สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ไฮ-แฟมิลี่คลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
เชื่อว่าหลายคนต้องเคยมีโมเมนต์ที่ “เมนส์เลื่อน” แล้วใจสั่นใช่ไหมคะ ? โดยเฉพาะคนที่กำลังลุ้นว่าจะมีน้องหรือเปล่า เพราะ “ประจำเดือนเลื่อน” ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณแรก ๆ ที่หลายคนใช้สังเกตอาการเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ แต่จริง ๆ แล้ว “ประจำเดือนเลื่อน นานสุด กี่วัน” ถึงจะเริ่มสงสัยได้ว่าท้อง ? มาหาคำตอบกันเลยค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
"เมนส์เลื่อน" คือสัญญาณแรก! ไขข้อข้องใจแม่ท้อง...แล้วต้องกังวลอะไรต่อ?
ประจำเดือนเลื่อนนานสุดกี่วัน? คำตอบสำหรับแม่ท้อง (ที่ไม่ได้แปลว่าผิดปกติ)
"เลือดล้างหน้าเด็ก" vs "เลือดประจำเดือน": แยกให้ออกเมื่อเมนส์มาช้าและมีเลือดซึม
5 สัญญาณอันตรายที่มาพร้อมกับ "ประจำเดือนที่ขาดไป" (ที่แม่ท้องต้องระวัง)
ภาวะแท้งคุกคาม: เมื่อ "ประจำเดือนเลื่อน" แต่กลับมีเลือดออกเหมือนประจำเดือน
ปวดท้องหน่วงๆ เหมือนเมนส์จะมา...ปกติหรือไม่สำหรับคนท้อง?
"ท้องนอกมดลูก" ภาวะอันตรายที่ซ่อนอยู่ในอาการประจำเดือนเลื่อนและปวดท้อง
เมื่อรู้ว่าท้องเพราะเมนส์ไม่มา...ควรไปฝากครรภ์เมื่อไหร่ดีที่สุด?
"ประจำเดือนที่เลื่อนไป" ใช้นับอายุครรภ์และกำหนดคลอดอย่างไร?
"ท้องลม" คืออะไร? เกี่ยวข้องกับการที่ประจำเดือนเลื่อนนานๆ หรือไม่
อาการคนท้องอื่นๆ ที่มาแทนที่ประจำเดือน (เจ็บเต้า, อ่อนเพลีย) อันตรายไหม?
ถาม-ตอบ (Q&A) เคลียร์ทุกข้อสงสัยแม่ตั้งครรภ์ท้องแรกเรื่องประจำเดือนที่ขาดไป
การที่ประจำเดือนไม่มาตามรอบปกติ คือสัญญาณเตือนแรกสุดที่อาจบ่งบอกถึงอาการคนท้อง ค่ะ โดยเฉพาะถ้าคุณมีรอบเดือนที่ค่อนข้างสม่ำเสมออยู่แล้ว การขาดหายไปของประจำเดือนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการพลาดรอบเดือนไปเฉย ๆ แต่อาจหมายถึงการที่ร่างกายกำลังเริ่มสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับเจ้าตัวเล็กด้วย หลังจากพบว่า ประจำเดือนเลื่อน นานสุด กี่วัน แล้วควรตรวจครรภ์และสังเกตอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วยอย่างใกล้ชิดค่ะ
โดยปกติแล้ว รอบเดือนของผู้หญิงจะอยู่ระหว่าง 21-35 วัน การที่ประจำเดือนมาช้ากว่ากำหนดไปเล็กน้อยประมาณ 7 วัน ยังถือว่าอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้และอาจเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความเครียด การพักผ่อนน้อย หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนชั่วคราว แต่ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์และประจำเดือนขาดไปเกิน 7-10 วัน จากวันที่คาดว่าจะมา ก็แนะนำให้ทำการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยชุดทดสอบได้เลยค่ะ หากตรวจแล้วพบผลบวก นั่นคือคำตอบว่าการที่ ประจำเดือนเลื่อน นานสุด กี่วัน ในครั้งนี้ คือสัญญาณของการเป็นแม่นั่นเอง
เมื่อประจำเดือนเลื่อนแล้วมีเลือดออกเล็กน้อย หลายคนสับสนว่าเป็นประจำเดือนที่มาช้าหรือเป็น "เลือดล้างหน้าเด็ก" ซึ่งเกิดจากไข่ที่ปฏิสนธิแล้วฝังตัวในผนังมดลูก โดยเลือดล้างหน้าเด็ก มักมีลักษณะเป็นเลือดออกสีชมพูอ่อนหรือสีน้ำตาลเล็กน้อย ออกเพียง 1-2 วัน ไม่มีลิ่มเลือด และปริมาณน้อยกว่าประจำเดือนมาก ส่วนเลือดประจำเดือนจะมีสีแดงสด ปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ มีลิ่มเลือด และใช้เวลา 3-7 วัน หากไม่แน่ใจว่าเป็นเลือดประเภทใด ควรสังเกตอาการประกอบ เช่น อาการคลื่นไส้ เจ็บเต้านม หรือตรวจครรภ์ด้วยที่ตรวจเพื่อความชัดเจน
แม้การที่ประจำเดือนขาดไปส่วนใหญ่มักนำไปสู่ข่าวดี แต่บางครั้งอาการนี้ก็มาพร้อมกับสัญญาณเตือนของภาวะครรภ์เสี่ยงที่ต้องรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน:
- เลือดออกมากผิดปกติ หรือมีลิ่มเลือด/ชิ้นเนื้อหลุดออกมา
- ปวดท้องน้อยอย่างรุนแรง หรือปวดเฉพาะข้างใดข้างหนึ่ง
- ปวดร้าวไปที่ไหล่ หรือบริเวณทวารหนัก
- หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ คล้ายจะเป็นลม หรือมีอาการอ่อนเพลียมากผิดปกติ
- มีไข้ หรือตกขาวผิดปกติร่วมด้วย
ภาวะแท้งคุกคามคือภาวะที่มีเลือดออกทางช่องคลอดในช่วง 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ร่วมกับอาการปวดท้องน้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง การที่ ประจำเดือนเลื่อน นานสุด กี่วัน แล้วคุณตรวจพบว่าท้อง แต่กลับมีเลือดออกทางช่องคลอดคล้ายประจำเดือน หรือมีเลือดออกมากกว่าเลือดล้างหน้าเด็ก นี่คือสัญญาณสำคัญที่ต้องรีบไปพบคุณหมอเพื่อประเมินความเสี่ยงและรับการดูแลที่เหมาะสมทันที
ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ คุณแม่หลายคนอาจรู้สึกปวดท้องหน่วง ๆ คล้ายกับอาการปวดท้องประจำเดือน ซึ่งส่วนใหญ่ถือเป็นอาการปกติที่เกิดจากการขยายตัวของมดลูกและเอ็นที่ยึดมดลูก อย่างไรก็ตาม หากอาการปวดนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือปวดเพียงข้างเดียว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตัดความเสี่ยงของภาวะอันตรายออกไป
ภาวะท้องนอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) คือการที่ตัวอ่อนฝังตัวนอกโพรงมดลูก ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายและต้องได้รับการรักษาทันที อาการที่สำคัญคือการที่ ประจำเดือนเลื่อน (หรือขาดไป) แต่ตรวจพบผลบวกการตั้งครรภ์ และมีอาการปวดท้องน้อยข้างใดข้างหนึ่งอย่างรุนแรง หรือปวดร้าวไปถึงไหล่หรือทวารหนัก หากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
ทันทีที่ตรวจพบว่าตั้งครรภ์ (โดยเฉพาะเมื่อ ประจำเดือนเลื่อน นานสุด กี่วัน จนผลตรวจยืนยัน) ควรกำหนดนัดเพื่อฝากครรภ์ให้เร็วที่สุด ซึ่งโดยทั่วไปคือเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 6-8 สัปดาห์ การไปฝากครรภ์เร็วจะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินสุขภาพของแม่และเด็ก ตรวจสอบตำแหน่งการฝังตัวของตัวอ่อน และแนะนำการดูแลที่จำเป็นได้ตั้งแต่ต้น
การคำนวณอายุครรภ์ใช้หลักการนับจาก วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย (LMP: Last Menstrual Period) โดยนับเป็นสัปดาห์ เช่น หากประจำเดือนครั้งสุดท้ายมาวันที่ 1 มกราคม และวันนี้เป็นวันที่ 1 มีนาคม ก็จะอายุครรภ์ประมาณ 8-9 สัปดาห์
ส่วนกำหนดคลอด (EDD: Estimated Due Date) คำนวณโดยเอาวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายบวก 280 วัน (หรือ 40 สัปดาห์) หรือใช้สูตร Naegele's Rule คือการเอาวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย บวก 7 วัน แล้วลบ 3 เดือน อย่างไรก็ตาม แพทย์มักใช้การตรวจอัลตราซาวนด์ในไตรมาสแรกเพื่อปรับแก้ความแม่นยำของกำหนดคลอดด้วย
ท้องลม (Blighted Ovum/Anembryonic Pregnancy) คือภาวะที่ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วฝังตัวในมดลูกและมีถุงน้ำคร่ำเกิดขึ้น แต่ตัวอ่อนไม่พัฒนา จึงพบเพียงถุงน้ำคร่ำเปล่าเมื่อตรวจอัลตราซาวนด์ อาการเริ่มต้นคล้ายการตั้งครรภ์ปกติ คือประจำเดือนเลื่อนและตรวจครรภ์เป็นบวก แต่เมื่อตรวจอัลตราซาวนด์ในสัปดาห์ที่ 6-8 จะไม่พบตัวอ่อนในถุงน้ำคร่ำ ภาวะนี้ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับระยะเวลาที่ประจำเดือนเลื่อน แต่อาจค้นพบเมื่อไปตรวจครรภ์ครั้งแรก ร่างกายมักจะขับถุงน้ำคร่ำออกเองหรือต้องได้รับการรักษาด้วยยาหรือขูดมดลูก
อาการคัดตึงเต้านม อ่อนเพลีย คลื่นไส้ หรือการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ล้วนเป็นอาการปกติที่มาพร้อมกับการตั้งครรภ์อ่อน ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย โดยอาการเหล่านี้ไม่ได้เป็นอันตราย แต่อาจเป็นสัญญาณที่ยืนยันการตั้งครรภ์ได้ดียิ่งขึ้นเมื่อเมนส์ขาดไป
Q: ประจำเดือนเลื่อนไป 2 อาทิตย์แล้ว แต่ตรวจแล้วขึ้นขีดเดียว มีโอกาสท้องไหม ?
A: ยังมีโอกาสอยู่ค่ะ ลองรออีก 3 – 5 วัน แล้วตรวจซ้ำ เพราะบางครั้งระดับฮอร์โมน hCG ยังต่ำเกินกว่าที่ชุดตรวจจะจับได้ หากประจำเดือนยังไม่มานานเกิน 1 เดือน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
Q: ทำไมรู้สึกปวดหลังและปวดหน่วงท้องน้อยตอนที่ประจำเดือนขาดไป ?
A: อาการปวดหลังและปวดหน่วงท้องน้อยเป็นอาการที่พบได้ทั้งในอาการก่อนมีประจำเดือน และอาการเริ่มตั้งครรภ์ค่ะ หากไม่มีเลือดออกผิดปกติ หรือปวดรุนแรง ก็ยังถือว่าปกติ แต่ถ้าอาการปวดเพิ่มขึ้นควรปรึกษาแพทย์
Q: ตรวจครรภ์เป็นบวก แต่ยังไม่เห็นถุงน้ำคร่ำต้องกังวลไหม ?
A: อาจยังไม่ต้องกังวลมาก หากอายุครรภ์ยังน้อยกว่า 5 สัปดาห์ ถุงน้ำคร่ำอาจยังเล็กเกินกว่าจะตรวจพบ ควรรอตรวจซ้ำอีกครั้งในอีก 1-2 สัปดาห์
Q: ประจำเดือนเลื่อน แต่ตรวจแล้วไม่ท้อง เป็นอะไร ?
A: อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด น้ำหนักเปลี่ยนแปลงมาก ออกกำลังกายหนักเกินไป หรือภาวะฮอร์โมนผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
Q: ท้องแล้วยังมีเลือดออกบ้างได้ไหม ?
A: มีเลือดออกเล็กน้อยได้ในบางราย แต่ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อประเมินสภาวะและความปลอดภัยของครรภ์
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง