Web Content Display Web Content Display

พัฒนาการทารก 0-12 เดือน อาหารตามวัย

Web Content Display Web Content Display

พัฒนาการทารก 0-12 เดือนกับการให้อาหารตามวัย

ในช่วง 1,000 วันหลังเกิดนับเป็นช่วงวิกฤติ ทารกทุกคนควรได้นมแม่เพราะนมแม่มีสารอาหารที่ทารกต้องการสำหรับเสริมสร้างการเติบโตของสมองและเนื้อเยื่อต่างๆ อาหารกลุ่มที่สำคัญได้แก่ โปรตีน ไขมันกลุ่ม ดี เอช เอ และแร่ธาตุ พวกเหล็ก ไอโอดีน แคลเซียม เป็นต้น ในช่วงแรกเกิดถึง 6 เดือนสารอาหารที่ได้จากน้ำนมแม่เพียงพอสำหรับการเติบโต หลังจากนั้นกินนมแม่ต่อไปร่วมกับให้อาหารเด็กตามวัย เพื่อให้พลังงานและสารอาหารเพิ่มตามนำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่น้ำนมแม่ยังออกมาในปริมาณคงที่

ทารกอายุ 4-6 เดือน

ช่วงหัดกลืน อาจให้กล้วยครูด ½ ถึง 1 ผล เมื่ออายุได้ 6 เดือนกลืนเป็น กระเพาะรับอาหารได้ประมาณ 4-5 ช้อนกินข้าว ต้องให้อาหารพวกเนื้อสัตว์ ตับ เนื้อแดงมีโปรตีนและธาตุเหล็กและวิตามิน เอ สูง บดกับข้าว ในไข่แดงและผักใบเขียวอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก แต่อาจดูดซึมไม่ได้ดีเท่าจากเนื้อสัตว์ กล้วยนับเป็นผลไม้ที่ให้วิตามินและเกลือแร่ ไขมันนอกจากที่ได้จากติดมากับเนื้อสัตว์แล้ว มีการแนะนำให้เติมเม็ด Flax seed บดประมาณ 1/2 ช้อนชา เพื่อให้ได้ ดี เอช เอ จากพืช

อายุ 7 เดือน

กระเพาะรับอาหารได้ประมาณ 6 ช้อนกินข้าว สามารถกินไข่ขาวได้ จึงให้กินไข่ขาวได้ครึ่งฟองสลับกับเนื้อสัตว์ และเริ่มให้เนื้อปลาทะเล ในกรณีที่ไม่มีประวัติแพ้อาหารและโปรตีนนมวัว เพื่อให้ได้ไอโอดีนและ ดี เอช เอ

อายุ 8-9 เดือน

ให้อาหารบดหยาบขึ้น กระเพาะรับอาหารได้ 6-7 ช้อนกินข้าวแบ่งให้ 2 มื้อ จัดอาหารโดยทั่วไป ให้ข้าวสามส่วนเนื้อสัตว์หรือไข่อีก 1 ส่วน ผักและผลไม้อีกประมาณ 1 ส่วน

อายุ 10-12 เดือน

รับอาหารได้ 8-10 ช้อนกินข้าว แบ่งให้อาหารเป็น 3 มื้อ อาหารนิ่มขนาดเท่ากับครึ่งหนึ่งของเล็บนิ้วก้อยของลูก ให้ใช้นิ้วหยิบหรือใช้ช้อนตักกินได้

 

พัฒนาการทารกกับสิ่งที่ควรทำ:

1. ให้เพิ่มอาหารชนิดใหม่วันละอย่าง

2. แบ่งอาหารแต่ละชนิดแยกกัน เพื่อให้ลูกได้รับรู้รสของอาหารแต่ละอย่าง เช่น รสของเนื้อสัตว์ ผัก ข้าว ผลไม้

3. ให้ลูกฝึกหัดใช้นิ้วหยิบอาหารกินเองเมื่ออายุ 10-12 เดือน ขณะที่ลูกต้องการทำอะไรๆ ด้วยตัวเองแล้ว

 

พัฒนาการทารกกับสิ่งที่ไม่ควรทำ:

1. ให้อาหารที่ลูกเคยกินแล้วไม่สบาย เช่น มีผื่นขึ้น ถ่ายเหลวเป็นต้น

2. ให้กินกล้วยครูดอย่างเดียวต่อเนื่อง โดยไม่ให้อาหารอื่น จะทำให้ติดรสหวานและขาดสารอาหารพวกโปรตีน

3. เมื่อลูกใช้ลิ้นดุนอาหารออก ไม่ควรหยุดให้อาหาร ทารกยังตะหวัดลิ้นให้อาหารลงคอไม่เป็น ต้องฝึกต่อไปก่อน