สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ไฮ-แฟมิลี่คลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
ล้างจมูกคืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อสุขภาพ
ประโยชน์ของการล้างจมูกในเด็กและผู้ใหญ่
อาการแบบไหนที่ควรเริ่มล้างจมูกทันที
อุปกรณ์ที่ใช้ล้างจมูก: ไซริงค์ หลอดล้าง น้ำเกลือ
วิธีเตรียมน้ำเกลือสำหรับล้างจมูกที่ถูกต้อง
ขั้นตอนวิธีล้างจมูกที่ปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก
วิธีล้างจมูกสำหรับผู้ใหญ่: ทำเองที่บ้านได้ง่ายๆ
ล้างจมูกบ่อยแค่ไหนดี? คำแนะนำจากแพทย์
ข้อควรระวังและข้อห้ามในการล้างจมูก
ความแตกต่างระหว่างล้างจมูกกับดูดน้ำมูก
การล้างจมูก คือ การใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อความเข้มข้น 0.9% ชะล้างโพรงจมูกเพื่อขจัดน้ำมูก ฝุ่น เชื้อโรค
และสารก่อภูมิแพ้ออกจากทางเดินหายใจ ช่วยให้จมูกโล่ง หายใจสะดวกขึ้น ลดความเสี่ยงติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ในระยะยาว
นอกจากนี้วิธีล้างจมูกยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่เยื่อบุจมูก ลดการอักเสบ และช่วยให้ยาพ่นจมูกออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น
การล้างจมูกจึงสำคัญต่อสุขภาพโดยช่วยป้องกันและบรรเทาอาการหวัด ภูมิแพ้ และไซนัสอักเสบ
ทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานได้ดีขึ้นและลดความไม่สบายจมูกอย่างมีประสิทธิภาพ"
-ช่วยชะล้างน้ำมูกและหนองที่เกิดจากการอักเสบในโพรงจมูกและไซนัส
-ลดปริมาณเชื้อโรคและสารก่อภูมิแพ้ภายในโพรงจมูก
-บรรเทาอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล และช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น
-ในผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาพ่นจมูก การล้างจมูกก่อนพ่นยาจะช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพ
-ช่วยป้องกันการเกิดพังผืดในโพรงจมูกโดยเฉพาะในผู้ที่ได้รับผ่าตัดหรือฉายแสงบริเวณโพรงจมูก
ควรล้างจมูกเมื่อรู้สึกคัดจมูกหรือน้ำมูกเหนียวข้นสะสมอยู่ในโพรงจมูก รวมถึงเมื่อหายใจเอาฝุ่นหรือ
สารก่อภูมิแพ้เข้าไป เพื่อช่วยชะล้างสิ่งสกปรกและลดการระคายเคืองของเยื่อบุจมูก นอกจากนี้ ควรล้างจมูกก่อนใช้ยาพ่นจมูก
เมื่อมีเสมหะในลำคอจากการอักเสบ หลังผ่าตัดหรือฉายแสงบริเวณจมูก และเมื่อพบว่ามีกลิ่นเหม็นผิดปกติจาก
โรคจมูกหรือไซนัส วิธีล้างจมูกในช่วงเวลานี้จะช่วยทำให้โพรงจมูกสะอาดและบรรเทาอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-น้ำเกลือ 0.9% ชนิดปราศจากเชื้อ
-ลูกยางแดง (bulb syringe) หรือกระบอกฉีดยา (ไซริงค์) ขนาด 5-10 ซีซีสำหรับเด็ก และ 10-20 ซีซีสำหรับผู้ใหญ่
-ภาชนะที่สะอาดสำหรับใส่น้ำเกลือ เช่น ชามหรือแก้ว
-ภาชนะรองรับน้ำเกลือที่ไหลออกมา เช่น อ่างล้างหน้า
วิธีล้างจมูก ควรใช้น้ำเกลือที่มีความเข้มข้นเหมาะสม สามารถผสมเกลือบริสุทธิ์ผสมกับน้ำต้มสุกที่เย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้อง โดยผสมเกลือประมาณ 1 ช้อนชาต่อปริมาณน้ำ 500 ซีซี (ครึ่งลิตร) ซึ่งจะได้ความเข้มข้นประมาณ 0.9% Sodium Chloride หรือสามารถเลือกใช้น้ำเกลือสำเร็จรูปปราศจากเชื้อ 0.9% และควรอุ่นให้พอเหมาะกับอุณหภูมิร่างกายก่อนใช้เพื่อช่วยให้เยื่อบุโพรงจมูกเปิดโล่งขึ้น
ลดการระคายเคืองและลดความรู้สึกไม่สบายจมูก
-ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนล้างจมูกเด็ก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
-เตรียมน้ำเกลือความเข้มข้น 0.9% ที่สะอาดและอุณหภูมิพอเหมาะ (อุ่นประมาณอุณหภูมิร่างกาย)
-ใช้ไซริงค์หรือกระบอกฉีดยาพลาสติกขนาด 5-10 ซีซี สำหรับเด็กเล็ก
-ห่อตัวเด็กด้วยผ้าห่มหรือผ้าขนหนูเพื่อป้องกันการดิ้น และจัดท่าให้เด็กนอนหงาย ศีรษะสูงเล็กน้อย หรือโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย
-สอดปลายไซริงค์ชิดด้านบนขอบรูจมูกอย่างเบามือ โดยไม่สอดลึกจนเกินไป เพื่อป้องกันการระคายเคือง
-ค่อย ๆ ฉีดน้ำเกลือเข้าไปในรูจมูกทีละข้าง ปริมาณประมาณ 2-5 มิลลิลิตรต่อข้าง ให้ไหลผ่านโพรงจมูกออกอีกด้าน
-หลังฉีดน้ำเกลือ ให้เด็กสั่งน้ำมูกออกเบาๆ หรือใช้ผ้าซับน้ำมูก ไม่ควรกักน้ำเกลือไว้ในจมูกนาน เพราะอาจไหลย้อนเข้าไซนัสได้
-ทำซ้ำกับรูจมูกอีกข้างจนรู้สึกว่าจมูกโล่งขึ้น
-ทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกครั้งหลังใช้ และไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและการแพร่เชื้อ
-ล้างมือให้สะอาดก่อนเริ่ม เพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดความเสี่ยงติดเชื้อ
-เตรียมน้ำเกลือความเข้มข้น 0.9% ที่สะอาดและอุ่นในอุณหภูมิใกล้เคียงกับอุณหภูมิร่างกาย
-ใช้ไซริงค์ กระบอกฉีดยา หรือขวดบีบล้างจมูกที่สะอาด ใส่น้ำเกลือประมาณ 10-20 มิลลิลิตร
-โน้มศีรษะไปข้างหน้าและเอียงไปด้านข้างประมาณ 45 องศาเหนืออ่างล้างหน้า
-สอดปลายไซริงค์หรือขวดบีบเข้ารูจมูกด้านบนอย่างเบามือ ระวังไม่ดันลึกเกินไป
-ค่อยๆ ฉีดน้ำเกลือให้น้ำไหลผ่านโพรงจมูกและไหลออกทางรูจมูกอีกข้างหนึ่ง
-หายใจทางปากระหว่างล้าง เพื่อป้องกันน้ำเกลือไหลลงคอ
-สั่งน้ำมูกออกอย่างอ่อนโยนเพื่อขจัดน้ำเกลือและสิ่งสกปรก
-ทำซ้ำอีกข้างหนึ่งจนรู้สึกโล่ง
-ล้างมือและทำความสะอาดอุปกรณ์หลังใช้ทุกครั้งหลังใช้งาน และผึ่งให้แห้งก่อนเก็บ
สำหรับคนทั่วไปสามารถล้างจมูกได้ 1-2 ครั้งต่อวัน ส่วนผู้ที่มีอาการภูมิแพ้หรือไซนัส อาจล้างได้ถึง 3-4 ครั้งต่อวัน
ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยควรล้างจมูก เช้าและก่อนนอน ในเวลาท้องว่างเพื่อป้องกันอาการสำลักหรืออาเจียน
-หลีกเลี่ยงการสอดปลายไซริงค์ลึกเกินไปเพื่อป้องกันบาดเจ็บของเยื่อบุจมูก
-ใช้น้ำเกลือที่สะอาดและอุณหภูมิพอเหมาะไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป
-ห้ามใช้น้ำประปาโดยตรงที่ไม่ผ่านการต้มเพราะอาจมีเชื้อโรคหรือสารปนเปื้อน
-ทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกครั้งหลังใช้ และไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น
-งดล้างจมูกหากมีอาการติดเชื้อหูชั้นกลาง ปวดหู หรือเลือดออกจากจมูก
การสวนล้างโพรงจมูกด้วยน้ำเกลือ เป็นวิธีช่วยชำระล้างน้ำมูก ฝุ่น และสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้
ทำให้โพรงจมูกชุ่มชื้น และหายใจได้สะดวกขึ้น
ส่วนการดูดน้ำมูก เป็นอีกวิธีที่ช่วยเคลียร์ทางเดินหายใจ โดยใช้เครื่องดูดเพื่อขจัดสารคัดหลั่งที่อุดกั้นอยู่ในจมูก ทำให้หายใจโล่งขึ้น
ล้างจมูกบ่อยแค่ไหนดี?
โดยทั่วไป 1-2 ครั้งต่อวัน หรือมากกว่านี้ตามอาการและตามคำแนะนำของแพทย์
ใช้น้ำเกลือแบบไหน?
สามารถใช้ได้ 2 รูปแบบ น้ำเกลือ 0.9% ชนิดปราศจากเชื้อ หรือน้ำเกลือผสมเอง โดยใช้เกลือบริสุทธิ์และน้ำต้มสุกที่ปล่อยให้เย็น
เด็กเล็กล้างจมูกได้ไหม?
ล้างได้ แต่ต้องทำอย่างระมัดระวังทุกขั้นตอนและใช้ไซริงค์ขนาดเล็ก
ควรระวังอะไรบ้าง?
-ไม่ควรฉีดน้ำเกลือแรงเกินไป เพราะอาจทำให้เยื่อบุจมูกระคายเคืองหรือบาดเจ็บ
-หลีกเลี่ยงล้างจมูกด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำประปาที่ไม่ผ่านการต้ม และควรล้างมือและอุปกรณ์ให้สะอาดทุกครั้ง
-หลังล้างจมูก ควรสั่งน้ำมูกออกเบาๆ เพื่อป้องกันแรงดันในหูและไม่ควรอุดรูจมูกข้างใดข้างหนึ่งขณะสั่งน้ำมูก
วิธีล้างจมูกที่ถูกต้องควรเริ่มจากล้างมือและอุปกรณ์ให้สะอาดก่อน จากนั้นเตรียมน้ำเกลือปราศจากเชื้อความเข้มข้น
0.9% ใส่ในภาชนะสะอาด ใช้ไซริงค์หรือกระบอกฉีดยาขนาดเหมาะสม (เด็ก 5-10 ซีซี ผู้ใหญ่ 10-20 ซีซี) ดูดน้ำเกลือขึ้นมา
โน้มศีรษะไปข้างหน้าและเอียงเล็กน้อยเหนือภาชนะรองรับน้ำเกลือ สอดปลายไซริงค์เข้ารูจมูกข้างหนึ่ง ค่อย ๆ
ฉีดน้ำเกลือให้น้ำไหลผ่านโพรงจมูกและไหลออกอีกข้างหนึ่ง กลั้นหายใจและอ้าปากเพื่อป้องกันน้ำไหลลงคอ
หลังฉีดเสร็จสั่งน้ำมูกออกอย่างอ่อนโยน แล้วทำซ้ำอีกข้างจนรู้สึกโล่ง
เทคนิคให้ลูกร่วมมือ:
-เล่านิทานหรือร้องเพลง ให้ลูกฟัง เพื่อดึงความสนใจและช่วยให้ลูกผ่อนคลายก่อนฉีดน้ำเกลือล้างจมูก
-ทำให้เป็นกิจกรรมสนุก เช่น ใช้ของเล่นประกอบหรือให้คำชมเชยเมื่อลูกให้ความร่วมมือ
-ใช้น้ำเกลือในอุณหภูมิอุ่นพอดี เพื่อให้เด็กรู้สึกสบาย
-ทำด้วยความนุ่มนวลและใจเย็น เพื่อให้เด็กไม่รู้สึกกลัวหรือดิ้น
https://www.vichaiyut.com/th/health-information/nasal-irrigation/details
https://www.phyathai.com/th/article/
https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1358
https://www.si.mahidol.ac.th/Th/healthdetail.asp?aid=1254
https://www.sikarin.com/health/
https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/content/nasal-wash
https://www.gj.mahidol.ac.th/main/wash-the-nose/
https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/500
https://www.nakornthon.com/article/detail/
https://www.amarinbabyandkids.com/parenting/nasal-washing/
ภาพจาก Freepik
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง