นมแม่ดีที่สุด
เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้คุณเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะเราเชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก ทั้งยังให้ประโยชน์กับทารกในหลายด้าน การเตรียมตัวช่วงก่อนและระหว่างการให้นมทารกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คุณควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่สมดุล
เมื่อคุณตัดสินใจที่จะไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกับการใช้นมสูตรสำหรับทารก อาจลดประสิทธิภาพในการสร้างน้ำนมของคุณเองและทำให้การกลับมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อีกครั้งทำได้ยากขึ้น ดังนั้นก่อนเริ่มใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรคำนึงถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมร่วมด้วย หากจำเป็นต้องใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียม การใช้ และการเก็บรักษา อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของทารก
เพื่อช่วยในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิธีให้อาหารทารก แนะนำปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทุกครั้ง
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
ตรวจสอบบทความโดย: มนภรณ์ มาร์ทากอน
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโภชนศาสตร์
เด็กทารกสามารถเริ่มต้นทานอาหารเสริมได้เมื่อไร? อาหารเสริมในแต่ละช่วงวัยของทารกต้องมีลักษณะอย่างไร? พัฒนาการของลูกในการที่จะกินได้ ดูด ดุน เคี้ยว จะเป็นอย่างไร? สังเกตได้อย่างไรกัน?
คุณพ่อคุณแม่คงจะมีคำถามมากมาย ตามที่เกริ่นไปข้างต้นอย่างแน่นอนใช่ไหมละคะ เพื่อเป็นการตอบนานาคำถามนี้ เราได้สรุปประเภทอาหารเสริมที่แนะนำตามอายุของทารกน้อยมาให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจอย่างง่ายๆ รวมถึงจุดสังเกตพัฒนาการความพร้อมในการกินแต่ละช่วงอายุมาให้ด้วยค่ะ
| อายุลูกน้อย | พัฒนาการการกิน | ประเภทอาหารที่แนะนำ |
|---|---|---|
| แรกเกิด- 4เดือน | ปฏิกิริยาตอบสนองการทานนมแม่ คือ การหันหน้าเข้าหาอกแม่ การดูดและการกลืน มีปฏิกิริยาตอบสนองเมื่อมีวัตถุสัมผัสหรือกดลิ้นโดยการเอาลิ้นดุนสิ่งนั้นออกมา (extrusion reflex) | ของเหลวเท่านั้น นมแม่ |
| 4-6 เดือน | มีความพร้อมในการกินอาหารกึ่งแข็งกึ่งเหลว สามารถชันคอได้มั่นคง มีการทรงตัวของลำตัวได้ดี คว้าของได้ เริ่มเอาของเข้าปาก (extrusion reflex)ใช้ขากรรกรขยับขึ้นลงในการบดอาหาร | ของเหลวเท่านั้น นมแม่ |
| 6-8 เดือน | นั่งได้ดีขึ้น บดเคี้ยวอาหาร ถือขวดนมเองได้ ส่งเสียงในระหว่างมื้ออาหาร เพื่อแสดงความต้องการ | นมแม่ และ อาหารตามวัย 1 มื้อ อาหารควรมีเนื้อละเอียดโดยการบดเพื่อให้กลืนได้ง่าย ข้าวบดหรือข้าวตุ๋นพอหยาบ เลือกใช้ผักใบเขียวหรือเหลืองส้มที่อ่อนนุ่ม กลิ่นไม่แรง เช่น ตำลึง ผักบุ้ง ฟักทอง หรือแครอท อาหารที่มีโปรตีนสูงแต่อ่อนนุ่มบดง่าย เช่น ไข่แดง ตับไก่ เต้าหู้ปลา ปลา กล้วยครูดสุกหรือผลไม้ |
| 8-10 เดือน | เริ่มใช้นิ้วมือได้ดีขึ้น เริ่มกำช้อนได้แต่ยังไม่สามารถใช้ได้ดี หยิบอาหารชิ้นเข้าปากทานเองได้ ทานอาหารแข็งได้ดีขึ้น เริ่มชอบทานอาหารที่มีรสชาติ และลักษณะอาหารใหม่ๆ | นมแม่ และ อาหารตามวัย 2 มื้อ อาหารควรหยาบมากขึ้น ข้าวบดหรือข้าวตุ๋นพอหยาบ และ อาหารที่สามารถหยิบทานเองได้ เช่น ฟักทองนึ่ง มันต้มที่หั่นเป็นชิ้นยาว เป็นต้น เลือกใช้ผักใบเขียวหรือเหลืองส้มที่อ่อนนุ่ม กลิ่นไม่แรง เช่น ตำลึง ผักบุ้ง ฟักทอง หรือแครอท อาหารที่มีโปรตีนสูงแต่อ่อนนุ่มบดง่าย ได้แก่ ไข่ ตับไก่ เลือด ตับ ปลา หมูสับหรือบด หมุนเวียนสลับกันไป ผลไม้หั่น |
| 10-12 เดือน | ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ได้ดี ใช้ช้อนป้อนตัวเองได้บ้าง ฟันขึ้นหลายซี่ สามารถขบเคี้ยวได้เก่งขึ้น เริ่มเรียนรู้ในการทิ้งของและอาหารลงพื้น เริ่มถือถ้วยเองได้ ส่งเสียงและขยับตัวระหว่างมื้ออาหารได้มากขึ้น | นมแม่ และ อาหารตามวัย 3 มื้อ อาหารที่หยิบกินเองได้ อาจเป็นอาหารหั่นแบบลูกเต๋าและสับละเอียด ทานอาหารเหมือนช่วงอายุ 8-10 เดือนแต่ปริมาณมากขึ้น |
| 12 เดือนขึ้นไป | ต้องการทานอาหารด้วยตนเอง เริ่มถือถ้วยได้ดีขึ้น โดยใช้สองมือประคองถ้วย ชอบเล่นอาหารและอาจทำเลอะเทอะ | อาหารมื้อหลัก 3 มื้อ ควรมีสารอาหารครบถ้วน และดัดแปลงจากอาหารของผู้ใหญ่ โดยทำให้สุก อ่อนนุ่ม ชิ้นเล็กเคี้ยวง่าย และรสไม่จัด |
คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่คะว่า เด็กบางคนจำเป็นต้องใช้เวลาปรับตัวให้คุ้นเคยกับอาหารชนิดใหม่ๆ นานกว่าคนอื่น ซึ่งมีงานวิจัยหนึ่งบอกไว้ว่า ว่าเด็กส่วนใหญ่จะยอมลองอาหารชนิดใหม่ หลังจากถูกคะยั้นคะยอให้กินประมาณ 11 ครั้งเลยนะคะ
อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่สามารถให้กินนมแม่ได้ หรือจำเป็นต้องให้กินอาหารเสริม ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรให้ทารกกินนมดัดแปลงชนิดเสริมธาตุเหล็ก
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของเด็ก 1 ขวบ มีดังต่อไปนี้
-น้ำผึ้ง อาจมีเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี จึงไม่แนะนำ
-อาหารที่มีรสจัด เช่น หวาน เค็ม เปรี้ยว เผ็ด และการเติมเครื่องปรุงรสอื่น ๆ เพราะจะทำให้เด็กติดรสชาติ ในวัยนี้ควรเป็นอาหารที่รสไม่จัด หรือไปทางจืด เนื่องจากไตยังทำงานได้ไม่ดีพอ
-เนื้อสัตว์หรือไข่ที่ไม่สุกดีพอ เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ดังนั้นควรปรุงสุกและเช็คให้ดีก่อนให้ลูกทาน
-ถั่วทั้งเม็ด อาจทำให้เกิดการสำลัก หรือติดคอ
-ขนมกรุบกรอบและอาหารแปรรูป มีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมสูง ไม่ดีต่อสุขภาพ
การแนะนำอาหารใหม่ ๆ ให้กับลูกน้อยสามารถทำได้โดย:
-จำกัดของว่างก่อนมื้ออาหาร เพื่อให้ลูกหิวและสนใจอาหารใหม่ๆ กระตุ้นให้เกิดการอยากลองทาน
-เตรียมเมนูอาหารที่หลากหลาย ผสมผสานอาหารใหม่กับอาหารที่ลูกคุ้นเคยเพื่อให้ลูกยอมรับได้ง่ายขึ้น
-พ่อแม่ต้องอดทน สร้างสรรเมนูใหม่ๆให้ลูกทานอย่างต่อเนื่อง จนกว่าลูกจะยอมรับเมนูใหม่
-ใช้วิธี BLW (Baby-Led Weaning) ให้ลูกได้หยิบจับและลองกินอาหารด้วยตนเอง
-ลูกอายุ 1 ขวบ ควรเตรียมอาหารอะไรบ้าง?
ควรเตรียมอาหารให้หลากหลาย ครบ 5 หมู่ เป็นอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสมกับวัย เช่น ไข่ต้ม ตับบด ผักต้มสุก และผลไม้สุกนิ่มหั่นเป็นชิ้นเล็กเล็กๆ เลือกจากอาหารที่น้องชอบก่อน
-เด็กอายุ 1 ขวบ ควรได้รับอาหารอะไรบ้าง?
เด็กวัยนี้ควรได้รับอาหารครบ 5 หมู่ทั้ง 3 มื้อ ทานนมเสริมวันละ 2 แก้ว เพื่อเสริมแคลเซียมและสารอาหารที่จำเป็น
-เด็ก 1 ขวบปรุงอาหารอะไรได้บ้าง?
สามารถปรุงอาหารที่นุ่มและง่ายต่อการเคี้ยว เช่น ไข่ตุ๋น ข้าวต้ม ซุปผัก หรือเมนูที่มีเนื้อสัตว์บดละเอียด ใช้เกลือ หรือซีอิ๊วขาวปรุงรสเบาๆได้บ้างเล็กน้อย
-เด็ก 1 ปีกินอะไรแทนข้าวได้บ้าง?
หากลูกเบื่อข้าว สามารถให้กินคาร์โบไฮเดรตจากแหล่งอื่นได้ เช่น มันฝรั่ง มันเทศ ขนมปังแผ่นหรือ เส้นก๋วยเตี๋ยว
อ้างอิงจาก
https://www.rakluke.com/child-nutrition-all/kid-nutrition/item/6-2-2.html
https://masterrabbitthailand.com/7-danger-food-for-kids/
https://th.theasianparent.com/how-to-make-kids-tries-new-food-040813
https://www.gedgoodlife.com/health/17888-food-for-1yrs-child/
https://www.thaipbskids.com/contents/5f9a9738483c17c5264d3bc6
M25-069
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง