สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ไฮ-แฟมิลี่คลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
การเฝ้ามองใบหน้าไร้เดียงสาของลูกน้อยยามหลับ เป็นความสุขเล็ก ๆ ที่เติมเต็มหัวใจพ่อแม่ แต่เมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กบิดตัวบ่อย พลิกไปมาจนดูหลับไม่สนิท ก็อาจทำให้กังวลว่าปกติหรือไม่ มาทำความเข้าใจสาเหตุที่ทำให้ลูกบิดตัวบ่อย หลับไม่สนิท พร้อมวิธีดูแลให้ลูกน้อยนอนหลับสบายยิ่งขึ้น
ตรวจสอบบทความโดย: รุ่งทิวา สุลักษณานนท์
พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์
อาการที่ลูกน้อยบิดตัวไปมาขณะนอนหลับ พบได้บ่อยในทารก โดยเฉพาะช่วง 1-3 เดือนแรก และส่วนใหญ่มักไม่ใช่เรื่องน่ากังวล นั่นเพราะวงจรการนอนของทารกต่างจากผู้ใหญ่ โดยมีช่วงหลับลึก (Quiet Sleep) สลับกับหลับตื้น (Active Sleep หรือ REM sleep) บ่อยกว่า ทำให้ช่วงหลับตื้นอาจมีการเคลื่อนไหวร่างกาย ขยับแขนขา กระตุก ยิ้ม หรือส่งเสียง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการระบบประสาทตามวัย
อาการทารกบิดตัว นอนไม่สนิท ยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ได้แก่:
- แก๊สในท้อง: ทำให้ทารกอึดอัด ไม่สบายท้อง จึงบิดตัวไปมา
- กรดไหลย้อน: อาจทำให้ทารกรู้สึกไม่สบายท้อง เวลานอน
- ความหิว: ทารกอาจบิดตัวเมื่อหิวนม
- อุณหภูมิห้อง: ร้อนหรือหนาวเกินไป ทำให้ทารกนอนไม่สบาย
- ผ้าอ้อมเปียกชื้น: ความอับชื้นทำให้ไม่สบายตัวและรบกวนการนอน
- อาการแพ้: เช่น แพ้นมวัว ผ่านนมแม่หรือนมผง หรือสารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อม เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ อาจรบกวนการนอนได้
- โคลิก: ทารกอาจร้องไห้หนักและบิดตัว โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือค่ำ
สำหรับทารกแรกเกิดถึง 3 เดือน ท่านอนที่ปลอดภัยที่สุดคือ นอนหงายและนอนตะแคง บนที่นอนที่ค่อนข้างแข็งพอดีตัว ไม่ใช้หมอน ไม่มีผ้าห่มหนา ๆ หรือของเล่นนุ่ม ๆ ในบริเวณที่นอน และที่สำคัญไม่ควรจัดให้ลูกนอนคว่ำ เพื่อลดความเสี่ยงภาวะไหลตายในทารก (SIDS) และช่วยให้ลูกนอนหลับได้สบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
การที่ลูกน้อยนอนหลับได้ยาวนานขึ้นในตอนกลางคืน ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อพัฒนาการของลูก แต่ยังช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอด้วยเช่นกัน ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อส่งเสริมการนอนที่ดีของลูกกัน
- สร้างกิจวัตรก่อนนอน: ทำกิจกรรมผ่อนคลายแบบเดิม ๆ ก่อนนอน เช่น อาบน้ำอุ่น อ่านนิทาน เปิดเพลงเบา ๆ ช่วยให้ลูกรู้ว่าถึงใกล้เวลานอนแล้ว
- หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นก่อนนอน: ก่อนนอน งดกิจกรรมที่ทำให้ลูกตื่นตัว เช่น เล่นเสียงดัง หยอกล้อตื่นเต้น เพื่อช่วยให้ลูกสงบและพร้อมนอน
- สอนให้รู้จักกลางวัน-กลางคืน: กลางวันให้ห้องมีแสงสว่างและเสียงปกติ กลางคืนเมื่อใกล้เวลานอนให้ลดแสงไฟและทำให้บรรยากาศเงียบสงบ เพื่อให้ลูกรู้ว่าถึงเวลาพักผ่อน
- จัดห้องนอนให้เหมาะสม: ดูแลห้องนอนลูกให้มืดพอเหมาะ เงียบสงบ อุณหภูมิเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวไป จะช่วยให้ลูกสบายตัวและนอนหลับได้ดี
- สังเกตสัญญาณง่วง: เมื่อลูกเริ่มแสดงอาการง่วง เช่น ขยี้ตา หาว ให้รีบพานอนทันที จะช่วยให้ลูกหลับง่าย ไม่งอแงเพราะง่วงเกิน
แม้ว่าการนอนหลับของทารกจะมีช่วงที่บิดตัวหรือดูนอนหลับไม่สนิทบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ก็มีบางสัญญาณที่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ หากลูกน้อยมีอาการเหล่านี้ร่วมกับการนอนหลับไม่สนิทเป็นเวลานาน ควรพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุ :
- หายใจมีเสียงดังผิดปกติ หรือดูเหมือนหายใจลำบาก
- มีอาการแขนขากระตุกบ่อยครั้ง หรือโยกศีรษะไปมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
- มีไข้ร่วมด้วย
- ดูซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่สดชื่นร่าเริง หรือไม่ยอมกินนมเหมือนปกติ
การเข้าใจสัญญาณอาการต่างๆของลูก และดูแลอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับสบายยิ่งขึ้น ทั้งยังส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตทั้งร่างกาย อารมณ์ที่สดใส และเป็นพื้นฐานพัฒนาการทุกด้านให้เขาพร้อมเติบโตได้อย่างสมวัยและแข็งแรง
ภาพจาก Freepik
M25-106
บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง