สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ไฮ-แฟมิลี่คลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
ใกล้ถึงวันคลอดทีไร คุณแม่หลายคนก็มักจะกังวลใจว่า “นี่คืออาการปกติ หรือถึงเวลาต้องไปโรงพยาบาลแล้วนะ?” เพราะอาการใกล้คลอดมีได้หลายแบบ ทั้งเจ็บครรภ์จริง เจ็บครรภ์เตือน น้ำเดิน หรือแม้แต่ลูกดิ้นผิดปกติ วันนี้เรามีคำตอบชัด ๆ ว่า อาการใกล้คลอดแบบไหนควรไปหาหมอ เพื่อให้คุณแม่เตรียมพร้อมและมั่นใจมากขึ้น
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
อาการใกล้คลอดที่ต้องสังเกตตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
อาการปวดท้องถี่และแรงขึ้น สัญญาณเตือนควรไปหาหมอ
น้ำเดินหรือน้ำคร่ำแตก ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
มีมูกเลือดหรือมูกปนเลือด อันตรายหรือปกติ
ลูกดิ้นผิดปกติหรือไม่ดิ้นเลย ควรไปตรวจด่วน
อาการเจ็บครรภ์จริงกับเจ็บครรภ์เตือน แยกให้ออก
ปวดหลังรุนแรงร่วมกับการเกร็งท้อง คำเตือนใกล้คลอด
ความดันโลหิตสูงหรือบวมผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์
มีเลือดออกทางช่องคลอดมากกว่าปกติ สัญญาณฉุกเฉิน
อาการใกล้คลอดในคุณแม่ตั้งครรภ์แฝดหรือครรภ์เสี่ยง
ในช่วงใกล้คลอด คุณแม่อาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่บอกใบ้ถึงการมาของเจ้าตัวน้อย เช่น ท้องลดลงเพราะลูกเคลื่อนตัวต่ำ หรือรู้สึกหน่วงๆ ที่ช่องคลอด สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณปกติ แต่ถ้ามีอาการอื่นร่วมด้วย ก็ควรจดบันทึกและปรึกษาแพทย์เพื่อความสบายใจ โดยเฉพาะอาการใกล้คลอดแบบไหนควรไปหาหมอที่อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ
หนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดของการคลอดคือ อาการเจ็บท้องที่ถี่และแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยจะเริ่มจากปวดท้องเป็นพักๆ แล้วค่อยๆ ปวดถี่ขึ้นและนานขึ้นจนมีอาการสม่ำเสมอ หากคุณแม่มีอาการปวดท้องที่เกิดขึ้นทุก 5-10 นาที หรือน้อยกว่านั้น และอาการเจ็บปวดแต่ละครั้งนานกว่า 30-60 วินาที ควรเตรียมตัวไปโรงพยาบาลได้เลย นี่คือหนึ่งในคำตอบของคำถามที่ว่า อาการใกล้คลอดแบบไหนควรไปหาหมอ ที่พบบ่อยที่สุด
เมื่อถุงน้ำคร่ำแตก จะมีของเหลวใสๆ หรือมีสีคล้ายน้ำซาวข้าวไหลออกจากช่องคลอด ซึ่งอาจไหลออกมาเป็นจำนวนมาก หรือแค่ซึมๆ ออกมาไม่หยุดก็ตาม ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญที่ อาการใกล้คลอดแบบไหนควรไปหาหมอ ทันที ไม่ว่าจะมีอาการปวดท้องหรือไม่ก็ตาม เพราะเมื่อน้ำคร่ำแตกแล้ว ลูกจะไม่มีการป้องกันจากเชื้อโรคได้ ควรไปโรงพยาบาลภายใน 12-24 ชั่วโมง และสังเกตสีของน้ำคร่ำด้วย หากเป็นสีเหลือง เขียว หรือมีกลิ่นแปลก ๆ ต้องรีบไปทันที
เมื่อใกล้คลอดปากมดลูกจะเริ่มขยายตัว ทำให้มูกที่อุดปากมดลูกไว้หลุดออกมา ซึ่งมักจะมีเลือดปนอยู่ด้วยเล็กน้อยเป็นสีชมพูหรือสีน้ำตาล อาการนี้เป็นเรื่องปกติและเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด แต่ถ้ามีเลือดออกมากผิดปกติหรือมีเลือดไหลไม่หยุด ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
การดิ้นของลูกน้อยเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงสุขภาพของเขา ปกติลูกจะดิ้นประมาณ 10 ครั้งต่อชั่วโมง หากคุณแม่สังเกตว่าลูกดิ้นน้อยลงกว่าปกติมาก หรือไม่ดิ้นเลยในช่วงระยะเวลา 2-3 ชั่วโมง แม้หลังจากกินอาหารหรือเปลี่ยนท่า ลองนับดู ถ้าต่ำกว่า 10 ครั้ง ให้รีบไปตรวจอัลตราซาวด์ เพราะอาจบ่งบอกถึงปัญหาออกซิเจนหรืออื่นๆ ซึ่งเป็นอาการใกล้คลอดแบบไหนควรไปหาหมอที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม
หลายครั้งที่คุณแม่มือใหม่อาจสับสนระหว่างอาการเจ็บท้องคลอดจริงกับเจ็บท้องหลอก ซึ่งทั้งสองอาการมีความแตกต่างกันมาก ลองมาดูกันว่าอาการแบบไหนคือของจริงกันแน่
- เจ็บครรภ์จริง: อาการปวดจะเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอและถี่ขึ้นเรื่อยๆ ความเจ็บปวดจะรุนแรงขึ้น และจะยังคงปวดแม้จะเปลี่ยนท่าทางแล้วก็ตาม
- เจ็บครรภ์เตือน: อาการปวดจะไม่สม่ำเสมอ อาจปวดเป็นพักๆ แล้วหายไป และความเจ็บปวดจะไม่เพิ่มขึ้น อีกทั้งอาการปวดมักจะดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ
นอกจากอาการปวดท้องเตือนแล้ว คุณแม่อาจรู้สึกถึงแรงกดบริเวณเชิงกรานที่มากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าศีรษะของลูกกำลังเคลื่อนต่ำลงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดหลังอย่างรุนแรงร่วมกับการเกร็งหน้าท้องที่ผิดปกติ ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะอาจไม่ใช่เพียงอาการปวดจากการเคลื่อนตัวของทารก แต่อาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อน เช่น การหดรัดตัวของมดลูกที่ผิดปกติ หรือภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด ซึ่งควรรีบพบแพทย์ทันที
สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แฝด มีโรคประจำตัว หรือเป็นครรภ์เสี่ยงสูง ควรใส่ใจสังเกตอาการมากกว่าปกติ เพราะมักจะคลอดก่อนกำหนดและมีความเสี่ยงแทรกซ้อนสูงกว่า อาการใกล้คลอดแบบไหนควรไปหาหมอ สำหรับกลุ่มนี้ ได้แก่ อาการปวดท้องเล็กน้อยที่มาสม่ำเสมอ หรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่ผิดปกติ
เมื่อรู้แล้วว่า อาการใกล้คลอดแบบไหนควรไปหาหมอ สิ่งสำคัญคือการเตรียมความพร้อม ควรเตรียมกระเป๋าคลอดไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ 36 สัปดาห์ ใส่เอกสารสำคัญ เสื้อผ้าสำหรับแม่และลูก อุปกรณ์อาบน้ำ และสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ พร้อมทั้งวางแผนเส้นทางไปโรงพยาบาลและเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน
การรู้จักสังเกต อาการใกล้คลอดแบบไหนควรไปหาหมอ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณแม่และลูกปลอดภัย อย่าลืมว่าเมื่อมีข้อสงสัย ควรปรึกษาแพทย์เสมอ เพราะความปลอดภัยของทั้งแม่และลูกเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การเตรียมความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ พร้อมกับการมีความรู้ที่ถูกต้อง จะทำให้การคลอดผ่านไปอย่างปลอดภัยและราบรื่น
ภาพจาก Freepik
M26-054
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง