สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ไฮ-แฟมิลี่คลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

how-many-day-to-register-a-birth

กฎหมายกำหนด แจ้งเกิดภายในกี่วัน ? ฉบับเข้าใจง่ายสำหรับพ่อแม่มือใหม่

คุณแม่หลายคนที่ใกล้คลอดหรือเพิ่งคลอดลูกมักตั้งคำถามเดียวกันว่า "แจ้งเกิดภายในกี่วัน ?" เพราะไม่อยากพลาดกำหนดหรือเจอปัญหาค่าปรับ วันนี้เรามีคำตอบชัดเจนและคู่มือครบจบมาไขทุกข้อสงสัยให้คุณแม่ ตั้งแต่ขั้นตอนการแจ้งเกิด เอกสารที่ต้องเตรียม ไปจนถึงสิทธิประโยชน์ที่ลูกน้อยจะได้รับหลังแจ้งเกิด อ่านจบบทความนี้รับรองไม่งงแน่นอน !

ตรวจสอบบทความโดย: ชัญญา จันทรานุสรณ์
พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์

เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ

ไขข้อข้องใจแม่ท้อง: กฎหมายกำหนด "แจ้งเกิดภายในกี่วัน" ?

ตอบชัดๆ: ต้องแจ้งเกิดภายใน "15 วัน" (นับจากวันไหน...เริ่มยังไง ?)

"อันตรายไหม" ถ้าแจ้งเกิดไม่ทัน 15 วัน ? (เฉลย...ค่าปรับเท่าไหร่ ?)

"วิธีแก้" เมื่อแจ้งเกิดช้าเกินกำหนด (ต้องเจออะไรบ้าง...ยุ่งยากไหม ?)

เช็กลิสต์ "เอกสาร" ที่แม่ต้องเตรียม "ก่อนคลอด" (จะได้ไม่ฉุกละหุก)

แม่ยังเจ็บแผล...ใคร "ไปแจ้งเกิดแทน" ได้บ้าง ? (คุณพ่อ, ปู่ย่า, ตายาย)

แจ้งเกิดที่ "โรงพยาบาล" vs "สำนักงานเขต/อำเภอ" (แบบไหนง่ายกว่ากัน ?)

"ชื่อลูก" ยังคิดไม่ออก...แจ้งเกิดก่อนได้ไหม ? (คำถามที่แม่กังวลที่สุด)

สิ่งที่ได้กลับมาหลังแจ้งเกิด (สูติบัตร...เอกสารสำคัญที่สุดของลูก)

"สิทธิบัตรทอง" "เงินสงเคราะห์บุตร" (แจ้งเกิดแล้ว...ต้องทำอะไรต่อ ?)

พ่อแม่ "ไม่ได้จดทะเบียนสมรส" (ขั้นตอนการแจ้งเกิด...ต่างกันหรือไม่ ?)

ถาม-ตอบ (Q&A) เคลียร์ทุกคำถามคาใจแม่ท้องเรื่องแจ้งเกิด

ไขข้อข้องใจแม่ท้อง: กฎหมายกำหนด "แจ้งเกิดภายในกี่วัน"?

สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่กำลังเตรียมตัวรอลูกน้อยมาเติมเต็มครอบครัว คำถามเรื่อง แจ้งเกิดภายในกี่วัน ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรู้ไว้ล่วงหน้า ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 กฎหมายกำหนดให้ผู้ปกครองต้องแจ้งการเกิดของบุตรภายในระยะเวลาที่ชัดเจน เพื่อให้ลูกน้อยมีสถานะทางกฎหมายและสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน

ตอบชัดๆ: ต้องแจ้งเกิดภายใน "15 วัน" (นับจากวันไหน...เริ่มยังไง?)

คำตอบที่ถูกต้องตามกฎหมายคือ คุณต้องแจ้งการเกิดของบุตร ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่บุตรคลอด ตัวอย่างเช่น ถ้าลูกคลอดวันที่ 1 มกราคม คุณแม่ต้องแจ้งเกิดภายในวันที่ 15 มกราคม โดยนับรวมวันที่ลูกคลอดด้วย โดยปกติแล้ว โรงพยาบาลจะเป็นผู้ให้ "หนังสือรับรองการเกิด" (ท.ร. 1/ก) ซึ่งถือเป็นเอกสารสำคัญที่สุดในการนำไปแจ้งเกิดที่สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอ หากลูกน้อยคลอดที่บ้านหรือสถานที่อื่นที่ไม่ใช่โรงพยาบาล หน้าที่ในการแจ้งก็จะตกอยู่กับเจ้าบ้านหรือผู้พบเห็นการเกิดนั่นเองค่ะ

"อันตรายไหม" ถ้าแจ้งเกิดไม่ทัน 15 วัน? (เฉลย...ค่าปรับเท่าไหร่?)

หากคุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถแจ้งเกิดได้ทันภายใน 15 วันตามที่กฎหมายกำหนด ถือว่า มีความผิด ตาม พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร ซึ่งมีโทษทางอาญาคือ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท (แม้ว่าในทางปฏิบัติ เจ้าหน้าที่อาจจะพิจารณาผ่อนผันตามเหตุผลและความจำเป็น) แต่ที่สำคัญกว่าค่าปรับคือ การแจ้งเกิดช้าจะทำให้ลูกของคุณไม่มีสูติบัตร ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในการรับรองตัวตนและสัญชาติ ทำให้การดำเนินเรื่องอื่น ๆ ล่าช้าไปด้วย

"วิธีแก้" เมื่อแจ้งเกิดช้าเกินกำหนด (ต้องเจออะไรบ้าง...ยุ่งยากไหม?)

หากคุณพลาดกำหนด แจ้งเกิดภายในกี่วัน ก็ตาม ไม่ต้องกังวลจนเกินไปค่ะ สิ่งที่คุณต้องทำคือ รีบไปติดต่อสำนักงานเขต/อำเภอในพื้นที่ที่เด็กเกิดทันที โดยการแจ้งเกิดล่าช้าจะต้องมี พยานบุคคล และหลักฐานอื่น ๆ เพื่อยืนยันการเกิดจริง ซึ่งอาจจะยุ่งยากกว่าการแจ้งภายในกำหนดเล็กน้อย และเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบสวนเพื่อออก "ใบรับแจ้งการเกิดเกินกำหนด" (ท.ร. 3) แทน

เช็กลิสต์ "เอกสาร" ที่แม่ต้องเตรียม "ก่อนคลอด" (จะได้ไม่ฉุกละหุก)

เพื่อความรวดเร็วและไม่ฉุกละหุกเมื่อลูกคลอดแล้ว การเตรียมเอกสารล่วงหน้าเป็นเรื่องที่ดีมากค่ะ สิ่งที่ต้องเตรียมหลัก ๆ คือ

- บัตรประจำตัวประชาชน ของบิดา มารดา (ตัวจริง)

- ทะเบียนบ้าน ที่จะเพิ่มชื่อบุตร (ฉบับจริง)

- ทะเบียนสมรส (ถ้ามี)

- หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. 1/ก) (จะได้จากโรงพยาบาลหลังคลอด) 

เตรียม 4 อย่างนี้ไว้ รับรองว่าไปแจ้งเกิดได้อย่างรวดเร็วแน่นอน

แม่ยังเจ็บแผล...ใคร "ไปแจ้งเกิดแทน" ได้บ้าง? (คุณพ่อ, ปู่ย่า, ตายาย)

ไม่ต้องห่วงว่าคุณแม่ที่เพิ่งคลอดจะต้องไปเองเลยค่ะ ! ผู้ที่สามารถไปแจ้งเกิดแทนได้คือ บิดาหรือมารดา หรือ เจ้าบ้านที่เด็กเกิด หรือ ผู้ได้รับมอบหมาย (พร้อมหนังสือมอบอำนาจ) หรือ ผู้ที่ไปแจ้งแทนโดยมีหลักฐานการรับรองจากเจ้าบ้านหรือโรงพยาบาล โดยส่วนใหญ่แล้ว คุณพ่อ มักจะเป็นผู้ดำเนินการแจ้งเกิดแทนคุณแม่ค่ะ

how-many-day-to-register-a-birth

แจ้งเกิดที่ "โรงพยาบาล" vs "สำนักงานเขต/อำเภอ" (แบบไหนง่ายกว่ากัน?)

การแจ้งเกิดทำได้ 2 วิธีหลัก ๆ คือ

- แจ้งที่โรงพยาบาล: ปัจจุบันโรงพยาบาลใหญ่ ๆ หลายแห่งจะมีบริการแจ้งเกิด ณ จุดเดียว ทำให้คุณพ่อคุณแม่ได้รับสูติบัตรจากโรงพยาบาลเลย (วิธีนี้ง่ายและสะดวกที่สุด)

- แจ้งที่สำนักงานเขต/อำเภอ: คือการนำ หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. 1/ก) ที่ได้จากโรงพยาบาล ไปยื่นคำร้อง ณ สำนักงานเขต/อำเภอที่เด็กเกิด หรือที่บิดา/มารดามีชื่อในทะเบียนบ้าน ถ้าสงสัยว่าต้องแจ้งเกิดภายในกี่วัน และต้องการความแน่นอนสูงสุด ให้รีบไปที่เขต/อำเภอภายใน 15 วัน

"ชื่อลูก" ยังคิดไม่ออก...แจ้งเกิดก่อนได้ไหม? (คำถามที่แม่กังวลที่สุด)

คำตอบคือ ได้ค่ะ การแจ้งเกิดสามารถทำได้แม้จะยังไม่มีชื่อตัวของบุตร แต่ต้องมี ชื่อสกุล ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเมื่อคุณได้สูติบัตรมาแล้ว หากตั้งชื่อลูกได้แล้ว ก็สามารถนำสูติบัตรไปขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านได้ทันที แต่ถ้าชื่อลูกมาทันก็ใส่ชื่อไปเลยทีเดียวจะง่ายที่สุดค่ะ

สิ่งที่ได้กลับมาหลังแจ้งเกิด (สูติบัตร...เอกสารสำคัญที่สุดของลูก)

เมื่อดำเนินการแจ้งเกิดเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่คุณจะได้รับคือ "สูติบัตร" (ใบเกิด) ซึ่งเป็นเอกสารที่สำคัญที่สุดของลูกน้อย เพราะเป็นหลักฐานทางราชการที่ยืนยันการเกิด, สัญชาติ, ชื่อบิดา-มารดา และวันเดือนปีเกิดของเด็ก ซึ่งจะใช้ในการทำเรื่องอื่น ๆ เช่น ทำบัตรประชาชน (เมื่ออายุ 7 ปี), การศึกษา, และการรับสวัสดิการของรัฐ

"สิทธิบัตรทอง" "เงินสงเคราะห์บุตร" (แจ้งเกิดแล้ว...ต้องทำอะไรต่อ?)

เมื่อลูกได้สูติบัตรและมีชื่อในทะเบียนบ้านเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมไปใช้สิทธิที่ลูกควรได้รับค่ะ

สิทธิบัตรทอง/หลักประกันสุขภาพ: เด็กไทยทุกคนจะได้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) โดยอัตโนมัติ หากไม่มีสิทธิประกันสังคมหรือสวัสดิการอื่นๆ

เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด (เงินสงเคราะห์บุตร): สำหรับครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ควรไปลงทะเบียนขอรับเงินอุดหนุนฯ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ หรือตามเงื่อนไขที่กำหนด

พ่อแม่ "ไม่ได้จดทะเบียนสมรส" (ขั้นตอนการแจ้งเกิด...ต่างกันหรือไม่?)

ขั้นตอนการแจ้งเกิดโดยรวม ไม่ได้แตกต่างกัน ในแง่ของการออกสูติบัตร แต่ในทางกฎหมาย บุตรที่เกิดจากบิดามารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะเป็น บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดาแต่เพียงผู้เดียว บิดาจะระบุชื่อได้ แต่สิทธิและหน้าที่บางอย่างอาจต้องมีการรับรองบุตรตามกฎหมายเพิ่มเติมภายหลัง

ถาม-ตอบ (Q&A) เคลียร์ทุกคำถามคาใจแม่ท้องเรื่องแจ้งเกิด

Q: ถ้าลูกเกิดในต่างประเทศ ต้องแจ้งเกิดอย่างไร ?

A: ให้แจ้งเกิด ณ สถานทูต หรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น ๆ เพื่อขอใบเกิด (สูติบัตร) จากต่างประเทศ จากนั้นนำมาแปลและยื่นคำร้องที่สำนักงานเขต/อำเภอ เพื่อบันทึกการเกิดในไทย

Q: แจ้งเกิดภายในกี่วัน ถึงจะได้สิทธิประโยชน์เร็วที่สุด ?

A: ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีค่ะ แต่กฎหมายให้ 15 วัน หากทำทันจะได้ใช้สิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

Q: ถ้าทำสูติบัตรหาย ต้องทำอย่างไร ?

A: สามารถไปติดต่อที่สำนักงานเขต/อำเภอ เพื่อขอคัดสำเนาสูติบัตร (ใบรับรองการเกิด) ได้ค่ะ

carelinepic_resized2

ไฮ-แฟมิลี่ แคร์ไลน์

บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง

x