Web Content Display Web Content Display

แผลผ่าคลอด

Web Content Display Web Content Display

การดูแลแผลผ่าคลอดและ 10 วิธีทำให้แผลหายเร็วขึ้น

เมื่อเห็นแผลเย็บจากการผ่าคลอด แปลว่าคุณแม่ได้ทำภารกิจอันยิ่งใหญ่สำเร็จแล้ว งานต่อไปคือการดูแลให้แผลที่เย็บไว้หายเร็วขึ้นโดยการทำความเข้าใจเรื่องของแผลผ่าคลอด และตามคำแนะนำต่อไปนี้ค่ะ

การมีแผลผ่าคลอด

แม้การผ่าคลอดจะช่วยให้แม่ไม่ต้องเจ็บปวดกับการคลอดแบบธรรมชาติ แต่หลังจากการผ่าคลอดทำให้เกิดแผลที่ต้องรักษา และทำให้เกิดความไม่สะดวกสบายในการใช้ชีวิตไปอีกสักพัก ซึ่งแผลผ่าคลอดนี้เองเป็นสิ่งที่แม่ต้องดูแลตัวเองให้ดีเป็นพิเศษ เพราะแผลอาจเกิดการอักเสบ ติดเชื้อ หรือ แผลแยก ทำให้ต้องเย็บใหม่

คุณแม่ส่วนใหญ่จำเป็นต้องมีแผลเย็บหลังคลอด ไม่ว่าจะเป็นแผลจาก การผ่าตัดคลอด หรือการตัดฝีเย็บหรือรอยฉีกขาดบริเวณช่องคลอด

แผลผ่าคลอดลักษณะเป็นอย่างไร

คุณแม่ส่วนใหญ่จำเป็นต้องมีแผลเย็บหลังคลอด ไม่ว่าจะเป็นแผลจาก การผ่าตัดคลอด หรือการตัดฝีเย็บหรือรอยฉีกขาดบริเวณช่องคลอด บาดแผลผ่าคลอดจะมีรูปร่างและลักษณะต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยเช่น วิธีและวัสดุที่แพทย์ใช้เย็บแผล โดยทั่วไปการผ่าตัดคลอดที่ผ่านการศัลยกรรมจะทำให้เกิดรอยแผลยาว 4-6 นิ้ว ซึ่งจะเป็นแผลลักษณะแนวนอนตามแนวขอบกางเกงชั้นใน หรือแผลอีกแบบคือแนวตั้งใต้สะดือ ขึ้นอยู่กับตอนผ่าคลอด และผิวชั้นนอกของแผลผ่าคลอดนี้จะเริ่มสมานกันหลังจากสัปดาห์แรกของการผ่าได้ผ่านไป จากนั้นแผลผ่าคลอดจึงปิดจะสนิท และเปลี่ยนลักษณะเป็นสีแดงอมม่วงราว 6 เดือน ก่อนจะจางเป็นสีขาวเรียบไปเรื่อยๆ จนหายดี

แผลผ่าคลอดที่เย็บไว้จะหายดีเมื่อไร?

โดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 2 - 4 สัปดาห์ แผลที่เย็บไว้จึงจะสมานกัน แต่ก็อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน หรือ 2 - 12 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับลักษณะของการเย็บ สิ่งสำคัญคือ ควรดูแลความสะอาดของแผลเป็นอย่างดี ไม่ให้ติดเชื้อ เพื่อให้แผลสมานเข้าด้วยกันโดยไม่มีปัญหา

12 วิธีการดูแลแผลผ่าคลอดให้หายเร็วและบรรเทาเจ็บแผล

  1. อย่าทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากนัก แม่ต้องห้ามยกของหนักเด็ดขาด โดยเฉพาะ 3 เดือนแรก
  2. หมั่นขมิบช่องคลอดบ่อยๆ เพื่อช่วยให้เลือดไหลไปเลี้ยงในบริเวณนั้นมากขึ้นและกระตุ้นการสมานแผล
  3. รักษาความสะอาดและคอยดูแลให้แผลแห้ง วิธีที่รวดเร็วก็คือ การฉีดละอองน้ำเพื่อล้างทำความสะอาด ทำวันละ 2-3 ครั้งและเช็ดให้แห้งอย่างเบามือ
  4. ต้องระวังอย่าให้ผ้าอนามัยไปขูดสีกับแผลที่เย็บไว้ และควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ
  5. คุณแม่อาจใช้ผ้าห่อน้ำแข็งประคบบริเวณแผลได้ แต่ต้องไม่เกินครั้งละ 2-3 นาที ความเย็นจะช่วยลดอาการบวม แต่หากนานเกินไปก็จะทำให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณแผลน้อยลง
  6. ใช้ผ้ารัดท้องหลังคลอดเพื่อช่วยพยุงกล้ามเนื้อส่วนหลังเวลาขยับเดิน อีกทั้งยังช่วยลดความเจ็บปวดจากแผลผ่าคลอด อาการเจ็บแผลผ่าคลอดจะลดลงได้ เช่น ด้วยการใช้ผ้ายางยืดกับแผลผ่าตัดไม่ให้ดึงรั้งจากผนังหน้าท้อง และอาการปวดตึงแผลผ่าคลอดจะค่อยๆ ทุเลาหลังจาก 48 ชั่วโมงผ่านไป แต่ถ้ายังมีเจ็บ สามารถทานยาแก้ปวดพาราเซตามอลช่วย
  7. แม่ต้องทานโปรตีน ซึ่งจะช่วยทำให้ แผลผ่าคลอดประสานกันไวขึ้น แม้หลายคนบอกว่าห้ามกินไข่ หรือนม แต่ทางการแพทย์แล้วทานได้ค่ะ แต่ทานให้พอดี ไม่เยอะเกินไป เพราะโปรตีนช่วยให้แผลผ่าคลอดหายเร็วขึ้น หรือประสานไวขึ้น
  8. ต้องขยับตัวบ้าง แม้แผลผ่าคลอดจะยังเจ็บมาก หลังวันผ่าคลอด 1 วัน ตามที่แพทย์สั่ง หากแม่ไม่เคลื่อนไหว อาจเกิดพังผืดขึ้นเกาะยึดติดอวัยวะภายในช่องท้องเสี่ยงกับภาวะท่อนำไข่อุดตัน หรือผ่าคลอดลูกคนต่อไปทำได้ยาก
  9. อาบน้ำช่วงแรกของการผ่าคลอด ให้ใช้การเช็ดตัวแทนอยู่ที่ประมาณ 7 วัน เพราะถ้าโดนน้ำจะทำให้แผลผ่าตัดอาจติดเชื้อและเกิดอักเสบ แต่หลังตัดไหมแล้ว วันถัดมาก็สามารถอาบน้ำได้ และควรปล่อยให้แผลลอกไปเอง อย่าแกะเกา ควรดูแลแผลผ่าคลอดให้สะอาดและแห้งเสมอ เพราะจะทำให้แผลหายช้า และถ้าพบว่าแผลเกิดการอักเสบ บวมแดง ดูผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์
  10. เดินบ่อยๆ ช่วยได้ เพราะแม่ผ่าคลอดจะฟื้นตัวช้ากว่าแม่ที่คลอดธรรมชาติ นอกจากนั้นอาจเสี่ยงเรื่องเลือดอุดตันที่ขา ทำให้การเดินบ่อยๆ ช่วยได้ สังเกตุได้จากวันหลังคลอดวันแรก ที่แพทย์จะให้คุณแม่ลุกเดินทันที เพื่อให้แม่ฟื้นตัวเร็วขึ้น และไม่เกิดภาวะเลือดอุดตันในภายหลัง การเดินนั้น ควรเดินตัวตรง ห้ามเดินหลังงอ เรื่องนี้สำคัญมาก การเดินหลังงออาจทำให้แม่หลังคู้ เพราะการผ่าคลอด ทำให้มดลูกสัมพันธ์กับกระดูกสันหลังด้วย
  11. หลังแผลแห้งสนิทแล้ว แผลปิดแล้ว ถ้าพบว่าเริ่มมีรอยแผลเป็น ให้ใช้ครีมซึ่งมีส่วนผสมของเสตียรอยด์อ่อน ๆ หรือครีมที่มีส่วนผสมของวิตามิน E
  12. คุณแม่ควร รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างสม่ำเสมอ เน้นอาหารที่มีกากใยสูงและดื่มน้ำมากๆ เพื่อไม่ให้ ท้องผูก 
ข้อควรระวังแผลผ่าคลอด

หากคุณแม่รู้สึกเจ็บตึงบริเวณแผลผ่าคลอดมาก หรือสงสัยว่าอาจมีการอักเสบติดเชื้อ ควรรีบไปพบสูติแพทย์ทันที

Average (0 Votes)

Web Content Display Web Content Display

 

บทความที่เกี่ยวข้อง