สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ไฮ-แฟมิลี่คลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
ตรวจสอบบทความโดย: มนภรณ์ มาร์ทากอน
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโภชนศาสตร์
ช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายของคุณแม่ต้องการสารอาหารมากกว่าปกติเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของลูกในครรภ์ จึงต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งนมก็เป็นอาหารหนึ่งที่ช่วยเสริมแคลเซียมและมีสารอาหารอื่น ๆ ที่ครบถ้วน แต่ก็มีแม่ตั้งครรภ์อีกหลายๆคนที่เลือกดื่ม 'นมบำรุงครรภ์' เพื่อเสริมโภชนาการให้เพียงพอ แล้วนมบำรุงครรภ์คืออะไร? ดีกว่านมธรรมดาและจำเป็นแค่ไหน?
นมบำรุงครรภ์คือนมที่ผ่านการพัฒนาเพื่อให้มีสารอาหารที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณแม่ตั้งครรภ์ เช่น แคลเซียม โฟเลต ธาตุเหล็ก วิตามินดี DHA และโปรตีน โดยทั่วไปแล้วนมชนิดนี้มักจะถูกปรับสูตรให้ดื่มง่าย ย่อยง่าย ใส่น้ำตาลเพียงเล็กน้อย คุณแม่บางคนอาจสงสัยว่าแล้วนมบำรุงครรภ์จำเป็นหรือไม่ คำตอบคือ 'ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน' แต่หากคุณแม่มีปัญหาเรื่องทานอาหารได้น้อย แพ้ท้องหนัก หรืออยากเสริมสารอาหารเฉพาะ นมบำรุงครรภ์ก็ถือเป็นตัวช่วยที่ดีในการเติมเต็มโภชนาการที่อาจได้ไม่ครบจากการทานอาหารมื้อหลัก
นอกจากช่วยให้คุณแม่ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนแล้ว นมบำรุงครรภ์ยังส่งผลดีต่อพัฒนาการของลูกในครรภ์ด้วย เช่น
- ช่วยสร้างกระดูกและฟันของลูก จากแคลเซียมและวิตามินดี
- ช่วยพัฒนาสมองและระบบประสาท ด้วย DHA และโฟเลต
- เสริมสร้างเม็ดเลือดแดง จากธาตุเหล็ก ป้องกันภาวะโลหิตจาง
- ช่วยคุณแม่มีพลังงานและซ่อมแซมร่างกาย ด้วยโปรตีนคุณภาพดี
นมบำรุงครรภ์ที่ดีควรมีสารอาหารหลักที่จำเป็นระหว่างตั้งครรภ์ ได้แก่
- แคลเซียม เสริมสร้างกระดูกและฟันของแม่และลูก
- วิตามินดี ช่วยดูดซึมแคลเซียม
- โฟเลต (Folic acid) ช่วยป้องกันความผิดปกติของระบบประสาทในทารก
- ธาตุเหล็ก ป้องกันภาวะโลหิตจาง
- DHA ช่วยพัฒนาสมองและสายตา
- โปรตีน ช่วยการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อทั้งของแม่และลูก
- ไอโอดีน ช่วยควบคุมการเจริญเติบโตและการพัฒนาของร่างกายและสมอง
- วิตามินบี 12 ช่วยในการทำงานของระบบประสาท และสมอง
- ใยอาหาร อินนูลิน ช่วยให้ระบบลำไส้ดีขึ้น การย่อยและดูดซึมอาหารช้าลง และยังช่วยให้คุณแม่อิ่มท้อง
ไตรมาสที่ 1 (1–3 เดือน)
- เน้นนมที่มีโฟเลตสูงเพื่อป้องกันความผิดปกติของระบบประสาททารก และแคลเซียมสูงในการสร้างกระดูกและฟัน หากมีอาการแพ้ท้อง ควรเลือกนมที่ย่อยง่าย เช่น นมถั่วเหลืองหรือนมข้าวโอ๊ต
ไตรมาสที่ 2 (4–6 เดือน)
- เสริมแคลเซียมและวิตามินดี เพื่อการพัฒนากระดูกและฟันของทารกอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งให้เลือกนมที่มี DHA และโปรตีนสูง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสมองและกล้ามเนื้อ ควรเพิ่มปริมาณโปรตีน 10 กรัม/วัน
ไตรมาสที่ 3 (7–9 เดือน)
- กลุ่มคนท้องในไตรมาสนี้สามารถดื่มนมเสริมได้ เพราะจะช่วยเสริมสร้างสารอาหารในน้ำนมของคุณแม่ ให้เน้นนมที่มีพลังงานและโปรตีนสูง เพื่อรองรับการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของทารก ควรเพิ่มปริมาณโปรตีนให้ถึง 31 กรัม/วัน ให้มีธาตุเหล็กสูง แคลเซียม โฟเลต ฟอสฟอรัส วิตามินเอ และวิตามินดี
การดื่มนมบำรุงครรภ์ควรเป็นช่วงเวลาก่อนนอน (21.00 - 23.00 น.) จะดีที่สุด เพราะการได้ดื่มนมอุ่น ๆ เป็นช่วงที่ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีที่สุด และช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลาย หลับสบายมากขึ้น และที่สำคัญควรดื่มนมในปริมาณที่เหมาะสม (วันละ 1 แก้ว) เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการที่ลูกน้อยในครรภ์ได้รับสารอาหารมากเกินไป อาจทำให้ลูกเสี่ยงแพ้นมวัวได้
แม้ว่านมบำรุงครรภ์จะมีสารอาหารหลายชนิดแล้วก็ตาม แต่คุณแม่ก็ยังจำเป็นต้องได้รับสารอาหารหลักจากแหล่งต่างๆที่หลากหลาย เลือกทานอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน ดีเอชเอ ธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตมิน แร่ธาตุ ต่างๆ เช่น
- ไข่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่ว และธัญพืช
- ผักใบเขียวและผลไม้ ช่วย แหล่งของวิตมินแร่ธาตุ เพิ่มไฟเบอร์ ป้องกันอาการท้องผูก
- ปลาไขมันต่ำ เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ช่วยเพิ่มโอเมก้า 3 และดีเอชเอ
และแม้จะได้รับวิตามินจากนมบำรุงครรภ์หรือวิตามินเสริม แต่ก็ยังไม่เพียงพอเท่าการมี 'การกินที่ดี' ในแต่ละวัน การเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายและมีประโยชน์ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หากคุณแม่กำลังสงสัยว่าจะเริ่มดื่มนมบำรุงครรภ์ดีไหม ควรปรึกษาสูติแพทย์หรือพยาบาลผดุงครรภ์ เพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะกับสุขภาพของคุณและลูกน้อยในครรภ์
ภาพจาก Freepik
M25-131
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง