สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ไฮ-แฟมิลี่คลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล และนักโภชนาการ จาก ไฮ-แฟมิลี่ แคร์ไลน์ Hi-Family Club ศูนย์บริการให้คำปรึกษาในทุก ๆ เรื่องที่คุณแม่กังวลใจ ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน LINE หรือโทร 02-740-3333
ยินดีด้วยกับคุณแม่มือใหม่ทุกท่าน หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาสำคัญในการให้กำเนิดเจ้าตัวน้อยด้วยวิธีผ่าตัดคลอด แน่นอนว่าร่างกายของคุณแม่ต้องการการพักฟื้นเป็นพิเศษ นอกเหนือจากความเจ็บปวดบริเวณแผลผ่าตัดแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่สร้างความกังวลใจไม่น้อย คือ อาการหลังผ่าคลอดที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะปัญหาเท้าบวมหลังผ่าคลอด ที่อาจทำให้คุณแม่รู้สึกไม่สบายตัว เดินไม่ถนัด หรือกังวลว่าจะเป็นสัญญาณอันตรายหรือไม่
บทความนี้เราจะพาคุณแม่ไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของอาการบวมน้ำ และรวบรวมเทคนิคการดูแลตัวเองเพื่อให้ร่างกายกลับมาเข้าที่และแข็งแรง พร้อมทำหน้าที่คุณแม่ได้อย่างเต็มที่
ช่วงสัปดาห์แรก คุณแม่อาจพบอาการหลังผ่าคลอดที่พบได้บ่อย ๆ ดังนี้
เจ็บแผลและมดลูกบีบตัว: ร่างกายกำลังขับน้ำคาวปลา ช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่
อ่อนเพลีย: จากการเสียเลือดระหว่างผ่าตัดและการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
ท้องผูกและมีแก๊สในกระเพาะ: ลำไส้อาจทำงานช้าลงชั่วคราวจากฤทธิ์ยาระงับความรู้สึก
อาการบวมน้ำ: ส่งผลให้เกิดอาการบวมตามมือ เท้า และใบหน้า
คุณแม่หลายคนตกใจที่เห็นเท้าตัวเองบวมเป่งหลังจากกลับมาพักฟื้น ซึ่งจริง ๆ แล้วอาการเท้าบวมหลังผ่าคลอด มักเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ดังนี้
ในกระบวนการผ่าตัด คุณแม่มักจะได้รับน้ำเกลือ (IV Fluids) เข้าสู่เส้นเลือดโดยตรงเพื่อคงความดันโลหิต ซึ่งร่างกายอาจจะยังไม่สามารถระบายของเหลวเหล่านี้ออกมาทั้งหมดได้ทันทีหลังคลอด
ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วหลังคลอด มีส่วนทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ และโซเดียมไว้ในเนื้อเยื่อมากขึ้น
ความเจ็บปวดจากแผลทำให้คุณแม่เคลื่อนไหวได้จำกัด ส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตและน้ำเหลืองทำงานได้ไม่เต็มที่ ของเหลวส่วนเกินจึงไปกองรวมกันที่ส่วนปลายของร่างกายตามแรงโน้มถ่วง
เพื่อให้ร่างกายขับน้ำส่วนเกินออกได้เร็วขึ้น คุณแม่สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้
ยกเท้าให้สูงเข้าไว้: หนึ่งในวิธีลดอาการเท้าบวมหลังผ่าคลอดที่ง่ายที่สุดคือการใช้หมอนรองเท้าให้สูงกว่าระดับหน้าอกขณะนอนพัก เพื่อให้แรงโน้มถ่วงช่วยลำเลียงเลือดและของเหลวกลับสู่หัวใจได้ดีขึ้น
ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อขับของเสีย: แม้ร่างกายจะดูเหมือนบวมน้ำ แต่การดื่มน้ำสะอาดจะช่วยกระตุ้นให้ไตทำงานได้ดีขึ้น ช่วยขับโซเดียม และของเหลวส่วนเกินออกจากร่างกายผ่านปัสสาวะ
หมั่นขยับข้อเท้าและเดินเบา ๆ: เมื่อแพทย์อนุญาตให้เริ่มลุกเดิน การเดินช้า ๆ หรือการกระดกข้อเท้าขึ้นลงขณะนั่งพัก จะช่วยให้กล้ามเนื้อน่องช่วยปั๊มเลือดไหลเวียน ลดความเสี่ยงภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งเป็นอาการหลังผ่าคลอดที่ต้องระวัง
สวมถุงเท้าเพื่อสุขภาพ (Compression Stockings): หากอาการบวมยังไม่ทุเลา การสวมถุงเท้าที่มีความกระชับจะช่วยลดการขยายตัวของหลอดเลือดและลดอาการบวมน้ำได้
สังเกตสัญญาณผิดปกติ: หากมีอาการบวมเพียงข้างเดียวอย่างเห็นได้ชัด มีรอยแดง ปวด ร้อนบริเวณที่บวม หรือมีอาการหอบเหนื่อยร่วมด้วย ควรรีบแจ้งแพทย์ทันที
อ่านบทความเกี่ยวกับการดูแลแผลผ่าตัด วิธีดูแลตัวเองหลังคลอด และเคล็ดลับการฟื้นฟูร่างกายสำหรับคุณแม่ได้ที่ Hi-Family Club
โดยส่วนใหญ่อาการบวมจะค่อย ๆ ดีขึ้นและยุบลงภายใน 1-2 สัปดาห์หลังคลอด เมื่อร่างกายเริ่มขับของเหลวส่วนเกินออกทางปัสสาวะและเหงื่อ
ใช่ การปวดหลังอาจเกิดขึ้นได้จากการบล็อกหลังหรือการแบกน้ำหนักครรภ์มานาน ถือเป็นอาการหลังผ่าคลอดที่พบได้บ่อยและจะค่อย ๆ หายไปเอง แต่หากปวดรุนแรงจนขยับไม่ได้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์
การนวดเบา ๆ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และระบบน้ำเหลืองได้ดี เริ่มทำเมื่อแผลผ่าตัดเริ่มแห้งสนิทและคุณแม่รู้สึกแข็งแรงพอ แนะนำเป็นการนวดเพื่อผ่อนคลาย ลดการตึงของกล้ามเนื้อ ไม่ควรกดจุดที่รุนแรงเกินไป
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. คำแนะนำการปฏิบัติตนก่อนและหลังผ่าตัดคลอดบุตร. https://www.hospital.tu.ac.th/yoongthong3/page/2023071110090051/ (สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2569)
Mayo Clinic. C-section recovery: What to expect. https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/labor-and-delivery/in-depth/c-section-recovery/art-20047310 (สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2569)
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. การส่งเสริมสุขภาพหญิงหลังคลอด ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย. https://www.rama.mahidol.ac.th/altern_med/th/news/announcement/02feb2024-0912-th (สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2569)
Center for Vein Restoration. Postpartum Leg Swelling. https://www.centerforvein.com/blog/postpartum-leg-swelling (สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2569)
Biologyinsights.com. How to Get Rid of Postpartum Edema. https://biologyinsights.com/how-to-get-rid-of-postpartum-edema/ (สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2569)
ภาพจาก Magnific
M26-350
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง