นมแม่ดีที่สุด

เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้คุณเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะเราเชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก ทั้งยังให้ประโยชน์กับทารกในหลายด้าน การเตรียมตัวช่วงก่อนและระหว่างการให้นมทารกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คุณควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่สมดุล

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกับการใช้นมสูตรสำหรับทารก อาจลดประสิทธิภาพในการสร้างน้ำนมของคุณเองและทำให้การกลับมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อีกครั้งทำได้ยากขึ้น ดังนั้นก่อนเริ่มใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรคำนึงถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมร่วมด้วย หากจำเป็นต้องใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียม การใช้ และการเก็บรักษา อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของทารก

เพื่อช่วยในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิธีให้อาหารทารก แนะนำปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทุกครั้ง

เด็กแรกเกิดกับ 7 พฤติกรรมสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรเข้าใจ

ตรวจสอบบทความโดย: รุ่งทิวา สุลักษณานนท์

พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์

7 พฤติกรรมของทารกแรกเกิด

การกิน การกอด นอนหลับ ร้องไห้ นั่นคือพฤติกรรมเกือบทั้งหมดของทารกแรกเกิดในช่วงสองสามเดือนแรก แม้ทารกตัวน้อยของคุณจะสบตาคุณบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้มีการตั้งใจสื่อสารอะไร ดังนั้น การเข้าใจพฤติกรรมทั้งหมดที่มีอยู่ซึ่งไม่มากของทารกแรกเกิด จะช่วยพ่อแม่ได้มาก

เช่น การร้องไห้เป็นสิ่งสำคัญที่คุณจะสังเกตเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมของทารกแรกเกิดได้ดีที่สุด เพื่อพ่อแม่จะได้รู้ว่า ทารกหิว อึดอัด ถ่ายออกมา หรือง่วงนอน เพื่อการดูแลได้อย่างถูกต้อง ซึ่งพฤติกรรมทั้ง 7 ของทารกปกติทั่วไปมีดังนี้ค่ะ

1. ทารกแรกเกิดคิดอะไรอยู่

ทารกแรกเกิดของคุณ กำลังอยู่ในช่วงของการค้นพบ การค้นหาว่าโลกนี้ทำงานอย่างไรเป็นครั้งแรก ดังนั้น การตอบสนองของคุณกับลูกน้อย จะเป็นคำตอบให้กับเขาทั้งหมด เช่น ถ้าคุณตอบสนองด้วยความใจร้อน โมโห นั่นจะเป็นส่ิงที่ลูกคุณจดจำ และสร้างปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารต่อไปในอนาคต หรือตัวอย่างเช่น ลูกน้อยแรกเกิดของคุณอาจพบว่าเมื่อเขาร้องไห้ ก็จะมีคนให้ในสิ่งที่เขาต้องการ อาจเป็นการเปลี่ยนผ้าอ้อม การกอด การอุ้ม หากเขาได้รับสิ่งนี้ เขาก็จะรับรู้ได้ถึงความไม่น่ากังวล หรือนั่นคือความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อมที่เขาอยู่ นอกจากนี้ คุณควรตอบสนองกับการร้องไห้ของทารกอย่างรวดเร็วด้วยการปลอบทารกแรกเกิดของคุณด้วยความรัก ซึ่งจะช่วยให้ร้องไห้น้อยลงด้วยการรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นได้

2. สัญญาณพร้อมสำหรับอาหารทารก

ทารกแรกเกิดจนถึง 6 เดือน พ่อแม่ไม่ควรให้อาหารอื่นใด นอกจากนมอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นนมสำหรับเด็กทารก หรือนมแม่ก็ดี ซึ่งนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุด และหลังจาก 6 เดือน คุณสามารถสังเกตสิ่งเหล่านี้ได้ ว่าเขาพร้อมจะทานอาหารตามวัยสำหรับเด็กแรกเกิดได้หรือยัง

  • ทารกน้อยสามารถนั่งตัวตรงบนเก้าอี้สูงได้
  • มีน้ำหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • ทารกน้อยสามารถเปิดปิดปากตอบสนองกับช้อนได้
  • สามารถขยับอาหารในปากได้

 

3. การนอนหลับของทารกแรกเกิด

ทารกแรกเกิดแต่ละคนจะมีนิสัยการนอนหลับต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่ มักจะนอนหลับคืนละ 6-8 ชั่วโมง ครั้งละ 20 นาทีถึง 4 ชั่วโมง และอาจมากถึง 20 ชั่วโมงต่อวัน และท้องของทารกแรกเกิดจะเล็ก จุนมได้น้อย ทำให้หิวบ่อย และตื่นบ่อยเนื่องจากหิว ดังนั้นทารกแรกเกิดควรได้นมทุกๆ 2-3 ชั่วโมง

4. สาเหตุเมื่อทารกแรกเกิดร้องไห้

การร้องไหัหนักๆ (ซึ่งอาจทำให้พ่อแม่อาจประสาทเสียได้) จะผ่านไปหลังจากหมดวัยทารกแรกเกิดนี้ เพราะยิ่งทารกของคุณโตขึ้น ก็จะยิ่งง่ายขึ้นในการที่คุณจะรู้ได้ว่า เขาร้องไห้เพราะอะไร และถ้าทารกแรกร้องไห้บ่อย และเป็นเวลาหลายชั่วโมงในแต่ละวัน ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารกับคุณว่าเขาต้องการบางสิ่งบางอย่าง หรือมีบางอย่างผิดปกติไป ซึ่งอาจเกิดได้จากสาเหตุเหล่านี้:

  • หิว
  • ง่วง เหนื่อย อยากนอน
  • หนาวหรือร้อนเกินไป
  • ถ่าย และต้องการเปลี่ยนผ้าอ้อม
  • มีแก๊สในกระเพาะ อยากเรอ
  • ไม่สบาย หรือป่วย
  • ไม่มีสาเหตุ แค่ต้องการให้ดูแล กอด อุ้ม

 

5. การได้ยินของทารกแรกเกิด

ทารกแรกเกิด ทำได้มากกว่าที่คุณคิด เขาจะสามารถแยกแยะเสียง หรือโทนเสียงที่แตกต่างกันได้ ดังนั้นคุณควรพูดคุยกับลูกบ่อยๆ พร้อมสังเกตการได้ยิน โดยดูว่าทารกน้อยของคุณ สามารถหันไปทางเสียงของคุณหรือไม่

6. การหายใจของทารกแรกเกิด

เป็นไปได้ ถ้าทารกแรกเกิดจะมีการหายใจที่ผิดปกติในบางครั้ง นั่นคือ เมื่อทารกแรกเกิดหยุดหายใจเป็นเวลา 5 ถึง 10 วินาทีแล้วเริ่มหายใจอีกครั้งด้วยตนเองทันที อย่างไรก็ตาม อาจเริ่มไม่ปกติ เมื่อทารกหยุดหายใจนานกว่า 10 วินาที หรือเมื่อหน้าทารกน้อยเริ่มเปลี่ยนเป็น เขียวคล้ำถ้าพบอาการนี้ พ่อแม่ควรพาลูกน้อยไปห้องฉุกเฉินพบแพทย์ด่วน

7. ปฏิกิริยาสะท้อนกลับ (Reflex)

ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก ทารกแรกเกิดจะไม่ขยับตัวมากนัก ร่างกายยังตอบสนองน้อยมาก และยังคงติดอยู่กับท่าขดตัวที่อยู่ในครรภ์ เช่น กำหมัด ข้อศอกงอสะโพกและหัวเข่า ฯลฯ แต่การคดงอเหล่านี้จะเริ่มหายไป เมื่อทารกเริ่มควบคุมการขยับร่างกายตัวเองได้มากขึ้น ซึ่งทารกแรกเกิดจะมีการตอบสนองของร่างกายต่อ สิ่งเหล่านี้ในรูปแบบปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติ ‘Reflex’ ที่พ่อแม่สามารถศึกษาทำความเข้าใจการตอบสนองทางร่างกายของลูกน้อยแรกเกิดทั้งหลาย เพื่อเข้าใจธรรมชาติ เพื่อการเลี้ยงดูอย่างถูกต้อง

การอาบน้ำและดูแลความสะอาดเด็กแรกเกิด

การอาบน้ำให้เด็กแรกเกิดควรทำด้วยความระมัดระวัง แม้ว่าสะดือจะยังไม่หลุด ก็สามารถอาบน้ำในอ่างได้ ยกเว้นสะดือแฉะ มีกลิ่นเหม็น ไม่ควรให้ถูกน้ำ 

 

ขั้นตอนการอาบน้ำ

1.เริ่มต้นจากการเตรียมน้ำอุ่น ที่อุณหภูมิประมาณ 37°C เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหนาวหรือร้อนเกินไป

2.เลือกเวลาอาบน้ำในช่วงที่อากาศอบอุ่น เช่น ช่วงสายหรือช่วงบ่าย

3.ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนสำหรับเด็กแรกเกิด 

4.เช็ดทำความสะดือทุกครั้งหลังอาบน้ำ จนกว่าสะดือจะหลุด

วิธีเช็ดสะดือและการดูแลสะดือเด็กแรกเกิด

การดูแลสะดือเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการติดเชื้อ 

วิธีการดูแลสะดือ

1.ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสสะดือทุกครั้ง

2.ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% เช็ดบริเวณโคนสะดือ โดยเช็ดจากด้านในบริเวณที่โคนสะดือวนออกด้านนอก

3.ทำความสะอาดวันละ 2 ครั้ง ในช่วงเวลาเช้าและเย็น จนกว่าสะดือจะหลุดและแห้งสนิทไปเอง

4.เมื่อสะดือหลุดแล้วต้องเช็ดตรงขั้วสะดือจนกว่าจะแห้งสนิท อย่าโรยแป้งหรือยาผงใดๆที่สะดือลูกเด็ดขาด

5.สังเกตอาการผิดปกติ เช่น บวม แดง หรือมีน้ำเหลือง ควรปรึกษาแพทย์ทันที

การเปลี่ยนผ้าอ้อมและการป้องกันผื่นผ้าอ้อม

ผื่นผ้าอ้อมในเด็กทารกนั้นมักจะเป็นปัญหาที่พบบ่อยในเด็กแรกเกิด การดูแลที่เหมาะสมสามารถ

ป้องกันได้ดังนี้

1.เริ่มต้นที่ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมให้บ่อยครั้ง โดยเฉพาะหลังจากที่เด็กปัสสาวะหรืออุจจาระควรทุกครั้ง

2.ทำความสะอาดผิวหนังด้วยน้ำเปล่าหรือผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน และซับให้แห้งก่อนใส่ผ้าอ้อมใหม่อยู่เสมอ

3.ใช้ครีมทาเพื่อป้องกันผื่นผ้าอ้อม และสร้างเกราะป้องกันผิวจากความชื้น

4.หลีกเลี่ยงการใส่ผ้าอ้อมแน่นเกินไป เพื่อให้ผิวระบายอากาศได้ดี ลดการเสียดสี และควรเลือกผ้าอ้อมที่ขนาดเหมาะสมกับเด็ก

การอุ้มและจับลูกอย่างถูกวิธี

การอุ้มทารกอย่างถูกวิธีและความปลอดภัย ขอแนะนำ 3 ท่าอุ้ม ได้แก่

1.ท่าอุ้มแนบอก โดยจะยกให้ศีรษะของทารกอยู่บนไหล่ของแม่ มือหนึ่งประคองศีรษะ อีกมือหนึ่งประคองก้น

2.ท่าอุ้มในแนวราบ ซึ่งเหมาะสำหรับการให้นมหรือทำให้เด็กหลับ โดยให้ศีรษะสูงกว่าลำตัวเล็กน้อย

3.ท่าอุ้มในแนวตั้ง ช่วยในการเรอหลังให้นม โดยให้ศีรษะของทารกพิงไหล่ของแม่

วิธีส่งเสริมพัฒนาการเด็กแรกเกิด

การส่งเสริมพัฒนาการในช่วงวัยทารกแรกเกิดถึง 3 เดือนเป็นสิ่งสำคัญ

-การสื่อสารไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย ร้องเพลง และยิ้มให้ลูกน้อยเพื่อกระตุ้นพัฒนาการทางภาษาและอารมณ์

-การเล่นของเล่นที่มีสีสันสดใสและมีเสียงเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัส

-การนอนโดยจัดสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบและปลอดภัยสำหรับการนอนหลับที่มีคุณภาพ

-การให้นมจากนมแม่เป็นสำคัญ

M25-096

carelinepic_resized2

ไฮ-แฟมิลี่ แคร์ไลน์

บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง

x