สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ไฮ-แฟมิลี่คลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
- เตรียมตัวผ่าคลอดต้องรู้อะไรบ้าง? คู่มือเบื้องต้นสำหรับคุณแม่
- การตรวจร่างกายก่อนผ่าคลอด: ขั้นตอนที่ควรเตรียมล่วงหน้า
- เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมก่อนเข้าห้องผ่าคลอด
- สิ่งของจำเป็นที่ควรเตรียมใส่กระเป๋าก่อนวันผ่าคลอด
- อาหารและโภชนาการก่อนผ่าคลอด: กินอย่างไรให้ปลอดภัย
- เตรียมใจและเตรียมร่างกายอย่างไรให้พร้อมรับการผ่าคลอด
- ข้อควรรู้เกี่ยวกับการดมยาหรือบล็อกหลังในวันผ่าคลอด
การผ่าคลอดเป็นวิธีการคลอดที่แพทย์อาจแนะนำเมื่อการคลอดธรรมชาติมีความเสี่ยงสูง เช่น ทารกตัวใหญ่ อยู่ในท่าผิดปกติ หรือหัวใจทารกเต้นช้าลง นอกจากนี้ยังใช้ในกรณีคุณแม่มีโรคประจำตัว รกเกาะต่ำ ช่องเชิงกรานแคบ หรือมีสิ่งกีดขวางในช่องคลอด แต่ในบางกรณีการผ่าคลอดเป็นทางเลือกของคุณแม่บางรายโดยไม่เกี่ยวข้องกับเหตุผลทางการแพทย์ เช่น คุณแม่ต้องการกำหนดวันคลอดเอง ลดความกลัวเจ็บท้อง หรือกังวลเรื่องช่องคลอดฉีกขาด รวมไปถึงความสะดวกในการทำหมันหลังคลอดในคราวเดียวกันอีกด้วย
ซึ่งหากเลือกวิธีการคลอดนี้ การเตรียมตัวผ่าคลอด เป็นขั้นตอนที่คุณพ่อและคุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นสิ่งพื้นฐานที่ควรวางแผนไว้เพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และลูกน้อย หากเตรียมตัวดีก็จะช่วยลดความเสี่ยงระหว่างการผ่าตัดและช่วยให้การฟื้นตัวหลังคลอดเป็นไปได้อย่างราบรื่น และในปัจจุบันการผ่าคลอดไม่ได้เป็นแค่ทางเลือกสำรองเท่านั้น แต่ยังเป็นทางเลือกหลักในหลายกรณีอีกด้วย ข้อดีของการผ่าคลอด คือ สามารถควบคุมวันที่และเวลาในการคลอดได้ ลดภาวะแทรกซ้อนเร่งด่วน และป้องกันการยืดหย่อนของอุ้งเชิงกราน ขณะที่ข้อเสียคือ เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด พักฟื้นนาน และอาจกระทบต่อพัฒนาการของทารกได้ ซึ่งการตัดสินใจเลือกวิธีคลอด ควรอยู่บนพื้นฐานคำแนะนำของแพทย์ที่คุณพ่อคุณแม่ได้รับคำปรึกษาด้วย เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกแนวทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทั้งคุณแม่และลูกน้อย
การเริ่มต้นเตรียมตัวผ่าคลอด ควรวางแผนไว้ตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ (ช่วง 7-9 เดือน) และเมื่อวางแผนจะคลอดด้วยวิธีผ่าตัดตามคำแนะนำของแพทย์ก็จะมีหลายเรื่องที่คุณแม่ควรให้ความสำคัญ เชน ศึกษาข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับการผ่าคลอดและสัญญาณต่าง ๆ ของการตั้งครรภ์ให้เข้าใจ การเตรียมร่างกาย การเตรียมจิตใจ รวมถึงเอกสาร และสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ เพื่อให้ทุกอย่างพร้อมไม่ตกหล่นในวันผ่าคลอด
หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการเตรียมตัว คือ การเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อใกล้วันผ่าคลอดแพทย์จะตรวจสอบความพร้อมของคุณแม่และลูกน้อย พร้อมกำหนดวันคลอดที่เหมาะสมที่สุดในการผ่าตัด ซึ่งการตรวจร่างกายนั้น แพทย์อาจแจ้งข้อจำกัดหรือให้คำแนะนำ เช่น การงดน้ำงดอาหารก่อนผ่าคลอดอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เพื่อป้องการสำลักระหว่างผ่าตัด
อีกหนึ่งสิ่งที่คุณแม่ไม่ควรมองข้ามในการเตรียมตัวผ่าคลอด คือ การจัดเตรียมเอกสารสำคัญต่าง ๆ ให้ครบถ้วน เช่น
- บัตรประจำตัวประชาชนของคุณพ่อและคุณแม่
- สำเนาทะเบียนบ้านของคุณพ่อและคุณแม่
- สำเนาใบทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลของคุณพ่อและคุณแม่
- สมุดฝากครรภ์
- เอกสารประกันสุขภาพ ใบรับรองแพทย์
- ทะเบียนบ้านตัวจริงที่ต้องการนำชื่อเด็กย้ายเข้า หากคุณพ่อและคุณแม่ไม่ได้เป็นเจ้าบ้าน จะต้องมีสำเนาบัตรประชาชนเจ้าของบ้าน พร้อมเอกสารเซ็นต์ยินยอมให้เด็กย้ายเข้า
- ตรวจสอบประกันที่ครอบคลุมการคลอด เงื่อนไขต่าง ๆ ให้เรียบร้อยล่วงหน้า
ที่สำคัญเอกสารทั้งหมด ควรแยกเอกสารใส่แฟ้มอย่างเป็นระเบียบ และมอบให้คุณพ่อเป็นผู้ถือไว้ เพื่อเมื่อถึงโรงพยาบาลแล้วการดำเนินการต่าง ๆ จะได้เป็นไปอย่างรวดเร็ว และไม่เกิดความวุ่นวายภายหลัง
การจัดกระเป๋าเตรียมของใช้ส่วนตัวก็นับเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่หลายคนอาจมองข้าม แต่ถือว่าจำเป็นมากในการเตรียมตัวผ่าคลอด ของใช้ที่ควรลิสต์และจัดเตรียมใส่กระเป๋าไว้ก่อนผ่าคลอดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ รายการของใช้ที่ควรมี ได้แก่
- เสื้อผ้าสำหรับคุณแม่ที่ใส่ง่าย สบายตัว สำหรับสวมกลับบ้าน
- ของใช้ส่วนตัว เช่น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ แชมพู ผ้าเช็ดตัว โฟมล้างหน้า รวมไปถึงถุงเท้าและผ้าอนามัยสำหรับคุณแม่หลังคลอด
- ของใช้จำเป็นอื่น ๆ เช่น ยารักษาโรคประจำตัว (ถ้ามี) โทรศัพท์มือถือ สายชาร์จ
- เสื้อชั้นในให้นมลูกและแผ่นซับน้ำนม
- เสื้อผ้าของลูกน้อย
- ผ้าอ้อม ผ้าห่อตัว ถุงมือ ถุงเท้า สำหรับเด็กอ่อน
- ทิชชู่เปียกและสำลี
หากเตรียมกระเป๋านี้ไว้แล้วเมื่อถึงวันที่จะไปผ่าคลอดก็จะได้มีความพร้อมไปโรงพยาบาลทันที ส่วนของที่ไม่จำเป็นและควรเก็บไว้ที่บ้านนั่นก็คือ แหวน เครื่องประดับ คอนแทกเลนส์ เครื่องสำอาง เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ในการเข้าห้องผ่าตัด
ในช่วงก่อนการผ่าคลอด คุณแม่ควรเน้นทานอาหารที่ครบถ้วนและสมดุล โดยให้ความสำคัญกับแหล่งโปรตีนคุณภาพดี เช่น ปลา ไก่ไม่ติดมัน ไข่ ถั่ว เต้าหู้ รวมถึงธัญพืชเต็มเมล็ดอย่างข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท เพื่อให้พลังงานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับผักใบเขียว แครอท บรอกโคลี และผลไม้หลากสี ที่อุดมด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ ส่วนไขมันก็ควรเลือกแหล่งที่ดี เช่น น้ำมันมะกอก อะโวคาโด หรือปลาทะเล สำหรับคืนก่อนผ่าคลอดแพทย์ก็จะเป็นผู้กำหนดเวลางดอาหารและน้ำดื่ม โดยทั่วไปมักแนะนำให้งดอาหารที่ย่อยได้ช้า ล่วงหน้า 6-8 ชั่วโมง และงดของเหลวใส เช่น น้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ใส อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนดมยาสลบ เพื่อป้องกันภาวะสำลักหรือลำไส้ทำงานผิดปกติระหว่างการผ่าตัด
การดูแลสุขภาพร่างกายก่อนผ่าคลอดมีความสำคัญไม่น้อยกว่าการดูแลด้านอื่น คุณแม่ควรอาบน้ำ สระผม และทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อยก่อนเข้าห้องผ่าตัด ทางโรงพยาบาลจะมีน้ำยาสำหรับอาบน้ำและสระผมให้คุณแม่ใช้ในตอนเย็นและเช้าวันผ่าตัด เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อหลังจากผ่าตัด หากแพทย์แนะนำให้เล็มขนบริเวณที่ต้องผ่าตัดออกก็ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนผ่าคลอดเพื่อให้ร่างกายมีแรงในการฟื้นตัวหลังการผ่าตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับการผ่าตัดคลอด แพทย์จะเลือกใช้การดมยาสลบ (General anesthesia) และการบล็อกหลัง (Spinal anesthesia) เป็นวิธีการระงับความรู้สึกที่ใช้ในการผ่าคลอด โดยแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน การดมยาสลบจะทำให้คุณแม่หมดสติทั้งตัวระหว่างผ่าตัด ซึ่งยาสลบบางส่วนอาจส่งผลต่อทารก ทำให้ทารกง่วงหรือหายใจช้าชั่วคราวหลังคลอดได้ ส่วนการบล็อกหลังจะทำให้ชาเฉพาะบริเวณส่วนล่างของร่างกาย คุณแม่ยังรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลาและสามารถสื่อสารได้ตลอดการผ่าตัด แต่หลังผ่าตัดในช่วงแรกอาจมีอาการปวดหลัง ซึ่งการเลือกวิธีการระงับความรู้สึกขึ้นอยู่กับสุขภาพของคุณแม่และดุลยพินิจของแพทย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่คุณแม่ควรทำความเข้าใจไว้ล่วงหน้าในการเตรียมตัวผ่าคลอด
นอกจากการเตรียมร่างกายแล้ว การดูแลสุขภาพจิตใจก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ คุณแม่หลายคนอาจมีความกังวลก่อนวันผ่าคลอด ไม่ว่าจะเป็น กลัวความเจ็บปวด กลัวการฟื้นตัว หรือกลัวผลข้างเคียงของการผ่าตัด ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้ เป็นเรื่องปกติของคุณแม่ส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าหากปล่อยให้ความเครียดสะสมมากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมได้ ดังนั้นการดูแล “ใจ” จึงสำคัญมากสำหรับคุณแม่ การพูดคุยกับสามี ครอบครัว หรือทีมบุคลากรทางการแพทย์นั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ จะช่วยให้คุณแม่รู้สึกมั่นใจมากขึ้นและคลายความกังวลลง การฝึกหายใจลึกๆ หรือการทำสมาธิจะช่วยให้จิตใจสงบพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น
- ปรึกษาแพทย์และกำหนดวันผ่าคลอดอย่างชัดเจน
- ตรวจสุขภาพก่อนผ่าคลอดตามที่แพทย์แนะนำ
- จัดเตรียมแฟ้มเอกสารสำคัญให้ครบ เช่น บัตรประชาชน ใบนัด ผลตรวจต่างๆ
- เตรียมจัดกระเป๋าของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นสำหรับคุณแม่
- เตรียมกระเป๋าของใช้สำหรับลูก เช่น เสื้อผ้า ผ้าอ้อม ผ้าห่อตัว
- งดน้ำและอาหารตามเวลาที่แพทย์กำหนด
- อาบน้ำและทำความสะอาดร่างกายก่อนเข้าห้องผ่าตัด
- ถอดเครื่องประดับและสิ่งที่ไม่ควรนำเข้าไปในห้องผ่าตัด
- เตรียมจิตใจให้มั่นคง พร้อมสำหรับการเป็นคุณแม่มือใหม่
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของทีมแพทย์และพยาบาลอย่างเคร่งครัดทุกขั้นตอน
การเตรียมตัวผ่าคลอดอย่างถูกวิธีไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายและมั่นใจในวันคลอด แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมในด้านสุขภาพกายและจิตใจอย่างครบถ้วน เพื่อเป็นการวางรากฐานที่ดีสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ร่วมกับลูกน้อยอย่างปลอดภัยและอุ่นใจ
https://www.paolohospital.com/th-TH/
https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/Natural-birth-and-cesarean-section
https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/C-section
https://w1.med.cmu.ac.th/obgyn/lecturestopics/topic-review/1991/#
https://www.bangpakok3.com/care_blog/view/309
https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/content/
https://www.paolohospital.com/th-TH/
https://www.bangkokhospitalkhonkaen.com/th/article/1736827632
https://www.phyathai.com/th/article
https://www.phyathai.com/th/article/
ภาพจาก Freepik
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง