สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ไฮ-แฟมิลี่คลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

what-is-asthma

รู้จัก asthma คืออะไร? พร้อมสาเหตุและแนวทางดูแล

โรคหอบหืดหรือ "asthma" เป็นภาวะอักเสบเรื้อรังของหลอดลม ทำให้ทางเดินหายใจตีบ หอบ เหนื่อย และมีเสียงหวีดขณะหายใจ หายใจไม่อิ่ม วิธีแก้ แม้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การวินิจฉัยและดูแลอาการอย่างถูกต้องจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

ตรวจสอบบทความโดย: รุ่งทิวา สุลักษณานนท์

พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์

Asthma คืออะไร?

asthma เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากการอักเสบของหลอดลม ทำให้เยื่อบุหลอดลมบวม มีเมือกมากขึ้น และกล้ามเนื้อรอบหลอดลมหดเกร็ง ส่งผลให้หลอดลมตีบแคบลง ผู้ป่วยจึงมีอาการหายใจลำบาก เช่น ไอ หอบเหนื่อย แน่นหน้าอก โดยเฉพาะในเวลากลางคืนหรือขณะออกแรง 

สาเหตุของโรคหืดเกิดจากอะไรบ้าง

1. พันธุกรรม

-ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ เช่น หอบหืด ผื่นภูมิแพ้ หรือจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ จะมีโอกาสเป็นโรคหอบหืดสูงขึ้น

2. สิ่งแวดล้อม

-สารก่อภูมิแพ้ (Allergens): เช่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ เชื้อรา แมลงสาบ

-มลภาวะทางอากาศ: ฝุ่นละออง ควันบุหรี่ ควันจากรถยนต์ หรือโรงงานอุตสาหกรรม

-สารเคมีระคายเคือง: เช่น น้ำหอม สเปรย์ทำความสะอาด

3. การติดเชื้อทางเดินหายใจ

โดยเฉพาะในวัยเด็ก เช่น การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียจากภูมิคุ้มกัน

ต่ำ อาจกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดหรือทำให้อาการกำเริบ

อาการของโรคหืดที่พบบ่อย

หอบเหนื่อย: รู้สึกหายใจไม่เต็มปอด

เสียงหวีด: ได้ยินเสียงหวีดขณะหายใจออก

ไอเรื้อรัง: โดยเฉพาะช่วงกลางคืนหรือเช้ามืด

แน่นหน้าอก: รู้สึกบีบรัดหรือคล้ายถูกกดทับบริเวณหน้าอก

โรคหืดต่างจากโรคภูมิแพ้อย่างไร

โรคภูมิแพ้เป็นปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันต่อสารก่อภูมิแพ้ โดยมีอาการคัน น้ำมูกไหล หรือผื่น ในขณะที่ asthma คือ กลไกหลอดลมหดเกร็งร่วมกับการอักเสบทั้งเรื้อรังและเฉียบพลัน อาจมีอาการภูมิแพ้ร่วม แต่ต้องมีอาการทางหลอดลมเป็นหลัก โอยมีอาการหอบ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด

what-is-asthma

ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืด

สิ่งก่อภูมิแพ้: เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ เกสรดอกไม้

อากาศเย็นหรือชื้นจัด: ทำให้หลอดลมหดตัวง่ายขึ้น

ควันบุหรี่และมลพิษทางอากาศ: รวมถึงควันจากรถยนต์หรือโรงงาน

การออกกำลังกายหนัก: โดยเฉพาะในผู้ที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอากาศขณะออกแรง

อารมณ์: ความเครียด วิตกกังวล หรือแม้แต่การหัวเราะแรง ๆ ก็อาจกระตุ้นอาการได้

การรักษาโรคหืดในปัจจุบันมีอะไรบ้าง

-ยาขยายหลอดลมชนิดฉีดหรือสูด: เช่น β2-agonists บรรเทาอาการเฉียบพลัน

-ยาควบคุมการอักเสบ: สเตียรอยด์สูด หรือชนิดเม็ด ใช้เป็นประจำลดการอักเสบ 

-ยาภูมิแพ้: มอนตาลูคาสต์ หรือการฉีดภูมิคุ้มกัน

-หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น: เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ ควันบุหรี่ เป็นต้น รวมถึงปรับสภาพแวดล้อม ใช้เครื่องกรองอากาศปิดหน้าต่างในช่วงฝุ่นเยอะ

โรคหืดรักษาหายขาดได้หรือไม่

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่การใช้ยาควบคุมและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นช่วยควบคุมอาการให้น้อยที่สุด ผู้ป่วยหลายรายใช้ชีวิตได้เป็นปกติโดยไม่เกิดวิกฤตหอบหืดหากปฏิบัติตามแผนการรักษา

การปฏิบัติตัวเมื่อเกิดอาการหอบหืดเฉียบพลัน

1.ใช้ยาขยายหลอดลมทันที เช่น ยาสูดพ่นตามที่แพทย์สั่ง (เช่น Salbutamol) 

2. นั่งตัวตรง หลีกเลี่ยงการนอนราบ เพราะจะทำให้หายใจลำบากยิ่งขึ้น

3.หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 15 นาที รีบไปโรงพยาบาล หรือโทรเรียกรถพยาบาลทันที

เด็กกับโรคหืด: ความเสี่ยงและการดูแล

เด็กที่มีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว หรือเคยติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อย มีโอกาสเสี่ยงสูง ควร:

-ติดตามการเติบโตและอาการอย่างใกล้ชิด

-ฝึกเทคนิคการใช้เครื่องพ่นยา (Spacer)

-ปรับสภาพแวดล้อมไม่ให้มีไรฝุ่นและเชื้อรา 

โรคหืดกับการใช้ชีวิตประจำวัน

การจัดการโรคหืดอย่างเหมาะสมช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี แม้จะมีการอักเสบของหลอดลมอยู่ตลอด แต่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น โดยปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:

-ปฏิบัติตามแผนการรักษา :รับประทานยาและใช้เครื่องพ่นยาตามแพทย์สั่ง แม้ไม่มีอาการ

-ดุแลสอบสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม :ลดฝุ่นในบ้าน ดูดฝุ่นสม่ำเสมอ ปิดหน้าต่างช่วง PM2.5 สูง หลีกเลี่ยงขนสัตว์และพรม

-ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม :เลือกกิจกรรมเบา ๆ เช่น ว่ายน้ำ เดินเร็ว โยคะ เพื่อเสริมความแข็งแรงของปอด

-รับประทานอาหารที่เหมาะสม :เพิ่มผักผลไม้สดที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ

-จัดการความเครียด :ฝึกหายใจลึก ทำสมาธิ ฟังเพลงเบา ๆ เพื่อป้องกันอาการกำเริบจากความเครียด

-เตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน :พกเครื่องพ่นยาฉุกเฉินติดตัว และแจ้งคนรอบข้างถึงวิธีใช้งาน

ภาพจาก Freepik

carelinepic_resized2

ไฮ-แฟมิลี่ แคร์ไลน์

บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง

x