นมแม่ดีที่สุด
เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้คุณเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะเราเชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก ทั้งยังให้ประโยชน์กับทารกในหลายด้าน การเตรียมตัวช่วงก่อนและระหว่างการให้นมทารกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คุณควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่สมดุล
เมื่อคุณตัดสินใจที่จะไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกับการใช้นมสูตรสำหรับทารก อาจลดประสิทธิภาพในการสร้างน้ำนมของคุณเองและทำให้การกลับมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อีกครั้งทำได้ยากขึ้น ดังนั้นก่อนเริ่มใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรคำนึงถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมร่วมด้วย หากจำเป็นต้องใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียม การใช้ และการเก็บรักษา อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของทารก
เพื่อช่วยในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิธีให้อาหารทารก แนะนำปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทุกครั้ง
ตรวจสอบบทความโดย: มนภรณ์ มาร์ทากอน
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโภชนศาสตร์
แนะนำให้เด็กกินสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ผักสีเหลืองซึ่งมีแคโรทีนสูง กินต่อเนื่องทุกวันมักทำให้ผิวหนัง โดยเฉพาะที่ฝ่ามือฝ่าเท้าเหลือง ซึ่งสีเหลืองนี้ไม่เป็นอันตราย แต่อาจทำให้มีสีเหมือนสีผิวของผู้ป่วยดีซ่านซึ่งแยกจากกันได้ โดยที่ดีซ่านมีตาขาวเหลืองด้วย งดอาหารพวกนี้สัก 4-5 วัน สีเหลืองจะจางหายไป และเริ่มกินใหม่ได้ ปลาทะเลอาจมีสารโลหะหลักปนเปื้อนอยู่ในเนื้อ เช่น ปรอท เป็นต้น กินซ้ำอาจมีโลหะหนักสะสมในร่างกายจนเกิดอันตรายได้ ควรกินสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และให้ดีเอชเอจากเมล็ดป่านแทน
1. กินอาหารเลือกชนิดอาหารในหมู่เดียวกัน หมุนเวียนสลับกันไป
2. ผู้ที่มีโรคเลือดประจำตัวที่เม็ดเลือดแดงแตกง่าย มีเหล็กสะสมในร่างกายสูง ต้องหลีกเลี่ยงกินอาหารพวกตับและเลือด
3. เลือกบริโภคผักที่ปลอดสาร หรือออร์แกนนิก
1. ลองกินอาหารที่สงสัยว่าแพ้ด้วยตนเองที่บ้าน
2. กินอาหารที่ทอดหรือปิ้งจนไหม้เกรียม เพราะเกิดสารก่อมะเร็ง
3. กินอาหารจานเย็น ไม่ผ่านความร้อน
4. กินอาหารสเต็ม หวานและเผ็ดจัด
เด็กวัย 5 เดือนส่วนใหญ่ยังไม่จำเป็นต้องได้รับอาหารเสริมตามวัย หากยังได้รับนมแม่หรือนมผงดัดแปลงสำหรับทารก(กรณีไม่สามารถให้นมแม่ได้) เพราะนมยังสามารถให้พลังงานและสารอาหารได้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม เด็กบางคนอาจแสดงสัญญาณความพร้อม เช่น การนั่งได้เองหรือมีการควบคุมกล้ามเนื้อคอและศีรษะได้ดีขึ้น แสดงความสนใจเวลาเห็นผู้ใหญ่กิน อย่างไรก็ตาม การเริ่มอาหารตามวัยควรทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและปลอดภัย หากลูกของคุณมีพัฒนาการตามเกณฑ์และได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ก็สามารถเริ่มอาหารตามวัยได้อย่างระมัดระวัง
อาหารหลักในช่วงนี้ยังคงเป็น นมแม่ ซึ่งควรให้ต่อเนื่องอย่างน้อยถึงอายุ 6 เดือน หรือมากกว่านั้นตามคำแนะนำของ WHO ซึ่งถ้าแพทย์แนะนำให้เสริมอาหารตามวัยได้ ควรเริ่มจากอาหารที่ละเอียดและย่อยง่าย เช่น ข้าวบดหรือผลไม้บดที่ไม่หวานจนเกินไป อย่างเช่น มันฝรั่งบด, กล้วยบด, หรือแอปเปิ้ลบด ซึ่งเป็นอาหารที่ให้พลังงานและสารอาหารที่จำเป็นต่อการเติบโต
อาหารเสริมตามวัย มื้อแรกสำหรับลูกน้อย ควรเริ่มเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน แต่สำหรับเด็กบางคน หากมีความพร้อม หรือแพทย์แนะนำให้เริ่มได้เมื่ออายุ 4-5 เดือน ควรเริ่มจากอาหารอ่อนๆ ที่บดละเอียดหรือครูดผ่านกระชอน ไม่ปรุงรส เช่น ข้าวบด, ไข่แดงต้มสุก, ตับบด, หรือปลาบด. และควรเริ่มทีละน้อย ครั้งละ 1-2 ช้อนชา วันละ 1 มื้อ และเริ่มอาหารใหม่ทีละชนิด โดยเว้นระยะห่างกัน 3 วัน เพื่อสังเกตอาการแพ้อาหาร.
สำหรับทารกวัย 5 เดือน ซึ่งระบบย่อยอาหารยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ดี ควรหลีกเลี่ยงอาหารบางประเภทเพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของลูกน้อย โดยอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่
-น้ำผึ้ง – เสี่ยงต่อการติดเชื้อ Clostridium botulinum ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง
-ไข่ (โดยเฉพาะไข่ขาว) – เสี่ยงต่อการแพ้
-อาหารทะเล – โดยเฉพาะปลาทะเลหรือสัตว์น้ำเปลือกแข็ง เพราะเสี่ยงต่อการแพ้
-ผลไม้รสเปรี้ยวจัด – เช่น ส้ม ส้มโอ เพราะมีกรดสูง อาจทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ไม่สบายท้อง
-อาหารปรุงรสจัด – เช่น อาหารที่มีเกลือ น้ำตาล หรือเครื่องเทศมาก
-อาหารแข็งหรือเหนียว – เช่น ถั่ว เมล็ดพืช ขนมกรอบ เสี่ยงต่อการสำลัก
-อาหารแปรรูป – เช่น ไส้กรอก แฮม ขนมขบเคี้ยว เพราะมีโซเดียมและสารปรุงแต่งสูง
-น้ำผักสดที่มีฤทธิ์ร้อน – เช่น น้ำขิง น้ำตะไคร้ อาจระคายเคืองกระเพาะ
ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
- การให้นมแม่ยังคงเป็นอาหารหลักสำหรับทารกในช่วง 6 เดือนแรก แต่สามารถเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยได้ในช่วง 6 เดือนแรก เพื่อเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกอย่างมีประสิทธิภาพ
- อาหารเสริมตามวัยควรเป็นแบบบดละเอียดในช่วงเริ่มต้น แล้วค่อยเพิ่มความหยาบตามอายุ
- ให้อาหารหลากหลายเพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน เช่น ธาตุเหล็ก สังกะสี วิตามินเอ
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง