สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ไฮ-แฟมิลี่คลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

ผ่าคลอดได้กี่ครั้ง? คำถามที่แม่ผ่าคลอดควรรู้

ผ่าคลอดได้กี่ครั้งถึงจะปลอดภัย?

การผ่าคลอดกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ความปลอดภัยของแม่และลูก ไปจนถึงปัจจัยส่วนตัวของคุณแม่ อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึง “การผ่าคลอดซ้ำ” หลายคนอาจเริ่มกังวลว่า ผ่าคลอดได้กี่ครั้งถึงจะยังปลอดภัย? หากต้องผ่าซ้ำหลายครั้ง จะเกิดผลข้างเคียงหรือไม่? มาทำความเข้าใจข้อมูลทางการแพทย์อย่างละเอียด พร้อมคำแนะนำในการดูแลตนเองหลังผ่าคลอด เพื่อการวางแผนครอบครัวอย่างรอบคอบ

ในทางการแพทย์ ยังไม่มีข้อกำหนดแน่ชัดว่า “ผ่าคลอดได้กี่ครั้งถึงจะมากเกินไป” แต่จากงานวิจัยพบว่า หากผ่าคลอดมากกว่า 4 ครั้งขึ้นไปความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจะเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น การเกิดพังผืดหนาแน่น เลือดออกมากขณะผ่าตัด การติดเชื้อ การบาดเจ็บของอวัยวะข้างเคียงไป จนถึงภาวะฉีกขาดของมดลูก ทั้งนี้ยังมีรายงานทางการแพทย์บางส่วน ที่ระบุว่าการผ่าคลอด 5 ครั้งขึ้นไป อาจเริ่มเข้าสู่ระดับความเสี่ยงสูงที่ต้องดูแลใกล้ชิด แต่ยังไม่ถึงขั้นห้ามโดยเด็ดขาด แพทย์จะใช้การประเมินรายกรณีเป็นหลัก โดยดูจากปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ร่วมด้วย 

ดังนั้นการผ่าคลอดสำหรับแม่ที่เคยมีประวัติผ่าคลอดมาก่อนแล้ว จำเป็นต้องให้แพทย์วินิจฉัยอย่างละเอียดก่อน และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อจำนวนครั้งของการผ่าคลอด

1.พังผืดในช่องท้องและโพรงมดลูก ยิ่งผ่าคลอดบ่อย โอกาสเกิดพังผืดและเลือดออกมากในครั้งถัดไปจะเพิ่มขึ้น

2.ชนิดของแผลผ่าคลอดเดิม ถ้าเป็นแผลแนวนอน (Transverse Incision) จะมีโอกาสพิจารณาคลอดธรรมชาติภายหลังการผ่าคลอด (Vaginal Birth After Cesarean : VBAC) ได้มากกว่าชนิดแผลแนวตั้ง

3.โรคประจำตัวของแม่ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ภาวะโลหิตจาง หรือโรคอ้วน อาจเป็นข้อจำกัดในการผ่าคลอดซ้ำ

4.ประวัติการคลอดก่อนหน้า หากเคยสำเร็จมาก่อน จะส่งผลดีต่อการประเมินการคลอดครั้งถัดไประยะห่างระหว่างการตั้งครรภ์ หากตั้งครรภ์ใหม่เร็วเกินไป แผลผ่าเดิมอาจยังไม่สมานดี เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนเพิ่ม

คำแนะนำจากสูตินรีแพทย์เกี่ยวกับการผ่าคลอดซ้ำ

หากผ่าคลอด ไม่เกิน 2 ครั้ง ส่วนใหญ่ถือว่า “ปลอดภัย” ความเสี่ยงโดยรวมยังต่ำ

หากเป็นการผ่าครั้งที่ 3 หรือ 4 ควรประเมินความแข็งแรงของแผลผ่าคลอดเดิมและพังผืดผ่านการอัลตราซาวด์บริเวณล่างของมดลูก

ในบางกรณีที่คุณแม่ต้องการคลอดธรรมชาติหลังเคยผ่าคลอดมาก่อน  (Vaginal Birth After Cesarean : VBAC) แพทย์จะพิจารณา

อย่างระมัดระวัง โดยต้องมีคุณสมบัติเหมาะสม ได้แก่

-แผลผ่าคลอดเดิมเป็นแนวนอน

-ไม่มีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์

-คลอดในโรงพยาบาลที่มีระบบรับมือภาวะฉุกเฉิน

เวลาที่เหมาะสมสำหรับการตั้งครรภ์ครั้งต่อไปหลังผ่าคลอดครั้งแรก

เพื่อความปลอดภัยและลดภาวะแทรกซ้อน แนะนำให้เว้นระยะห่างระหว่างการตั้งครรภ์อย่างน้อย 18 – 24 เดือน เพื่อให้ร่างกายของแม่ฟื้นตัวเต็มที่และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน

วิธีดูแลแผลผ่าคลอดให้หายเร็วและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อที่แผลผ่าคลอด

1.ดูแลความสะอาดของแผล เปลี่ยนผ้าพันแผลทุกวัน

2.หลีกเลี่ยงการยกของหนัก อย่างน้อย 6 – 8 สัปดาห์แรก

3.รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีนเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

4.ดื่มน้ำให้มากๆ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน เพื่อช่วยกระบวนการฟื้นฟูของร่างกาย

5.อาบน้ำอุ่นระยะสั้นหลังผ่าคลอด และเช็ดแผลให้แห้งทุกครั้ง

6.ติดต่อแพทย์ทันที หากมีไข้ แผลบวมแดง หรือของเหลวซึมจากแผล

เปรียบเทียบ : คลอดธรรมชาติกับผ่าคลอดหลายครั้ง

คลอดธรรมชาติ จะไม่มีแผลผ่าคลอด มีการฟื้นตัวที่เร็วกว่า ความเสี่ยงของการปริแยกของมดลลูกจะต่ำกว่า ในการคลอดครั้งถัดไปต้องประเมินอย่างละเอียดก่อนทำคลอดธรรมชาติ

ผ่าคลอดหลายครั้ง จะใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า และของการปริแยกของมดลูกมีโอกาสที่สูงกว่าถ้ามีแผลผ่าคลอดหลายครั้ง แต่สำหรับการคลอดถัดไปนั้น สามารถทำซ้ำได้ แต่ต้องมีการวางแผนที่ดี

ข้อจำกัดของการผ่าคลอดครั้งที่ 3 หรือ 4

-มีพังผืดหนา เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในขณะผ่าคลอด  

-แผลเดิมบางลง มีโอกาสรั่วหรือฉีกได้ง่าย

-การคาดการณ์ทางการแพทย์ยากขึ้น มีภาวะแทรกซ้อนต่างๆ รวมถึงการติดเชื้อ/เลือดออก

คำแนะนำในการดูแลสุขภาพแม่ที่เคยผ่าคลอดหลายครั้ง

1.ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ ผลเลือดตามโปรแกรมการฝากครรภ์รวมถึง ผลเลือดน้ำตาลสะสม ( HbA1c ), ความดันโลหิต, น้ำหนักตัว เพื่อประเมินความพร้อม

2.อัลตราซาวด์ประเมินแผลเดิม ว่าเป็นแนวใด บางหรือหนา มีพังผืดหรือไม่

3.ปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนคลอด เลือกระหว่างการคลอดธรรมชาติหลังเคยผ่าคลอดมาก่อน หรือ การผ่าคลอด

4.เว้นช่วงตั้งครรภ์อย่างเหมาะสม อย่างน้อย 18 เดือนหลังคลอด

5.เลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม โดยเฉพาะห่วงอนามัยหรือห่วงฮอร์โมน

6.หมั่นดูแลแผลผ่าคลอดให้สะอาด และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้แผลฉีกขาด

7.รู้เท่าทันสัญญาณอันตราย เช่น มีไข้สูง หนาวสั่น แผลแดงหรือปวดมากผิดปกติ ต้องพบแพทย์ทันที

carelinepic_resized2

ไฮ-แฟมิลี่ แคร์ไลน์

บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณแม่กังวลใจ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการและคุณแม่ ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตลอด 24 ชั่วโมง

x