สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ไฮ-แฟมิลี่คลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
-ฟันน้ำนมซี่แรก เริ่มขึ้นเมื่อไหร่ในเด็กแต่ละคน
-ทำไมฟันน้ำนมซี่แรกถึงสำคัญต่อพัฒนาการของลูก
-สัญญาณบ่งบอกว่าเด็กเริ่มมีฟันน้ำนมซี่แรก
-พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเมื่อฟันน้ำนมซี่แรกเริ่มขึ้น
-วิธีช่วยบรรเทาอาการปวดเหงือกในช่วงฟันซี่แรกขึ้น
-การดูแลสุขภาพช่องปากตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรก
-ฟันซี่แรกผิดปกติหรือขึ้นช้าควรทำอย่างไร
ฟันน้ำนมซี่แรก เริ่มขึ้นเมื่อไหร่ในเด็กแต่ละคนนั้นอาจแตกต่างกันไปตามพัฒนาการของเด็ก โดยทั่วไปแล้วฟันน้ำนมซี่แรกจะเริ่มขึ้นในอายุประมาณ 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งในทางการแพทย์จะเรียกฟันน้ำนมว่า Deciduous teeth เป็นฟันชุดแรกที่ขึ้น และจะหลุดออกเมื่อถึงเวลา
ฟันน้ำนมซี่แรกสำคัญต่อพัฒนาการของลูกเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยให้เด็กสามารถพูดออกเสียงได้อย่างชัดเจน และยังเป็นอวัยวะสำคัญในการรับประทานอาหารของเด็ก การมีฟันน้ำนมที่แข็งแรงจะช่วยให้เด็กสามารถ กัด บด เคี้ยวอาหารได้ดี และมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่สมวัย การรักษาฟันน้ำนมให้ดีไม่ให้ผุไปก่อนเวลาอันควรยังเป็นการรักษาพื้นที่สำหรับฟันแท้ที่จะขึ้นมา และการพัฒนาโครงสร้างใบหน้าอีกด้วย ดังนั้น การดูแลฟันน้ำนมอย่างดีตั้งแต่ซี่แรกจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการเติบโตของลูกอย่างสมวัย
สัญญาณบ่งบอกว่าเด็กเริ่มมีฟันน้ำนมซี่แรก คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้จากอาการเหล่านี้เพื่อรับมือกับลูกน้อยที่กำลังจะมีฟันน้ำนมขึ้น
-น้ำลายไหลเยอะขึ้น เนื่องจากฟันที่กำลังจะงอกดันขึ้นมาจากเหงือกจะกระตุ้นการผลิตน้ำลายของร่างกาย
-งอแง และร้องไห้บ่อยขึ้น เกิดจากความไม่สบายตัวและความเจ็บปวดจากฟันที่กำลังจะขึ้น
-อยากกัดสิ่งของต่าง ๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดเหงือก
-เบื่ออาหาร เพราะการงอกของฟันอาจทำให้เหงือกบวม ทำให้รู้สึกเจ็บเมื่อเคี้ยวอาหาร
-นอนหลับไม่สนิทในเวลาการคืน เนื่องจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากการงอกของฟัน
-ดึงหู หรือถูแก้ม เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดที่ส่งผลไปยังไปยังแก้มและหู เนื่องจากเส้นประสาทที่เชื่อมโยงกัน
พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเมื่อฟันน้ำนมซี่แรกเริ่มขึ้นของเด็กเกิดขึ้นจากความเจ็บปวดและอาการไม่สบายตัวเมื่อฟันกำลังดันขึ้นจากเหงือก ทำให้ลูกน้อยมักมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น งอแงและหงุดหงิดง่าย นอนหลับไม่สนิท เอาแต่ใจหรือต้องการการปลอบโยนมากขึ้น รวมถึงปฏิเสธการรับประทานอาหาร
วิธีช่วยบรรเทาอาการปวดเหงือกในช่วงฟันซี่แรกขึ้น คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยบรรเทาอาการไม่สุขสบายของลูกได้ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้
- นวดเหงือกเบา ๆ ล้างมือให้สะอาด หรือใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นพันนิ้ว แล้วนวดเบาๆ บริเวณเหงือกที่ฟันน้ำนมกำลังจะขึ้น
- ให้ยางกัดโดยเลือกยางกัดที่ปลอดภัย ไม่มีสารเคมีอันตราย เพื่อช่วยลดอาการคันเหงือกและช่วยให้เนื้อเยื่อเหงือกแยกตัว และทำให้ฟันขึ้นได้ง่าย
- เช็ดน้ำลายให้แห้ง คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นเช็ดน้ำลายรอบปากและคางของลูกเบา ๆ เพื่อป้องกันการเกิดผื่น
- นำของเล่น หรือยางกัดไปแช่เย็น เพื่อให้ความเย็นช่วยลดอาการบวมและปวด
- หากลูกมีอาการเจ็บปวดมาก อาจปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อใช้ยาแก้ปวดสำหรับเด็ก
การดูแลสุขภาพช่องปากตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรกเริ่มจากทำความสะอาดด้วยผ้าก๊อซหรือฟองน้ำชุบน้ำสะอาด เมื่อมีฟันขึ้นให้ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มสำหรับเด็ก และยาสีฟันฟลูออไรด์ปริมาณเล็กน้อย แปรงฟันให้ลูกวันละ 2 ครั้ง หรือหลังอาหารทุกครั้ง เสร็จแล้วใช้ผ้าสะอาดเช็ดยาสีฟันออกเพื่อป้องกันการกลืนยาสีฟัน
ฟันซี่แรกผิดปกติหรือขึ้นช้าควรพาไปพบทันตแพทย์เด็กเพื่อขอคำแนะนำและตรวจสุขภาพช่องปากอย่างละเอียด หากฟันขึ้นช้ากว่ากำหนดเล็กน้อย เช่น หลัง 12 เดือน อาจไม่เป็นอันตราย แต่หากเกิน 18 เดือนและยังไม่ขึ้นเลย ควรปรึกษาทันตแพทย์ ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้ฟันของลูกน้อยขึ้นช้าเกิดขึ้นได้หลายปัจจัย เช่น
-พันธุกรรม
-การขาดสารอาหารกับการขึ้นของฟัน
-สุขภาพช่องปากที่ไม่ดี
-โรคประจำตัวที่ส่งผลต่อพัฒนาการของฟัน เช่น ภาวะพร่องไทรอยด์และดาวน์ซินโดรม
- การดูดนิ้วและจุกนมยางเป็นเวลานาน
พ่อแม่ควรพาเด็กไปพบหมอฟันตั้งแต่เนิ่น ๆ เมื่อมีฟันน้ำนมซี่แรก หรืออย่างช้าไม่เกิน 1 ปี และควรพาเด็กไปตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำทุก 6 เดือน หรือตามที่หมอแนะนำ เพื่อตรวจดูฟันผุ ความผิดปกติในการขึ้นของฟัน และประเมินความเสี่ยงในการเกิดฟันผุ เพราะหากเกิดฟันผุและฟันหลุดก่อนเวลาอาจทำให้ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กได้ เช่น พูดไม่ชัด เจริญเติบโตช้าเพราะกินได้น้อย ฟันแท้ที่ขึ้นมาซ้อนอาจเกและผิดตำแหน่ง
ปัญหาฟันผุในฟันน้ำนมซี่แรกและการป้องกันเพื่อให้ลูกน้อยมีฟันน้ำนมอยู่ครบ และหลุดออกเมื่อถึงเวลาคุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจในการดูแล โดยฟันผุในฟันน้ำนมซี่แรกสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายเนื่องจากชั้นเคลือบฟันที่บางกว่าฟันแท้ ป้องกันได้ด้วยการดูแลช่องปากอย่างสม่ำเสมอ เช่น
- ฝึกให้เด็กทารกเข้านอนโดยไม่มีนิสัยติดขวดนม
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาล
- ให้ลูกบ้วนปากเป็นประจำหลังรับประทานอาหาร ขนม และดื่มนม
- การแปรงฟันด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์
- พบหมอฟันเป็นประจำทุก 6 เดือน
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง