นมแม่ดีที่สุด

เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้คุณเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะเราเชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก ทั้งยังให้ประโยชน์กับทารกในหลายด้าน การเตรียมตัวช่วงก่อนและระหว่างการให้นมทารกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คุณควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่สมดุล

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกับการใช้นมสูตรสำหรับทารก อาจลดประสิทธิภาพในการสร้างน้ำนมของคุณเองและทำให้การกลับมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อีกครั้งทำได้ยากขึ้น ดังนั้นก่อนเริ่มใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรคำนึงถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมร่วมด้วย หากจำเป็นต้องใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียม การใช้ และการเก็บรักษา อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของทารก

เพื่อช่วยในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิธีให้อาหารทารก แนะนำปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทุกครั้ง

นมผงเด็กแรกเกิด ผลิตอย่างไร? ไขคำตอบทุกขั้นตอนการทำนมผงสำหรับทารก

กว่าจะมาเป็นนมผงเด็กแรกเกิด

นมผงสำหรับเด็กแรกเกิด ถูกแปรรูปจากน้ำนมดิบ ไม่ว่าจะเป็น นมวัว นมแพะ ฯลฯ กว่าจะมาเป็นนมผงได้ น้ำนมเหล่านั้นต้องถูกทำให้แห้งด้วยการระเหยเสียก่อน เพื่อให้นมผงมีความแห้งที่สุด จะได้เก็บรักษาได้นาน แถมยังไม่ต้องแช่เย็นเพื่อเก็บรักษาเพราะมีความชื้นต่ำ

และอีกประโยชน์ก็คือการลดปริมาณ และน้ำหนักลง เพื่อความสะดวกในการขนส่ง การจัดเก็บและบริโภค ซึ่งนมผงมี 3 วิธีทั่วไปในการผลิต:

1. ผลิตนมผงแบบ ‘พ่นฝอย’

วิธีทั่วไปในการทำ นมผง หรือนมผงเด็กแรกเกิด คือการทำให้น้ำนมเปลี่ยนเป็นผงนมด้วยวิธีการ พ่นฝอย 

ซึ่งเป็นกระบวนการที่พ่นน้ำนมให้เป็นฝอยผ่านอุณหภูมิที่สูงพอจนฆ่าเชื้อจุลินทรีย์และเอมไซม์ต่าง รวมทั้งฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค  ซึ่งเมื่อน้ำนมสัมผัสกับลมร้อน หยดนมที่เป็นของเหลว ก็จะระเหยไปอย่างรวดเร็วกลายเป็นนมผงแห้งๆ ที่ได้รับการฆ่าเชื้อเรียบร้อย

2. ทำนมผงแห้งด้วยการเยือกแข็ง

การทำแห้งแบบเยือกแข็งเป็นวิธีที่ซับซ้อนใช้เวลานาน และใช้เงินมากที่สุด แต่ได้คุณภาพสูงสุด การทำแห้งแบบเยือกแข็งจะต้องแช่นมเป็นเวลานานที่อุณหภูมิ -50°C ถึง -80°C เพื่อให้เกิดเป็นผลึกน้ำแข็งที่มีขนาดเล็กและสม่ำเสมอ จากนั้นนมจะถูกนำไปผ่านความร้อนต่ำและถูกใช้แรงดันต่ำในสูญญากาศบางส่วน ซึ่งช่วยให้เกิดการระเหิดเปลี่ยนน้ำแข็งจากสถานะของแข็งเป็นก๊าซ จากนั้นก๊าซจะถูกควบแน่นและรวมตัวกัน และจะเหลือแค่นมที่เป็นผงแห้ง

3. ทำนมผงแห้งด้วยลูกกลิ้ง

วิธีนี้ จะเป็นการส่งผ่านน้ำนม ไปบนผิวร้อนของลูกกลิ้ง เพื่อระเหยน้ำออกจากนม เพื่อได้เป็นแผ่นนมแห้ง และบดให้เป็นผงละเอียด

จากสามวิธีที่ระบุไว้ในที่นี้ การอบแห้งด้วยกลิ้งเป็นวิธีที่ใช้น้อยที่สุดเนื่องจากมีแนวโน้มที่จะทำให้นมกลายเป็นคาราเมล ซึ่งอาจทำให้ของแข็งมีรสขมและไหม้เล็กน้อย

5 ขั้นตอนการหลักกับผลิตนมผงเด็กทารก

1. วัตถุดิบ: เริ่มจากการหาน้ำนมคุณภาพสูง มีความถ้วนของสารอาหาร โปรตีนจากนม คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ ไม่ว่าจะเป็นนมผงสูตรใดก็ตาม เช่น นมผงจากนมวัว นมผงจากถั่วเหลือง หรือนมผงที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้

2. ผสมส่วนต่างๆ เข้าด้วยกัน: ส่วนผสมต่างๆ จะถูกตวงด้วยการชั่งน้ำหนัก และผสมเข้าด้วยกันในอัตราส่วนที่แม่นยำ เพื่อให้แน่ใจว่านมผงตรงตามข้อกำหนดทางโภชนาการสำหรับทารก

3. รักษาความร้อน: ส่วนผสมต้องผ่านความร้อนก่อน เช่น การพาสเจอร์ไรซ์เพื่อการฆ่าเชื้อที่จะทำให้นมเสียง่าย ให้เก็บรักษาได้นานกว่านมของเหลว เพื่อฆ่าจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย และเพื่อรักษาคุณภาพทางโภชนาการของส่วนผสมให้ได้มากที่สุด

4. เสริมเติมสารอาหาร: นมผงสำหรับเด็กแรกเกิดทั่วไป จะมีการเติมวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารเสริมอื่นๆ ลงในนมผงเพื่อตอบสนองความต้องการทางโภชนาการของทารก สารอาหารรองเฉพาะที่เติมจะแตกต่างกันไปแล้วแต่สูตรของนมผง

5. ควบคุมคุณภาพ: นมผง หรือนมเด็กแรกเกิด จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็น การทดสอบทางด้านวิทยาศาสตร์ต่างๆ อย่างการตรวจจุลินทรีย์ และการวิเคราะห์ส่วนประกอบทางโภชนาการ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามมาตรฐาน และกฎหมายที่กำหนดสำหรับนมผงสำหรับทารก สิ่งสำคัญคือต้องสังเกตว่าผู้ผลิตนมผงทุกยี่ห้อ ต้องภายใต้ข้อบังคับและแนวทางที่เข้มงวด ที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) อีกทั้ง สำนักงานควบคุมอาหารและยา เพื่อความปลอดภัยของนมผง

 

ขอขอบคุณ​แหล่งบทความเกี่ยวกับการผลิตนมผงสำหรับเด็กแรกเกิด:

ประเภทของนมผงในท้องตลาด แบบไหนเหมาะกับลูกคุณ

ในปัจจุบัน นมผงสำหรับทารกมีหลากหลายประเภทให้คุณพ่อคุณแม่เลือกใช้ โดยแต่ละสูตรคุณสมบัติและวัตถุประสงค์ในการลือกใช้แตกต่างกันตามความเหมาะสมของเด็กแต่ละคนดังนี้

1.นมผงสูตร 1 (แรกเกิด - 1 ปี) เหมาะสำหรับทารกที่ได้รับนมแม่ไม่เพียงพอ มีสารอาหารที่จำเป็น เช่น DHA, ARA, กรดไขมันโอเมก้า 3 และโปรตีนเวย์ที่ย่อยง่าย เหมาะสำหรับทารกที่ยังไม่เริ่มอาหารเสริม

2.นมผงสูตร 2 (6 เดือน – 3 ปี) สำหรับทารกที่เริ่มอาหารเสริม มีการเพิ่มธาตุเหล็ก แคลเซียม และวิตามินต่างๆ เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการด้านร่างกายและสมอง เหมาะสำหรับ เด็กที่เริ่มอาหารเสริม ควบคู่กับนมแม่หรือนมผง

3.นมผงสูตร 3  (1 ปีขึ้นไป) มีพลังงานและสารอาหารมากขึ้นเพื่อรองรับกิจกรรมในวัยเตาะแตะ

4.นมผงสูตร 4  (3 ปีขึ้นไป) ปรับเพิ่มสารอาหารบางกลุ่ม เหมาะสำหรับเด็กวัยเริ่มเข้าเรียน

5.นมผงสูตรพิเศษ เช่น นมผงสำหรับเด็กที่แพ้นมวัว เด็กคลอดก่อนกำหนด หรือมีภาวะย่อยแลคโตสไม่ได้

วิธีเลือกนมผงให้เหมาะกับสุขภาพและพัฒนาการของลูก

การเลือกนมผงไม่ควรดูแค่โฆษณา แต่ควรคำนึงถึง

1.อายุของลูก เลือกสูตรที่ตรงกับช่วงวัย เช่น สูตร 1 สำหรับแรกเกิด

2.สุขภาพทั่วไปของลูก เช่น มีภาวะท้องอืด ท้องผูก แพ้นมวัว น้ำหนักตกเกณฑ์ หรือมีภาวะย่อยแลคโตสไม่ได้หรือไม่

3.ส่วนผสมสำคัญ

 - DHA, ARA ที่มีส่วนช่วยพัฒนาสมองและสายตา

- โพรไบโอติก เสริมสุขภาพลำไส้

- ธาตุเหล็กและแคลเซียม เสริมการเจริญเติบโต

4.ความน่าเชื่อถือของยี่ห้อ ควรจะต้องผ่าน อย. และผลิตในมาตรฐานระดับสากล

นมผงสำหรับเด็กแพ้นมวัว: ทางเลือกที่ปลอดภัย

สำหรับทารกที่มีภาวะแพ้โปรตีนนมวัว (CMPA) หรือย่อยแลคโตสไม่ได้ สามารถเลือกนมสูตรพิเศษ ดังนี้

1.นมสูตรโปรตีนไฮโดรไลซ์ (Hydrolyzed Formula) โปรตีนถูกย่อยให้เล็กลง เพื่อลดโอกาสเกิดอาการแพ้นมวัว

2.นมสูตรกรดอะมิโน (Amino Acid Formula) ใช้กรดอะมิโนแทนโปรตีน เหมาะสำหรับเด็กที่แพ้นมวัวรุนแรง

3.นมสูตรไม่มีแลคโตส (Lactose-Free) สำหรับเด็กที่มีอาการท้องเสียหรือไม่สามารถย่อยแลคโตสได้

ข้อสังเกต ควรให้แพทย์วินิจฉัยก่อนเลือกสูตรพิเศษเพื่อความปลอดภัยในการเลือกดื่มนม

วิธีชงนมผงอย่างถูกวิธีและปลอดเชื้อโรค

1.ล้างมือให้สะอาด ก่อนชงทุกครั้ง

2.ใช้น้ำต้มสุกอุ่นที่อุณหภูมิประมาณ 40°C 

3.ผสมน้ำอุ่นกับผงนมโดยใส่น้ำลงไปก่อนผงนม สัดส่วนการผสมตามปริมาณที่แนะนำบนฉลาก  หากมีการตวงผิดอาจทำให้ลูกได้รับพลังงานไม่เพียงพอหรือมากเกินไป

4.เขย่าเบา ๆ ให้ละลายจนหมด

5.ไม่เก็บนมที่ชงแล้วไว้นานเกิน 1 ชั่วโมง

ข้อควรระวังเกี่ยวกับการใช้นมผงในระยะยาว

แม้ว่านมผงจะช่วยได้ในหลายกรณี แต่ควรคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ นมผงไม่สามารถทดแทนนมแม่ได้ 100% เพราะไม่มีแอนติบอดีและสารต้านโรคเฉพาะจากแม่ และอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วนหรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ถ้ารับพลังงานเกิน ดังนั้นการใช้นมผงอย่างต่อเนื่องโดยไม่ปรับตามวัย อาจขาดสารอาหารที่เหมาะสม จึงแนะนำว่าควรให้นมแม่ควบคู่กับนมผงหรือเสริมอาหารตามวัย หรือปรึกษาแพทย์ก่อนจะมีการปรับเปลี่ยนการให้นมผง

การเก็บรักษานมผงให้ปลอดภัยและได้คุณค่าทางอาหาร

เพื่อป้องกันนมผงเสื่อมคุณภาพหรือปนเปื้อนเชื้อโรค

-ควรเก็บในที่แห้ง เย็น และปิดบบรจุภัณฑ์ให้สนิททุกครั้งหลังใช้

-ห้ามเก็บในตู้เย็น เพราะความชื้นอาจทำให้นมจับตัวเป็นก้อน

-ควรใช้ผลิตภัณฑ์หลังเปิดให้หมดภายในระยะเวลาที่กำหนดอยู่ในฉลาก

-ไม่ใช้ช้อนที่เปียกหรือไม่สะอาดตักนม

คำแนะนำจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการใช้นมผง

-แพทย์ส่วนใหญ่อยากให้ลูกกินนมแม่เป็นหลักใน 6 เดือนแรก

-นมผงใช้เสริมได้หากน้ำนมแม่ไม่เพียงพอ หรือในกรณีมีความจำเป็นทางภาวะสุขภาพต่างๆ 

-แนะนำให้ปรึกษากุมารแพทย์ก่อนเปลี่ยนนมสูตรใหม่ เพราะอาจมีผลต่อระบบย่อยหรือภูมิคุ้มกัน

-ต้องติดตามน้ำหนักและพัฒนาการลูกอย่างใกล้ชิด

M25-126

carelinepic_resized2

ไฮ-แฟมิลี่ แคร์ไลน์

บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง

x