Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display

การคลอดลูกน้อย

Web Content Display Web Content Display

ทางเลือกในการคลอดลูก

เลือกวิธีคลอดลูกด้วยตัวเองนั้นมีหลายวิธี คุณแม่สามารถเลือกวิธีที่ดีที่สุดต่อสุขภาพของคุณและลูกน้อย ในต่างประเทศ คุณแม่อาจเลือกทำคลอดที่บ้านได้ แต่สำหรับประเทศไทย คุณแม่ส่วนใหญ่จะเลือกการทำคลอดที่โรงพยาบาล ซึ่งมีทั้งคลอดลูกแบบธรรมชาติ ผ่าตัดคลอด หรือการคลอดลูกในน้ำ การคลอดลูกแต่ละวิธีนั้นส่งผลต่อลูกต่างกัน ระดับความเจ็บไม่เท่ากัน แต่มีความปลอดภัยแทบจะไม่แตกต่างกัน ซึ่งนอกจากวิธีการคลอดลูกแล้ว ยังต้องขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ด้วย

ทางเลือกในการคลอด

การคลอดลูกในโรงพยาบาล

การคลอดในโรงพยาบาล มีข้อดีตรงที่เป็นศูนย์รวมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย คุณแม่มีทางเลือกมากมายในการลดความเจ็บปวด  และถ้าจำเป็น ก็สามารถเข้ารับการผ่าตัดคลอดได้ทันที พร้อมยังได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในกรณีฉุกเฉิน
 
คุณแม่สามารถปรึกษาสูติแพทย์เกี่ยวกับแนวทางการคลอดและการดูแลในขณะคลอดได้ และหากมีเรื่องที่คุณแม่กังวลใจหรือวิตกกังวล ควรแจ้งให้แพทย์ได้ทราบเพื่อปรึกษาหาทางเลือกที่เหมาะสมในการคลอดลูก 

คลอดลูกแบบธรรมชาติ

สำหรับคุณแม่ที่มีสุขภาพแข็งแรง การคลอดลูกแบบธรรมชาติจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับคุณและลูกน้อย สูติแพทย์จะตรวจดูช่วงใกล้ถึงกำหนดคลอดว่าทารกในครรภ์อยู่ในท่าศีรษะกลับลงสู่เชิงกรานหรือไม่ การคลอดธรรมชาตินั้น คุณแม่จะรู้สึกเจ็บครรภ์ตามธรรมชาติซึ่งจะไม่เกินความอดทนสำหรับคุณแม่ที่มีต่อลูกน้อย พยายามอย่าใช้ยาเร่งคลอด ควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ สูติแพทย์อาจฉีดยาแก้ปวดเข้าทางเส้นเลือดหรือฉีดยาชาเข้าทางไขสันหลังเพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดให้คุณแม่

ข้อดีของการคลอดลูกแบบธรรมชาติ

  • ลูกมีภูมิคุ้มกันที่ดีกว่า เพราะทารกได้รับเชื้อแบคทีเรียที่ดีที่อยู่ในช่องคลอดของแม่ด้วย
  • หลังคลอดลูก แม่จะฟื้นตัวเร็วกว่าและเจ็บแผลหลังคลอดน้อยกว่าการผ่าคลอด
  • ลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาการหายใจของลูกเมื่อคลอด
  • ผ่าคลอดลูก

    สูติแพทย์อาจแนะนำคุณแม่บางท่านให้ผ่าตัดคลอดในกรณีมีโรคประจำตัว มีบุตรเมื่ออายุมาก หรือศีรษะทารกไม่กลับสู่เชิงกรานเมื่อครบกำหนดคลอด หรือคุณแม่บางท่านเชื่อฤกษ์ยาม การผ่าตัดคลอดจะทำให้คุณแม่เสียเลือดมากกว่าการคลอดโดยธรรมชาติถึง 2 เท่าและจะเจ็บแผลนานกว่า แพทย์จึงแนะนำให้ผ่าตัดเฉพาะกรณีที่จำเป็นเท่านั้น

    สูติแพทย์จะแนะนำให้คุณแม่ดมยาสลบหรือฉีดยาเข้าไขสันหลังเพื่อลดความเจ็บปวดและทำการผ่าตัดได้อย่างได้ผล โดยคุณแม่จะไม่รู้สึกเจ็บระหว่างผ่าตัด 

    • การดมยาสลบ คุณแม่จะไม่สามารถเห็นหน้าลูกทันทีที่เขาคลอด เพราะจะหลับไม่รู้ตัวและฟื้นอีกทีหลังคลอด คุณแม่ส่วนใหญ่ จึงไม่เลือกวิธีนี้ อีกทั้ง ยาสลบอาจมีผลต่อลูกได้ เช่น ลูกคลอดแล้วไม่ร้อง ไม่ค่อยหายใจ เพราะเขาได้รับยาสลบเข้าไปด้วย 
    • ส่วนการฉีดยาเข้าไขสันหลังหรือบล็อกหลังนั้น ลูกน้อยไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เพราะยาไม่ได้ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด เพียงแต่จะทำให้ส่วนล่างชา ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด แต่คุณแม่สามารถรับรู้ได้ทุกอย่าง พร้อมทั้งได้ยินเสียงและเห็นหน้าลูกทันทีที่เขาคลอดออกมา

    สมัยนี้ แม่เลือกการคลอดลูกแบบผ่ากันมากขึ้น เพราะเริ่มจะมีลูกกันช้าลง อายุมากขึ้น คลอดธรรมชาติยากขึ้น ยังไม่รวมโรคประจำตัวอย่าง ความดัน เบาหวาน และที่สำคัญไม่ต้องเจ็บคลอดเอง ทำให้การผ่าคลอดเป็นทางเลือกที่นิยมมากสมัยนี้ นอกจากนั้น ก็มีพ่อแม่บางคนที่ถือฤกษ์ถือยาม จึงเลือกการผ่าตัดคลอดมากกว่า ด้วยความเชื่อว่าเวลาเกิดที่ดี จะช่วยส่งเสริมความเจริญให้กับชีวิตลูก การผ่าตัดคลอดในปัจจุบัน

    การคลอดแบบผ่า จะเริ่มจากการดมยาสลบ และการฉีดยาเข้าที่ไขสันหลัง เรียกอีกอย่างว่า การบล็อกหลัง การผ่าตัดคลอดแบบดมยาสลบ คุณแม่จะไม่ได้มีส่วนร่วมในการคลอด ไม่ได้เห็นลูก ไม่ได้สัมผัสลูกหลังจากคลอดทันที เพราะต้องรอให้ฟื้นเสียก่อน และข้อเสียของการผ่าคลอดลูก เช่น ยาสลบอาจมีผลกับลูก ทำให้คลอดออกมาไม่ร้อง หายใจเบา เพราะรับยาสลบเข้าไปด้วย และการบล็อกหลัง คุณแม่นอนตะแคงให้ตัวงอแล้วฉีดยาเข้าไขสันหลัง โดยจะต้องฉีดยาชาก่อน จากนั้นร่างกายส่วนล่างก็จะชา สิ่งที่แตกต่างคือ คุณแม่จะมีสติและมีส่วนร่วมในการทำคลอด ได้ยินเสียง ได้เห็นหน้าลูก แต่หลังผ่าตัดก็จะยังชาต่ออีก 2-3 ชั่วโมง และที่สำคัญลูกการบล็อกหลังจะดีตรงที่ ลูกจะไม่ได้รับยาชาที่ฉีดไปด้วย เพราะยาจะเข้าตรงไปที่โพรงประสาทไขสันหลัง ไม่ได้ดูดซึมเข้ากระแสเลือดเหมือนการดมยาสลบ ซึ่งการบล็อกหลังข้อเสียคือ คุณแม่จะเสียเลือดมากกว่า และจะเจ็บแผลนาน แถมยังจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการคลอดธรรมชาติและแบบอื่นๆ

    การคลอดลูกในน้ำ

    การคลอดลูกในน้ำเป็นวิธีหนึ่งที่เริ่มได้รับความนิยมในต่างประเทศ เพราะช่วยลดความเจ็บปวดในการคลอด แต่ในประเทศไทยยังไม่แพร่หลายมากนัก การคลอดด้วยวิธีนี้ สุขภาพของคุณแม่ต้องแข็งแรง ไม่มีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ หากคุณแม่มีความพร้อมและมีสุขภาพครรภ์ที่แข็งแรง ไม่จำเป็นต้องให้ยาแก้ปวดหรือฉีดยาใดๆ และเมื่อศีรษะของทารกพ้นจากช่องคลอดของแม่แล้ว ก็สามารถลอยตัวอยู่ในน้ำ ช่วยรองรับแรงกระแทก ป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย รวมถึงคุณแม่เองก็จะรู้สึกเบาสบาย ไม่เจ็บอีกด้วย

    10 ข้อดีในการคลอดลูกในน้ำ

  • เจ็บน้อยกว่า ทำให้ออกซิเจนมีมากพอที่จะส่งไปยังทารกได้มากกว่าเพราะการลอยตัวอยู่ในน้ำจะช่วยลดการหดเกร็งของมดลูก และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี และยังจะทำให้ออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย แถมยังช่วยให้แม่ผ่อนคลายมากขึ้นอีกด้วย
  • คุณแม่สามารถขยับตัวไปมาได้อย่างอิสระและสบายกว่า เพื่อการขยับ ปรับเปลี่ยนทางทาง และตำแหน่งของร่างกายเพื่อช่วยให้ลูกสามารถคลอดออกมาได้ง่ายและเจ็บน้อยที่สุด
  • คลอดลูกในน้ำช่วยเบาแรงคุณแม่ในการคลอดลูกได้ เพราะการน้ำจะช่วยลดแรงดึงดูด ซึ่งน้ำจะช่วยพยุงแม่ไว้ให้แม่มีแรงคลอดมากขึ้น และง่ายขึ้น
  • น้ำจะช่วยกระตุ้นให้ปากมดลูกเปิดมากกว่า วิธีคลอดในน้ำจึงจะส่งผลดีสำหรับแม่ที่ยังไม่มีสัญญาณเตือนการเจ็บท้องคลอด
  • คลอดลูกในน้ำช่วยลดการเสียดสีของผิวหนังบริเวณฝีเย็บ ช่วยให้คุณแม่ไม่ต้องตัดเย็บบริเวณฝีเย็บ