Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display

ลูกท้องเสีย ท้องร่วง

Web Content Display Web Content Display

7 วิธีบรรเทาอาการท้องร่วงของลูกน้อย

"ท้องร่วง" เป็นอาการของ “ลำไส้อักเสบ” มักเกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อโรค เช่น เชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือสารพิษ ซึ่งอาจจะผ่านมาทางอากาศที่หายใจเข้าไป หรือมาจากอาหาร เช่น การแพ้นมวัว การทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เป็นต้น ซึ่งส่งผลเสียต่อการย่อยอาหาร และการดูดซึมสารอาหารในลำไส้

อาการอุจจาระไม่เป็นก้อน หรือถ่ายเหลว เรียกว่า ท้องเสีย ถ้าถ่ายเป็นน้ำ 3 ครั้งหรือมากกว่าเรียกว่า ท้องร่วง หรือลำไส้อักเสบ ซึ่งอุจจาระอาจมีฟอง มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวรุนแรง หรือมีมูกเลือดปน

วิธีดูแลเบื้องต้นเมื่อลูกท้องร่วง:

1. ในวันแรก ให้ดื่มโอ อาร์ เอส (ORS: Oral rehydration salt) หรือ ผงละลายเกลือแร่ ปริมาณ 50-100 มล./น้ำหนักตัว 1 กก. โดยใช้ช้อนตักป้อนให้หมดภายใน 4 ชม.

2. ทารกที่กินนมแม่ ให้กินนมแม่ต่อไปโดยให้เด็กดูดนมบ่อยขึ้นกว่าปกติ แล้วให้โอ อาร์ เอส 15 มล./กก. กินทุก 4 ชม. ชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปกับอุจจาระ

3. ทารกที่กินนมชง ให้ลดปริมาณนมลงครึ่งหนึ่งของที่เคยกิน อีกครึ่งหนึ่งให้กินโอ อาร์ เอส เว้นห่างออกไปอีก 2 ชม.

4. หากเด็กทานอาหารตามวัยแล้ว ให้อาหารอ่อนๆ ได้แก่ ข้าวต้ม หรือโจ๊ก โดยอาจต้องเพิ่มให้บ่อยกว่าปกติ งดผักและผลไม้และอาหารมันๆ

5. ในวันที่สอง ถ้าถ่ายน้อยลง อาจงดดื่มโอ อาร์ เอสได้ และให้กินข้าวต้ม หรือโจ๊ก

6. เริ่มให้อาหารพวกโปรตีนได้ เช่น ใส่เนื้อไก่บดหรือสับ ลงไปในข้าวบด หรือข้าวต้ม

7. ให้กินอาหารปกติได้ เมื่อเห็นว่าถ่ายอุจจาระออกมาเป็นลำนิ่มเหมือนยาสีฟัน

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อพบว่าลูกท้องร่วง:

1. ให้อาหารและน้ำ เพราะจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและพลังงาน

2. ให้กินน้ำผลไม้ที่หวานจัด

3. ให้อาหารที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างบน

4. ให้กินยาฆ่าเชื้อที่ไม่จำเป็น

5. รักษาเองขณะที่ลูกมีไข้ ถ่ายเป็นเลือด อ่อนเพลียมาก มีอาการซึม ชัก

 

อาการหรือข้อบ่งชี้ ที่ควรพาลูกพบแพทย์ มีดังนี้

1. ถ่ายอุจจาระเป็นมูก หรือมูกเลือด

2. ไข้สูงหรือชัก

3. อาเจียนบ่อย

4. ท้องอืด

5. ไม่กินน้ำเกลือแร่หรือไม่กินนม อาหาร

6. ซึม อ่อนเพลีย

7. ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำบ่อย หรือมากกว่า 10 ครั้งต่อวัน

อาการท้องร่วงส่วนใหญ่หายได้เองโดยอาจไม่ต้องได้รับการรักษาใดๆ อย่างไรก็ตาม การดูแลรักษาเบื้องต้นด้วยการดื่มน้ำเกลือแร่ ปรับเปลี่ยนวิธีการรับประทานอาหารและดื่มนม และดูแลรักษาตามอาการที่พบ จะทำให้หายได้เร็วขึ้น ลดการเกิดภาวะขาดน้ำที่รุนแรง และลดโอกาสในการต้องพบแพทย์หรือต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาล