นมแม่ดีที่สุด
เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้คุณเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะเราเชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก ทั้งยังให้ประโยชน์กับทารกในหลายด้าน การเตรียมตัวช่วงก่อนและระหว่างการให้นมทารกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คุณควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่สมดุล
เมื่อคุณตัดสินใจที่จะไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกับการใช้นมสูตรสำหรับทารก อาจลดประสิทธิภาพในการสร้างน้ำนมของคุณเองและทำให้การกลับมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อีกครั้งทำได้ยากขึ้น ดังนั้นก่อนเริ่มใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรคำนึงถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมร่วมด้วย หากจำเป็นต้องใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียม การใช้ และการเก็บรักษา อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของทารก
เพื่อช่วยในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิธีให้อาหารทารก แนะนำปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทุกครั้ง
สมุนไพรบางชนิดมีส่วนประกอบที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการหลั่งของน้ำนมแม่ และยังเพิ่มคุณภาพน้ำนมแม่อีกด้วย
อุดมด้วยแคลเซียม (มากกว่ากล้วยสุกถึง 4 เท่า) โปรตีน ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินซี เบต้าแคโรทีน ช่วยแก้โรคกระเพาะอาหาร ลำไส้ บำรุงเลือด เพิ่มน้ำนม สำหรับแม่น้ำนมน้อย
อาหารแนะนำ : แกงเลียงหัวปลี ยำหัวปลีกุ้งสด ทอดมันหัวปลี
มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก คาร์โบไฮเดรต เบต้าแคโรทีน วิตามินซี ช่วยขับน้ำนม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม
อาหารแนะนำ : นำส่วนดอกไม้มาผัดกับ เนื้อสัตว์ หรือนำใบมากินสดแกล้มกับอาหาร อื่นๆ เช่นผัดไทย
มีโปรตีน ไขมัน แคลเซียม วิตามินเอ บี1 บี2 คาร์โบไฮเดรต ขับลม แก้อาเจียน ขับเหงื่อ เพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้น้ำนมไหลได้ดี ลดอาการอาเจียน และเชื่อว่าเมื่อคุณแม่กินเข้าไป สรรพคุณที่ดีของขิงจะผ่านทางน้ำนมไปสู่ลูก ทำให้ลูกไม่ปวดท้อง
อาหารแนะนำ : ยำปลาทูใส่ขิง ปลาผัดขิง ไก่ผัดขิง มันต้มน้ำขิง และโจ๊กใส่ขิง
มีธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามินบี และวิตามินซี ช่วยบำรุงเลือด เสริมสร้างกระดูกและฟัน
อาหารแนะนำ : ใส่แกงเลียง กินสดแกล้มกับขนมจีน หรือใส่แกงป่าต่างๆ
มีธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส เส้นใยอาหารสูง ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้มีน้ำนมมากขึ้น แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ หวัด ถ้าลูกได้รับจากนมแม่ ก็จะช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ได้ด้วย
อาหารแนะนำ : แกงเลียงใส่ใบกะเพรา ผัดกะเพรา
มีวิตามิน เอ บี ซี และใยอาหาร ซึ่งช่วยบำรุงสายตา เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยให้ระบบขับถ่ายดี
อาหารแนะนำ : มะละกอสุก หรือแกงส้ม
มีทั้งวิตามิน เอ บี ซี ฟอสฟอรัส เบต้าแคโรทีน ทำให้ผิวพรรณสดใส
อาหารแนะนำ : ฟักทองผัดไข่ แกงเลียง ฟักทองนึ่ง แกงบวดฟักทอง ไข่เจียวฟักทอง
นอกจากสมุนไพรข้างต้นแล้วคุณแม่ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่อย่างหลากหลาย และคุณแม่หลังคลอดควรดื่มน้ำอุ่นมากๆ เพราะขณะที่แม่ให้นม ร่างกายจะสูญเสียน้ำถึงวันละ 2 ลิตร (ประมาณ 2 ขวดลิตร) จึงควรดื่มน้ำเพื่อชดเชยให้เพียงพอ
เนื่องจากนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เพราะในน้ำนมแม่มี ซินไบโอติก ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับซินไบโอติก) อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการและการเจริญเติบโตของลูกรัก ดังนั้นควรให้ลูกน้อยได้รับน้ำนมแม่อย่างเพียงพอและนานที่สุด
ปริมาณอาหารที่ทานมีผลโดยตรงต่อคุณภาพของน้ำนม คุณแม่จึงจำเป็นต้องเลือกสรร และดูแลการรับประทานเป็นพิเศษ เพื่อให้ลูกได้รับภูมิต้านทาน และสารอาหารเพื่อการพัฒนาสมองอย่างเต็มที่
ในแต่ละวันของคุณแม่ในช่วงให้นมบุตร คุณแม่จำเป็นต้องได้รับพลังงานมากกว่าคุณแม่ที่ไม่ได้ให้ลูกกินนม ซึ่งปริมาณพลังงานจากอาหารที่คุณแม่ต้องได้รับเพิ่มคือ ประมาณวันละ 500 กิโลแคลอรี่ ซึ่งคุณแม่สามารถทานอาหารในแต่ละกลุ่มในปริมาณที่แนะนำนี้นะคะ
● ข้าวและตัวเลือกอาหารประเภทแป้งอื่นๆ 10 ส่วน
● ผลไม้ 5 ส่วน
● ผัก รับประทานได้เท่าที่ต้องการ
● เนื้อสัตว์ 7 ส่วน
● กินอาหารคละกันจากทุกกลุ่มอาหารตามจำนวนและขนาดบริโภคที่แนะนำ
● กินมื้อหลักปกติ 3 มื้อและอาหารว่างระหว่างวันเล็กน้อย การกินอาหารมื้อเล็กๆ บ่อยครั้ง จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ตลอดวันค่ะ
● กินอาหารสดและมีคุณค่า โดยจำกัดปริมาณอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปและถนอมอาหาร เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีโซเดียมและสารกันบูดในปริมาณสูงนะคะ
● ในแต่ละวัน คุณแม่ควรกินธัญพืชไม่ขัดสีอย่างน้อย 2-3 ส่วน
● กินผักและผลไม้สดแต่ละชนิดจำนวน 2-3 ส่วน แนะนำให้กินผักดิบหรือไม่สุกมากได้
● กินนมไขมันต่ำ และผลิตภัณฑ์จากนมจำนวน 1-2 ส่วน
● ดื่มน้ำประมาณวันละ 8-10 แก้ว โดยเฉพาะน้ำสะอาด หรือตัวเลือกเครื่องดื่มประเภทอื่น ได้แก่ นมไขมันต่ำ และน้ำผลไม้สด
● กินปลาสัปดาห์ละประมาณ 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะปลาที่มีไขมันสูง เช่น แซลมอน ทูน่า และแมคเคอเรล เนื่องจากปลาประเภทนี้เป็นแหล่งอาหารที่มีกรดดีเอชเอค่อนข้างสูง
ในการทำอาหาร ควรใช้น้ำมันพืช เช่น น้ำมันคาโนลา น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอก แต่แนะนำให้จำกัดปริมาณไขมันด้วยการใช้วิธีการทำอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากกว่า ซึ่งใช้น้ำมันน้อยหรือไม่ใช้เลย เช่น นึ่ง ต้ม หรืออบ นะคะ
การรับประทานอาหารที่ดีและเหมาะสมในช่วงให้นมบุตรเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณแม่มีสุขภาพที่ดีแล้ว แต่ยังช่วยให้การผลิตน้ำนมมากขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ดังนั้นการเลือกอาหารที่บำรุงน้ำนมอย่างเหมาะสมจะส่งผลดีทั้งต่อคุณแม่และทารก ตามด้านล่างนี้
1.การบริโภคโปรตีนมีความสำคัญในการเสริมสร้างน้ำนม ควรเลือกโปรตีนจากแหล่งที่มีคุณภาพ เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ปลา ถั่ว และนม ซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น
2.สารอาหารจากธัญพืชและผัก เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และผักใบเขียวเข้ม เช่น ผักคะน้า ผักโขม มีวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยในการผลิตน้ำนม การกินอาหารที่มีเส้นใยสูงจะช่วยให้การย่อยอาหารดีขึ้นและไม่ทำให้เกิดปัญหาท้องผูก
3.ทานอาหารที่มีไขมันดีจากแหล่งธรรมชาติ เช่น อะโวคาโด น้ำมันมะพร้าว หรือถั่วต่าง ๆ จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพทั่วไปและช่วยในการผลิตน้ำนมด้วย
4.ควรกินอาหารที่ให้พลังงานสูงเพื่อให้ร่างกายมีแรงในการผลิตน้ำนม เช่น ธัญพืช ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลเกรน และผลไม้ที่มีน้ำตาลธรรมชาติ
5.ดื่มน้ำให้มาก ๆ จะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ ซึ่งสำคัญในการผลิตน้ำนม ควรดื่มน้ำวันละประมาณ 8-10 แก้ว หรือมากกว่านั้นตามความต้องการและร่างกายของแต่ละคนด้วย
1.หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น อาหารทะเลที่สามารถทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ควรระมัดระวังและหลีกเลี่ยงอาหารที่คุณแม่รู้สึกว่าอาจทำให้ทารกเกิดอาการแพ้หรือท้องเสีย
2.หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส เช่น ถั่ว, กะหล่ำปลี, และหัวหอม ควรระมัดระวังหากคุณแม่มีอาการท้องอืดหรือทารกมีอาการไม่สบายท้อง
3.ควรหลีกเลี่ยงกาแฟหรือชา เพราะมีคาเฟอีน ซึ่งอาจส่งผลต่อการนอนหลับของทารก ควรลดปริมาณการบริโภคคาเฟอีนในช่วงให้นม ซึ่งไม่ควรเกิน 200 มิลลิกัรมต่อวันหรือประมาณ 1-2 แก้ว หรือหยุดกินไปสักพักจนกว่าจะเลิกให้นมจะดีกว่า
4.งดแอลกอฮอล์ ในช่วงให้นม เพราะแอลกอฮอล์ สามารถผ่านไปกับน้ำนม และอาจมีผลกระทบต่อการพัฒนาของทารก
-นอนหลับให้เพียงพอ เพราะการนอนหลับมีผลโดยตรงต่อการผลิตน้ำนม ควรพยายามนอนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายมีเวลาฟื้นฟูและทำงานได้เต็มที่
-ออกกำลังกายเบา ๆ ที่ไม่หนักเกินไป เช่น การเดินเร็ว หรือโยคะ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีและสามารถกระตุ้นการผลิตน้ำนมได้
-ลดความเครียด เพราะความเครียดอาจทำให้ปริมาณน้ำนมลดลง ควรหากิจกรรมผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ หรือการหายใจลึก ๆ เพื่อลดความเครียด น้ำนมก็จะผลิตได้ดี
-บำรุงสุขภาพจิตใจ สร้างความสุขและอารมณ์ดีเพื่อจะมีผลต่อการผลิตน้ำนม จึงควรหากิจกรรมที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข
การดูแลร่างกายและการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยให้การผลิตน้ำนมมีประสิทธิภาพมากขึ้น คุณแม่ที่ดูแลตัวเองอย่างดีจะสามารถมีน้ำนมที่เพียงพอและมีคุณภาพสูงสำหรับทารก
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง