สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ไฮ-แฟมิลี่คลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

เด็กเดินได้กี่เดือน? เข้าใจพัฒนาการการเดินของลูก พร้อมวิธีส่งเสริมอย่างถูกวิธี

การเดินเป็นหนึ่งในพัฒนาการสำคัญของทารกที่พ่อแม่หลายคนตั้งตารอ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ การรู้ว่าเด็กควรเดินได้เมื่อใด และมีปัจจัยอะไรเกี่ยวข้อง ช่วยให้พ่อแม่เข้าใจลูกมากขึ้น และสามารถส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างเหมาะสม ทั้งยังช่วยให้เฝ้าระวังความผิดปกติได้ทันท่วงที

เด็กเดินได้กี่เดือน

เด็กเดินได้กี่เดือนโดยเฉลี่ย?

โดยทั่วไปแล้ว เด็กจะเริ่มเดินได้เองโดยเฉลี่ยเมื่ออายุประมาณ 12–15 เดือน แต่อาจมีเด็กบางคนที่เริ่มเดินเร็วตั้งแต่อายุ 9–10 เดือน และบางคนอาจช้ากว่าเล็กน้อยซึ่งยังถือว่าอยู่ในช่วงปกติ เด็กแต่ละคนมีจังหวะพัฒนาการไม่เหมือนกัน การเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นจึงอาจทำให้พ่อแม่รู้สึกกังวลโดยไม่จำเป็น

ขั้นตอนพัฒนาการก่อนเริ่มเดิน เช่น คืบ คลาน ยืนเกาะ

ก่อนที่จะเดินได้ เด็กต้องผ่านการพัฒนาเคลื่อนไหวที่สำคัญหลายขั้นตอน ซึ่งช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ ความสมดุล และการประสานงานของร่างกาย:

 

คืบ (Creeping): พบในเด็กช่วงอายุ 5–6 เดือน โดยใช้แขนดันลำตัวไปข้างหน้า

 

คลาน (Crawling): 7–9 เดือน เป็นการเคลื่อนที่ด้วยมือและเข่า ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลังและไหล่

 

ยืนเกาะ (Pull to Stand): 8–10 เดือน เด็กเริ่มพยายามดึงตัวขึ้นเกาะสิ่งของรอบตัว เช่น โซฟา เตียง หรือเก้าอี้

 

เดินโดยมีคนจูง / ยืนเองได้: 10–12 เดือน เด็กเริ่มมีความมั่นใจในการลงน้ำหนักที่ขาทั้งสองข้างและเริ่มก้าวได้เองในที่สุด

 

การผ่านแต่ละขั้นตอนเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความพร้อมของเด็กในการเดินอย่างมั่นคง 

ปัจจัยที่ส่งผลต่อพัฒนาการการเดินของเด็ก

การเริ่มเดินไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย ได้แก่:

 

พันธุกรรม: หากพ่อแม่เริ่มเดินช้า เด็กก็อาจมีแนวโน้มคล้ายกัน

 

น้ำหนักตัว: เด็กที่มีน้ำหนักมาก อาจต้องใช้เวลาและพลังงานมากกว่าจึงจะลุกและทรงตัวได้

 

สภาพแวดล้อม: เด็กที่มีพื้นที่ให้เคลื่อนไหวอย่างปลอดภัย มักกล้าเสี่ยงและเรียนรู้ได้เร็วกว่า

 

การกระตุ้นจากผู้เลี้ยงดู: การเล่น การโต้ตอบ และการชื่นชม ส่งผลให้เด็กกล้าลองเดินมากขึ้น

 

สุขภาพโดยรวม: หากเด็กมีโรคประจำตัว เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง สมองพิการ อาจต้องได้รับการดูแลพิเศษ

วิธีส่งเสริมให้ลูกเริ่มเดินด้วยตัวเอง

พ่อแม่สามารถมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นพัฒนาการ การเดินของลูกได้ด้วยวิธีง่าย ๆ เช่น:

 

ใช้ของเล่นล่อให้ลูกลุกขึ้นและเดินเข้าหา เช่น ลูกบอล ของเล่นมีเสียงหรือไฟ

 

จับมือเดินร่วมกันในพื้นที่ปลอดภัย ทำให้เด็กรู้สึกมั่นใจ

 

ให้ลูกได้เล่นเท้าเปล่าบนพื้นราบ เพื่อเรียนรู้การทรงตัวและรับรู้ผิวสัมผัสที่แตกต่าง

 

หลีกเลี่ยงการพึ่งพา baby walker หรือรถหัดเดิน เนื่องจากอาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อและการทรงตัวที่ผิดธรรมชาติ

 

ชมเชยและให้กำลังใจ เมื่อเขาพยายามหรือประสบความสำเร็จ แม้จะเพียงไม่กี่ก้าว

เด็กเดินได้กี่เดือน

พัฒนาการ ด้านการเดินล่าช้าร่วมกับปัญหาอื่น ควรพบแพทย์ไหม

ถ้าลูกอายุเกิน 18 เดือนแล้วยังไม่สามารถยืนเองหรือเดินได้ หรือมีพฤติกรรมที่ดูผิดปกติ เช่น ไม่สบตา ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก ไม่แสดงความสนใจต่อคนรอบข้าง หรือพัฒนาการด้านอื่นช้า ควรรีบปรึกษากุมารแพทย์หรือนักกิจกรรมบำบัดเพื่อประเมินความล่าช้าในการพัฒนาโดยรวม ซึ่งอาจนำไปสู่การวินิจฉัยโรคหรือความบกพร่องทางระบบประสาทบางอย่างได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

ตารางพัฒนาการการเคลื่อนไหว

 

6 เดือน - คืบ

 

7–9 เดือน - คลาน

 

8–10 เดือน - ยืนเกาะ

 

10–12 เดือน - เดินโดยมีคนจูง

 

12–15 เดือน - เดินเองได้

 

หลัง 18 เดือน - หากยังไม่เดิน ควรพบแพทย์

carelinepic_resized2

ไฮ-แฟมิลี่ แคร์ไลน์

บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง

x