั้งครรภ์มากยิ่งขึ้น
2. ใช้ชุดตรวจการตกไข่จากปัสสาวะ ซึ่งจะคล้ายๆชุดตรวจการตั้งครรภ์ โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตรวจคือ บ่าย 2 โมง เนื่องจากฮอร์โมน LH จะถูกสร้างขึ้นในช่วงเช้าและจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไปจนถึงช่วงบ่ายโมง และควรทำการเก็บปัสสาวะในช่วงเวลาเดียวกันของทุกวัน จำกัดปริมาณการบริโภคของเหลวก่อนทำการทดสอบอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เริ่มตรวจวันที่ 12 เรื่อยไปจนกว่าชุดตรวจจะขึ้น 2 ขีดชัดๆ หมายความว่าไข่น่าจะตกแน่ใน 12-24 ชม ให้มีเพศสัมพันธ์ได้เลย
3. บันทึกอุณหภูมิของร่างกายคุณผู้หญิง สัญญาณที่แสดงระยะตกไข่จะมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในร่างกายด้วย คุณจึงสามารถคาดการณ์ช่วงเวลาตกไข่ได้จากอุณหภูมิของร่างกาย โดยอุณหภูมิจะลดลงก่อนไข่ตกและเพิ่มขึ้นหลังจากไข่ตกแล้ว แต่จำเป็นต้องบันทึกอุณหภูมิในเวลาเดียวกันทุกเช้า ก่อนดื่มน้ำและรับประทานอาหาร หรือก่อนลุกจากเตียง
การ "ไข่ตก" หรือ "การตกไข่" (Ovulation) เป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่รังไข่ของผู้หญิงจะปล่อยไข่สุกออกมาในแต่ละรอบเดือน โดยปกติจะเกิดขึ้นประมาณเดือนละหนึ่งครั้ง กระบวนการนี้มีความสำคัญมากต่อการตั้งครรภ์ เพราะไข่ที่ตกจะสามารถผสมกับอสุจิเพื่อก่อให้เกิดการปฏิสนธิ และเริ่มต้นการตั้งครรภ์ได้
โดยทั่วไปแล้ว ไข่ที่ตกออกมาจะสามารถอยู่รอการผสมกับอสุจิได้ประมาณ 12-24 ชั่วโมง หลังจากนั้นถ้าไม่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ร่างกายจะสลายไข่ใบดังกล่าว และเยื่อบุโพรงมดลูกจะหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือนในที่สุด
สัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าคุณกำลังไข่ตก จะมีตกขาวลักษณะใส ยืดได้เหมือนไข่ขาวดิบ หรือมีอาการเจ็บหรือรู้สึกหน่วง ๆ บริเวณท้องน้อย จะเหมือนมีความรู้สึกความต้องการทางเพศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหากรู้จักช่วงไข่ตกจะดีมาก และสำคัญมากโดยเฉพาะผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์ เพราะจะช่วยเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิให้สำเร็จได้สูงขึ้น
วงจรการตกไข่ (Ovulation Cycle) เป็นส่วนหนึ่งของ รอบเดือน หรือ Menstrual Cycle โดยแต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 28-32 วัน ขึ้นอยู่กับแล้วแต่บุคคล โดยวงจรนี้แบ่งได้เป็น 4 ระยะหลัก ๆ คือ
1. ระยะมีประจำเดือน (Menstrual Phase)
เป็นช่วงที่เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดออกมาเป็นประจำเดือน จะนับเป็นวันแรกของรอบเดือน โดยปกติจะกินเวลาประมาณ 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วย
2. ระยะ Follicular Phase (ระยะฟอลลิคูลาร์)
เริ่มตั้งแต่วันแรกของประจำเดือนจนถึงก่อนตกไข่ โดยต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมน FSH เพื่อกระตุ้นรังไข่ให้พัฒนาไข่ในถุงฟอลลิเคิล และรังไข่ผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว เตรียมพร้อมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน
3. ระยะตกไข่ (Ovulation Phase)
จะเกิดขึ้นเมื่อระดับฮอร์โมน LH พุ่งสูง ตัวถุงฟอลลิเคิลแตกตัว ปล่อยไข่สุกออกมาจากรังไข่ จากนั้นไข่จะเดินทางเข้าสู่ท่อนำไข่ รอการผสมกับอสุจิ โดยทั่วไปการตกไข่มักเกิดในวันที่ 14 ของรอบเดือน ทั้งนี้ถ้าวงจรเป็น 28 วัน
4. ระยะ Luteal Phase (ระยะลูทีล)
ตัวถุงฟอลลิเคิลที่แตกตัวจะกลายเป็น Corpus Luteum (กลุ่มเซลล์ที่อยู่ในฟองไข่) จะผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ซึ่งส่วนของฮอร์โมนนี้จะช่วยเสริมเยื่อบุโพรงมดลูกให้เหมาะสมกับการฝังตัว แต่ถ้าไม่มีการปฏิสนธิ Corpus Luteum จะสลายตัว ระดับฮอร์โมนลดลง และประจำเดือนใหม่ก็จะเริ่มต้น วนกลับไปที่ระยะแรกนั่นเอง
เมื่อพบว่าประจำเดือนมาผิดปกติ ขาดหายไป มาแบบกะปริบกะปรอย มาไม่สม่ำเสมอ หรืออาจมีอาการปวดท้องรุนแรง รวมถึงหากมีความพยายามที่จะตั้งครรภ์มาหลายเดือนแล้วแต่ไม่สำเร็จ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเพิ่มเติม เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อม ทั้งนี้ในการตรวจมีได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการอัลตราซาวนด์เพื่อตรวจสอบการตกไข่, การตรวจระดับฮอร์โมนในเลือด, การประเมินโครงสร้างอวัยวะสืบพันธุ์ เช่น ท่อนำไข่ มดลูก เป็นต้น การตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ จะสามารถช่วยประเมินการวางแผนการรักษาหรือปรับพฤติกรรมเพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/womens-health/in-depth/menstrual-cycle/art-20047186
https://americanpregnancy.org/getting-pregnant/infertility/understanding-ovulation/
https://my.clevelandclinic.org/health/articles/10132-menstrual-cycle
https://ivi-fertility.com/blog/womans-egg-after-ovulation/
https://www.vibhavadi.com/th/blogs/let-rsquo-s-try-calculating-ovulation-days
M25-101
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง