Web Content Display Web Content Display

สารอาหารและภูมิต้านทานลูกน้อย

Web Content Display Web Content Display

สารอาหารและภูมิต้านทานลูกน้อย

สารอาหารซึ่งปกติมีอยู่ในอาหาร 5 หมู่ มีส่วนสำคัญในการรักษาระดับระบบภูมิต้านทานทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งนี้ การได้รับสารอาหารที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปก็มีผลต่อร่างกายแตกต่างกันไป

เด็กทารกและเด็กเล็กสามารถติดเชื้อหรือมีอาการเจ็บป่วยต่างๆได้ง่ายกว่าเด็กโต คุณสามารถช่วยเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานของร่างกายให้ลูกตั้งแต่ยังเล็กในเรื่องของสารอาหาร คุณแม่จะสามารถดูแลอย่างไรได้บ้าง มาลองดูกันค่ะ

เด็กแรกเกิดนั้น ระบบภูมิต้านทานยังทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงปกป้องเชื้อโรคต่างๆได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ และอาจใช้เวลา 3-5 ปี เพื่อให้มีประสิทธิภาพเต็มที่เหมือนผู้ใหญ่ ซึ่งถ้าลูกได้รับสารอาหารน้อยเกินไปจะมีผลเสียต่อการทำงานของระบบภูมิต้านทานของร่างกาย แต่ถ้าได้รับมากเกินไปหรือเกิดโรคอ้วนก็ส่งผลเสียเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังส่งผลต่อการทำงานของร่างกายด้วย

สารอาหารแต่ละอย่างมีหน้าที่แตกต่างกันไป สารอาหารหลายๆตัวรวมถึงธาตุเหล็กและวิตามินบี 6 มีส่วนสำคัญต่อเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบเมตาบอลิซึม สารอาหารอื่น เช่น ธาตุสังกะสี ก็มีส่วนสำคัญกับเอนไซม์ที่ทำงานเกี่ยวกับการทำงานของดีเอ็นเอ การแบ่งตัวของเซลล์ และโครงสร้างโปรตีนในร่างกาย ทั้งหมดนี้ล้วนมีบทบาทในระบบภูมิต้านทาน
สำหรับการสร้างภูมิต้านทานให้ลูกน้อยมีคำ 3 คำที่สำคัญที่คุณแม่สามารถนำไปใช้ คือ

  1. ความสมดุล (Balance) อาหารต่างๆ ควรเป็นอาหารที่มีคุณค่าครบทั้ง 5 หมู่
  2. ความหลากหลาย (Variety) อาหารแต่ละกลุ่มควรมีความหลากหลาย เช่น ผักและผลไม้ 2-3 ชนิด ย่อมดีกว่าการทานชนิดเดียวซ้ำๆ
  3. ความพอเพียง (Moderation) ควรทานไม่น้อยและไม่มากเกินไป


เมื่อร่างกายและจิตใจเกิดความเครียดหรือกังวล ย่อมส่งผลอย่างมากต่อระบบภูมิต้านทาน อาการนอนไม่หลับสามารถส่งผลกระทบต่อการตอบรับของภูมิต้านทาน คุณแม่คุณพ่อต้องให้ความช่วยเหลือ โดยการหากิจกรรมเพื่อสร้างความบันเทิงและเสริมทักษะไปในตัว รวมถึงให้ความรักความอบอุ่นเพื่อให้ลูกรู้สึกถึงความห่วงใยและไม่รู้สึกกังวลใดๆ

การออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายได้มีการเคลื่อนไหว สามารถช่วยเสริมสร้างการตอบสนองของภูมิต้านทานได้เป็นอย่างดี เช่น ช่วยเสริมสร้างการทำงานของเซลล์ต่างๆ ที่มีหน้าที่ทำลายเชื้อโรค การทำงานของเม็ดเลือกขาว เป็นต้น

ขอขอบคุณข้อมูลโดย ศาสตราจารย์ รานจิต เค จันทรา (Prof Ranjit K Chandra)

Average (0 Votes)

Web Content Display Web Content Display

 

บทความที่เกี่ยวข้อง