สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ไฮ-แฟมิลี่คลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

first-trimester-of-pregnancy

เจาะลึก ท้องไตรมาสแรก ดูแลยังไงดี ? คู่มือคุณแม่มือใหม่เข้าใจง่าย

คู่มือฉบับเต็มเรื่อง ท้องไตรมาสแรก ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย อาการที่พบได้บ่อย ไปจนถึงโภชนาการและข้อควรระวังสำคัญ เตรียมพร้อมเป็นคุณแม่ที่แข็งแรงและมีความสุขไปกับเรา!

ตรวจสอบบทความโดย: ชัญญา จันทรานุสรณ์
พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์

ท้องไตรมาสแรกคือช่วงเวลาใด

ท้องไตรมาสแรก หมายถึงช่วง 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ นับตั้งแต่วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย ในช่วงนี้อวัยวะสำคัญต่าง ๆ ของลูกน้อย เช่น หัวใจ สมอง และกระดูกสันหลัง จะเริ่มก่อตัวและพัฒนา ทำให้เป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญมากต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ คุณแม่จะเริ่มสังเกตุการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของร่างกายและควรให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายคุณแม่ในไตรมาสแรก

ในช่วงท้องไตรมาสแรกนี้ ร่างกายของคุณแม่จะเริ่มปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นบ้านหลังเล็กๆ ของลูกน้อย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้คุณรู้สึกแปลกใหม่และไม่คุ้นชิน แต่ไม่ต้องกังวลไป ทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับว่าที่คุณแม่ทุกคน เช่น 

- เต้านมขยายใหญ่และคัดตึง: คุณอาจรู้สึกว่าเต้านมมีขนาดใหญ่ขึ้น คัดตึง หรือเจ็บเมื่อสัมผัส เพราะฮอร์โมนกำลังทำงานเพื่อเตรียมสร้างน้ำนมในอนาคต

- มดลูกขยายตัว: มดลูกจะเริ่มขยายขนาดขึ้นเล็กน้อยเพื่อรองรับการฝังตัวของตัวอ่อน ทำให้บางครั้งอาจรู้สึกปวดหน่วงๆ ที่ท้องน้อยได้

- ช่องคลอดมีตกขาวเพิ่มขึ้น: เป็นเรื่องปกติที่ร่างกายจะสร้างตกขาวมากขึ้นเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่ปากมดลูก

อาการทั่วไปที่พบได้บ่อยในท้องไตรมาสแรก

นอกจากความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายแล้ว ยังมีอาการทั่วไปที่เกิดขึ้นในช่วงท้องไตรมาสแรก ซึ่งอาจจะทำให้คุณแม่ไม่สบายตัวได้บ้าง แต่นั่นก็ถือเป็นสัญญาณบอกว่าลูกน้อยกำลังเติบโตอย่างแข็งแรง และส่วนใหญ่อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่สองค่ะ

1. แพ้ท้อง : อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเหม็นอาหารบางชนิดสามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ แต่บ่อยขึ้น

2. อ่อนเพลีย ง่วงง่าย : มาจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้น ทำให้รู้สึกเหนื่อยและอยากพักมากขึ้น

3. ปัสสาวะบ่อย : เพราะมดลูกที่เริ่มขยายไปกดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยกว่าปกติ

4. อารมณ์แปรปรวน : การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้อาจรู้สึกหงุดหงิด ซึมง่าย หรืออ่อนไหวมากขึ้น

ฮอร์โมนและการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ในไตรมาสแรก

การตั้งครรภ์อาจทำให้คุณแม่รู้สึกอารมณ์ขึ้นลงเหมือนนั่งรถไฟเหาะ เพราะฮอร์โมนอย่าง HCG (Human Chorionic Gonadotropin) และ โปรเจสเตอโรน (Progesterone) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อสารเคมีในสมอง ทำให้หงุดหงิดง่าย ร้องไห้หรืออ่อนไหวกว่าปกติ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ การได้พักผ่อนให้เพียงพอ และพูดคุยกับคนในครอบครัวหรือคนที่ไว้ใจได้ จะช่วยให้รับมือกับอารมณ์เหล่านี้ได้ดีขึ้น

โภชนาการที่เหมาะสมสำหรับคุณแม่ท้องไตรมาสแรก

ช่วง ท้องไตรมาสแรก เป็นช่วงที่ตัวอ่อนกำลังสร้างอวัยวะสำคัญต่างๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณแม่ต้องเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์และครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเต็มที่

- โปรตีน: ช่วยในการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ควรได้รับจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา ไข่ นม และถั่วเหลือง

- คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน: เป็นแหล่งพลังงานหลัก ควรได้รับจากข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท หรือธัญพืชต่างๆ

- ไขมันดี: ช่วยในการพัฒนาสมองและระบบประสาทของลูกน้อย ควรได้รับจากอะโวคาโด ถั่วเปลือกแข็ง และน้ำมันมะกอก

- ผักและผลไม้: อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่ช่วยป้องกันท้องผูก

วิตามินและสารอาหารสำคัญที่ควรได้รับ

นอกจากอาหารหลักแล้ว วิตามินและแร่ธาตุบางชนิดก็จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับพัฒนาการของลูกน้อยในช่วง ท้องไตรมาสแรก ได้แก่

- กรดโฟลิก:  เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดความผิดปกติของสมองและไขสันหลังในทารก คุณแม่ควรเริ่มทานตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์และต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสแรก

- ธาตุเหล็ก: ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงและป้องกันภาวะโลหิตจาง ซึ่งอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทารก

- แคลเซียม: เสริมสร้างกระดูกและฟันของลูก

- วิตามินดี: ช่วยการดูดซึมแคลเซียมให้มีประสิทธิภาพ

- วิตามินบี 6: ช่วยลดอาการคลื่นไส้ และสำคัญต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อย

- โอเมก้า 3: ช่วยในการพัฒนาสมองและดวงตาของลูกน้อย

อาหารที่ควรกินและควรหลีกเลี่ยงในช่วงไตรมาสแรก

คุณแม่ท้องไตรมาสแรกควรเลือกกินอาหารย่อยง่าย มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีความเสี่ยง เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูก

ควรกิน:

-อาหารปรุงสุกใหม่ ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้มปลา ซุปไก่ ขนมปังโฮลวีท

-ผักและผลไม้สดที่ล้างสะอาด

-ดื่มน้ำให้เพียงพอประมาณ 8–10 แก้วต่อวัน ช่วยให้ร่างกายทำงานดีและลดอาการคลื่นไส้

ควรหลีกเลี่ยง:

-เนื้อสัตว์ดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ

-อาหารทะเลที่มีสารปรอทสูง เช่น ปลาฉลาม ปลาฮามาจิ ตัวใหญ่ ๆ

-แอลกอฮอล์ และคาเฟอีนในปริมาณมาก

-อาหารแปรรูป เพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดความเสี่ยงต่อทารก

การดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายเบา ๆ

การออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดิน โยคะสำหรับคนท้อง หรือการว่ายน้ำ เป็นประโยชน์อย่างมากต่อร่างกายและจิตใจของคุณแม่ การเคลื่อนไหวจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดอาการปวดเมื่อย และยังช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาคุณหมอและหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ใช้แรงมากหรืออาจทำให้เกิดการกระทบกระเทือน

การตรวจครรภ์และการฝากครรภ์ในไตรมาสแรก

คุณแม่ควรไปฝากครรภ์ครั้งแรก ทันทีหลังจากทราบว่าตั้งครรภ์ เพื่อให้แพทย์เริ่มดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้น โดยการตรวจครั้งแรกมักประกอบด้วย:

-ซักประวัติสุขภาพและโรคประจำตัว

-ตรวจร่างกาย วัดน้ำหนัก ส่วนสูง และความดันโลหิต

-ตรวจเลือดและปัสสาวะ เพื่อเช็กความสมบูรณ์ของเลือด ภูมิคุ้มกัน และความเสี่ยงต่าง ๆ

-อัลตราซาวนด์ เพื่อตรวจดูการเจริญเติบโตของลูกน้อยและยืนยันอายุครรภ์

การไปฝากครรภ์เป็นประจำจะช่วยให้แพทย์ติดตามสุขภาพของคุณแม่และทารกได้อย่างใกล้ชิด พร้อมตรวจพบปัญหาต่าง ๆ ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

สัญญาณอันตรายที่ควรระวังในท้องไตรมาสแรก

แม้ว่าอาการต่างๆ ในคนท้องไตรมาสแรกส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องปกติ แต่ก็มีบางอาการที่บ่งบอกถึงความผิดปกติและต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีหากเกิดเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ 

- มีเลือดออกทางช่องคลอด: ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะอาจเป็นสัญญาณของการแท้งคุกคาม

- ปวดท้องรุนแรง: อาการปวดท้องอย่างต่อเนื่องหรือปวดเกร็งคล้ายปวดประจำเดือนที่รุนแรงกว่าปกติ

- เวียนศีรษะหรือหน้ามืด:  อาจเป็นสัญญาณของความดันโลหิตต่ำหรือภาวะโลหิตจางรุนแรง

- มีไข้สูง: การติดเชื้อในร่างกายอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้

การดูแลสุขภาพจิตและการพักผ่อนของคุณแม่

อย่าลืมว่าทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจมีความสำคัญไม่แพ้กัน การนอนพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าได้ดีขึ้น การหาเวลาทำสิ่งที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เช่น การอ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือดูหนังที่ชอบ จะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลได้มากขึ้น เมื่อคุณแม่ดูแลตัวเองจากภายในสู่ภายนอก ก็จะรู้สึกมีความสุขและพร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลงระหว่างตั้งครรภ์

สรุปแนวทางการดูแลครรภ์ในช่วงท้องไตรมาสแรก

ท้องไตรมาสแรก เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการตั้งครรภ์ การดูแลตนเองอย่างถูกต้องด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเบา ๆ และไปตรวจครรภ์ตามนัด จะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยมีสุขภาพที่แข็งแรง อย่าลืมสังเกตสัญญาณผิดปกติและปรึกษาแพทย์เมื่อมีข้อสงสัย การเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจจะทำให้การเดินทางในช่วงตั้งครรภ์เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและปลอดภัย

อ้างอิงจาก

plannedparenthood.org

bpksamutprakan.com

carelinepic_resized2

ไฮ-แฟมิลี่ แคร์ไลน์

บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง

x