สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ไฮ-แฟมิลี่คลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
คุณแม่หลายคนอาจสงสัยว่า “คนท้องกินโยเกิร์ตได้ไหม” เพราะโยเกิร์ตเป็นของกินที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ แต่ช่วงตั้งครรภ์มักมีข้อจำกัดเรื่องอาหารอยู่ไม่น้อย บทความนี้จะพาคุณแม่มาทำความเข้าใจว่าโยเกิร์ตปลอดภัยหรือไม่ มีประโยชน์อะไรต่อครรภ์ รวมถึงวิธีเลือกโยเกิร์ตที่เหมาะสม
ตรวจสอบบทความโดย: มนภรณ์ มาร์ทากอน
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโภชนศาสตร์
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
คนท้องกินโยเกิร์ตได้ไหม ปลอดภัยจริงหรือไม่
ประโยชน์ของโยเกิร์ตต่อคุณแม่ตั้งครรภ์
สารอาหารสำคัญในโยเกิร์ตที่ช่วยบำรุงครรภ์
โยเกิร์ตช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แม่และลูกในครรภ์
โยเกิร์ตกับการย่อยอาหารและลดอาการท้องผูกในคนท้อง
คนท้องควรกินโยเกิร์ตประเภทไหนดี
ความแตกต่างระหว่างโยเกิร์ตธรรมดาและโยเกิร์ตไขมันต่ำ
คนท้องกินโยเกิร์ตพร้อมผลไม้ได้ไหม
ข้อควรระวังในการเลือกซื้อโยเกิร์ตสำหรับคนท้อง
โยเกิร์ตกับการควบคุมน้ำหนักในช่วงตั้งครรภ์
คำถามที่ว่า คนท้องกินโยเกิร์ตได้ไหม คำตอบคือ กินได้และปลอดภัย โยเกิร์ตเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม และโปรไบโอติกที่ช่วยเสริมสุขภาพทั้งคุณแม่และลูกน้อย อย่างไรก็ตาม ควรเลือกโยเกิร์ตที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเชื้อแบคทีเรียที่อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์
โยเกิร์ตเป็นตัวช่วยเด็ดสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นในช่วงนี้ ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กระดูกและฟันของทั้งคุณแม่และลูกน้อย อีกทั้งยังช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ลดการกินจุกจิกที่อาจทำให้น้ำหนักขึ้นเกินเกณฑ์ได้ นอกจากนี้ โปรไบโอติก ในโยเกิร์ตยังช่วยปรับสมดุลลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นและช่วยให้การตั้งครรภ์ราบรื่นมากขึ้น
โยเกิร์ตอุดมไปด้วยสารอาหารที่หลากหลายซึ่งมีความจำเป็นในช่วงตั้งครรภ์ ได้แก่ แคลเซียมที่ช่วยพัฒนาการสร้างกระดูกของทารก โปรตีนที่สนับสนุนการเจริญเติบโตของเซลล์ ฟอสฟอรัสที่ช่วยในการสร้างพลังงาน วิตามินบี 12 ที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาทและการผลิตเม็ดเลือดแดง และวิตามินดีที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม นอกจากนี้ยังมีโพแทสเซียมที่ช่วยควบคุมความดันโลหิตและลดอาการบวมน้ำที่อาจเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ สารอาหารเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนสุขภาพของทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์
หัวใจสำคัญของโยเกิร์ตคือ โปรไบโอติก (Probiotics) หรือจุลินทรีย์ที่มีชีวิตและดีต่อสุขภาพ ซึ่งช่วยปรับสมดุลของลำไส้และระบบทางเดินอาหาร การที่ลำไส้แข็งแรงจะส่งผลให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น และที่สำคัญคือช่วย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทั้งของคุณแม่และส่งต่อภูมิคุ้มกันที่ดีไปยังลูกน้อยในครรภ์ แถมยังมีงานวิจัยบอกว่าการกินโยเกิร์ตเป็นประจำอาจช่วยลดความเสี่ยงโรคภูมิแพ้ในลูกน้อยหลังคลอดอีกด้วย
ปัญหาที่มักมาคู่กับคุณแม่ตั้งครรภ์คือ อาการท้องผูก เนื่องจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงและการขยายตัวของมดลูกไปกดทับลำไส้ โปรไบโอติกในโยเกิร์ตจะทำหน้าที่ช่วย กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ และช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงเป็นตัวช่วยชั้นดีในการ ลดอาการท้องผูก และทำให้การขับถ่ายเป็นไปอย่างราบรื่น
เมื่อพูดถึง คนท้องกินโยเกิร์ตได้ไหม หรือ คนท้องควรกินโยเกิร์ตประเภทไหน แล้ว คุณแม่ควรเลือกโยเกิร์ตแบบธรรมชาติ (Plain Yogurt) หรือกรีกโยเกิร์ต (Greek Yogurt) ที่ไม่มีน้ำตาลเติมหรือมีน้ำตาลน้อย เพราะจะได้รับประโยชน์เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแคลอรี่และน้ำตาลส่วนเกิน ที่สำคัญควรเลือกโยเกิร์ตที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์เพื่อความปลอดภัย และหลีกเลี่ยงโยเกิร์ตที่ทำจากนมดิบเพราะอาจมีเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตราย
โยเกิร์ตธรรมดา (Whole-milk Yogurt) จะมีไขมันตามธรรมชาติของนม ซึ่งช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามินเอ ดี อี และเค เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องการเพิ่มน้ำหนักหรือต้องการพลังงานมาก ส่วนโยเกิร์ตไขมันต่ำหรือปลอดไขมัน (Low-fat/Non-fat Yogurt) จะมีแคลอรี่น้อยกว่า เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือมีภาวะไขมันในเลือดสูง อย่างไรก็ตาม โยเกิร์ตไขมันต่ำบางชนิดอาจเติมน้ำตาลเพื่อเพิ่มรสชาติ ดังนั้นควรอ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อเสมอ การเลือกควรขึ้นอยู่กับความต้องการและคำแนะนำจากแพทย์
กินได้และดีมาก ๆ โยเกิร์ตที่เติมผลไม้สดลงไปนอกจากจะอร่อยและมีสีสันแล้ว ยังช่วยเพิ่มใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุให้กับร่างกาย เช่น ใส่กล้วยหอมเพื่อเพิ่มโพแทสเซียม หรือใส่เบอร์รีต่าง ๆ เพื่อเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เป็นเมนูที่ดีทั้งต่อระบบย่อยอาหารและสุขภาพโดยรวมของคุณแม่ ควรเลือกผลไม้ที่ล้างสะอาดและสุกพอดี ส่วนโยเกิร์ตควรเลือกสูตรธรรมชาติหรือสูตรน้ำตาลน้อย และหลีกเลี่ยงโยเกิร์ตผลไม้สำเร็จรูปที่มีน้ำตาลสูง เพราะอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่งและน้ำหนักขึ้นได้ง่าย
คุณแม่ต้องระมัดระวังในการเลือกซื้อโยเกิร์ต โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ ตรวจสอบวันหมดอายุให้ดี และเก็บในตู้เย็นตลอดเวลา หลีกเลี่ยงโยเกิร์ตที่มีส่วนผสมของวุ้น เจลาติน หรือสารกันบูดมากเกินไป อ่านฉลากโภชนาการเพื่อเลือกโยเกิร์ตที่มีน้ำตาลต่ำและโปรตีนสูง นอกจากนี้ ควรเลือกยี่ห้อที่มีมาตรฐานและเชื่อถือได้ รวมถึงควรซื้อจากร้านที่มีระบบเก็บรักษาที่เหมาะสม
การควบคุมน้ำหนักในช่วงตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพของทั้งคุณแม่และลูกน้อย และโยเกิร์ตถือเป็นตัวช่วยที่ดีมาก เพราะให้ความอิ่มนาน ช่วยลดอาการหิวบ่อย และมีแคลอรี่ที่เหมาะสม โปรตีนในโยเกิร์ตยังช่วยเพิ่มการเผาผลาญและรักษามวลกล้ามเนื้อ ซึ่งมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักอย่างปลอดภัยการเลือกโยเกิร์ตไขมันต่ำหรือกรีกโยเกิร์ตเป็นประจำ จะช่วยให้คุณแม่ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์แนะนำ พร้อมได้รับสารอาหารจำเป็นอย่างครบถ้วนด้วย
โดยทั่วไป แพทย์แนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์กินโยเกิร์ตประมาณ 1–2 ถ้วยต่อวัน หรือประมาณ 200–400 กรัม เพื่อให้ได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสม โดยปริมาณนี้จะช่วยให้ได้รับแคลเซียมราว 250–500 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความต้องการแคลเซียมทั้งหมด 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ในช่วงตั้งครรภ์อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคนอาจแตกต่างกันตามสุขภาพ น้ำหนัก และความต้องการพลังงานในแต่ละวัน คุณแม่จึงควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อปรับให้เหมาะกับสภาพร่างกายของตัวเอง
ย้ำอีกครั้งกับคำถามที่ว่า คนท้องกินโยเกิร์ตได้ไหม คำตอบคือ ได้แน่นอน และยังเป็นหนึ่งในอาหารที่ดีต่อสุขภาพทั้งคุณแม่และลูกในครรภ์ สิ่งสำคัญคือการเลือกโยเกิร์ตที่ มีโปรไบโอติกสูง น้ำตาลต่ำ และทำจากนมที่ผ่านการฆ่าเชื้อ หากทำตามคำแนะนำเหล่านี้ คุณแม่ก็จะสามารถเพลิดเพลินกับโยเกิร์ตได้อย่างสบายใจและสุขภาพดีตลอดการตั้งครรภ์
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง