Message Boards Message Boards

Banner Image
กระทู้คุณแม่ เปิดกว้างสำหรับคำถามและความคิดเห็น


ตั้งกระทู้ใหม่แล้ว

กรุณารอสักครู่ เพื่อไปยังกระทู้ของคุณ หรือ คลิกที่นี่ > เพื่อไปยังกระทู้ของคุณทันที
Banner Image
กระทู้เด็กเล็กวัย 1-3 ปี เปิดกว้างสำหรับคำถามและความคิดเห็น


Breadcrumb Breadcrumb

กระทู้เด็กเล็กวัย 1-3 ปี
ลูกชอบเป็นผดผื่นแดงๆ ตามก้นและข้อพับขา
เราไม่ได้เลี้ยงลูกในห้องแอร์ตลอดเวลาคะ  จะเปิดเฉพาะตอนกลางคืนจริงๆ แล้ว อากาศก็ไม่ได้ร้อนมาก แต่เราสังเกตว่า ลูกชอบเป็นผดผื่นแดงๆ ตามก้นและข้อพับขาและแขน คุณแม่ๆ พอจะมีวิธีไหนช่วยบรรเทาได้บ้างค่ะ 
มาศศิริ จันทร์คำ
14 ธ.ค. 60  17.31 น.
5 คำตอบ
คำตอบ # 5
เราก็ปวดหน่วงๆ เหมือนกัน  ทีแรกก็กังวลว่าจะเป็นไรมั้ย  ก็ถามๆจากคนเคยท้องมาก่อนเค้าก็ว่าจะปวดในช่วงตั้งครรภ์อ่อนๆ แบบนี้แหละ  ต้องดูแลตัวเองดีๆ ไม่เดินมาก ไม่ถือของหนัก พักผ่อนเยอะๆ ทำอะไรก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
จันจิรา ภัทรภูติกานต์
22 เม.ย. 61  21.53 น.
คำตอบ # 4
ลูกอายุเท่าไรคะ พาไปหาหมอก่อนดีกว่าค่ะ ว่าผดผื่นเกิดจากอะไรวิธีดูแลลูกให้ห่างไกลจากผดผื่นอาบน้ำหรือใช้ผ้าชุบคอยเช็ดตามซอกคอ ข้อพับหรือตรงที่เหงื่อออกให้ลูกทาโลชั่นสำหรับเด็กสวมเสื้อผ้าที่บางเบาให้ลูกเมื่อยังใส่แพมเพิส ช่วงที่อยู่ในบ้าน จะพยายามลดการใส่แพมเพิส เพื่อเลี่ยงการอับชื้น 
จันจิรา ภัทรภูติกานต์
22 เม.ย. 61  21.52 น.
คำตอบ # 3
แนะนำให้พบกุมารแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาให้เหมาะสมในแต่ละบุคคลค่ะ 
อัมภา บัวเพ็ชร์
18 เม.ย. 61  21.36 น.
คำตอบ # 2
อาบน้ำหรือใช้ผ้าชุบคอยเช็ดตามซอกคอ ข้อพับหรือตรงที่เหงื่อออกให้ลูก 
ประไพ สุดใส
24 ธ.ค. 60  06.05 น.
คำตอบ # 1

ผดผื่นในทารกเกิดได้จากหลายสาเหตุ  การป้องกันด้วยการรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อน เพราะจะทำให้ผิวยิ่งแห้งและยิ่งคันใช้สบู่อ่อน ๆ

หลังอาบน้ำควรใช้โลชั่นบำรุงผิวทาภายใน 3 นาที และต้องใช้เป็นประจำ

 

ส่วนเสื้อผ้าควรเลือกที่ทำจากใยฝ้าย ไม่ควรใช้ใยสังเคราะห์ หลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นการเห่อของผื่น เช่น ความร้อนหรือความเย็นมากเกินไป ไรฝุ่น อาหารบางชนิด

หากสังเกตว่าปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผื่นเป็นมากขึ้นค่ะ

 
หากมีอาการของผื่นรุนแรงมากขึ้นควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษานะคะ
นื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรค รวมทั้งโรคนี้เป็นโรคผิวหนังอักเสบแบบเรื้อรัง ปัจจุบันจึงยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แนวทางการรักษาจึงเป็นการรักษาผิวหนังที่อักเสบให้กลับมาเป็นผิวหนังที่ปกติและป้องกันการเห่อช้ำของผื่น ด้วยการรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อน เพราะจะทำให้ผิวยิ่งแห้งและยิ่งคันใช้สบู่อ่อน ๆ หรือเลือกสบู่ที่มีส่วนผสมของไขมันมากหน่อย หลังอาบน้ำควรใช้โลชั่นบำรุงผิวทาภายใน 3 นาที และต้องใช้เป็นประจำ ส่วนเสื้อผ้าควรเลือกที่ทำจากใยฝ้าย ไม่ควรใช้ใยสังเคราะห์ หลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นการเห่อของผื่น เช่น ความเครียด ความร้อนหรือความเย็นมากเกินไป ไรฝุ่น อาหารบางชนิด เช่น นม ไข่ ถั่วลิสง หากสังเกตว่าปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผื่นเป็นมากขึ้น
 
หากมีอาการของผื่นอย่างรุนแรงอาจใช้ยาทาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ แต่ไม่ควรใช้ต่อเนื่องนาน ๆ เพราะอาจมีผลข้างเคียง เช่น ผิวบาง ผิวแตกลายงา หรือมีผลต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกายได้เมื่อยาถูกดูดซึมเข้าไปมาก ๆ เช่นกดการเจริญเติบโตของเด็ก เมื่ออาการของผื่นทุเลาลงควรเปลี่ยนมาใช้ยากลุ่มที่ไม่ไช่ สเตียรอยด์ เช่น Calcineurin Inhibitors แทน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการผื่นระดับน้อยถึงปานกลาง แต่ถ้ามีการติดเชื้อมีตุ่มหนอง คราบน้ำเหลือง ควรรักษาด้วยยาปฎิชีวนะ ซึ่งควรให้แพทย์เป็นผู้ตัดสินใจ อาจใช้ยาแก้แพ้ชนิดรับประทานเพื่อบรรเทาอาการคันร่วมด้วย
 
การป้องกันการกำเริบของผื่นอักเสบ (เห่อ)
ในรายที่เป็นเรื้อรังและมีการเห่อซ้ำบ่อย ๆ อาจทายากลุ่ม Calcineurin Inhibitors เมื่อเริ่มมีอาการและอาการแสดงของผื่นภูมิแพ้ผิวหนังปรากฏขึ้นเช่น ผิวหนังแห้งตึง คันยุบ ๆ ยิบ ๆ มีอาการแสบ ๆ คัน ๆ ซึ่งจะช่วยหยุดหรือทำให้ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังลามช้าลง และลดหรือป้องกันการกำเริบของผื่น (อาการเห่อ) ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการควรคุมโรคระยะยาวดีขึ้น
 
ปัจจุบันทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่ไม่ใช่ยาทาสเตียรอยด์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโรคภูมิแพ้ โรคผิวหนัง หรือกุมารแพทย์
วารุณี จันทะวารีย์ พยาบาล
15 ธ.ค. 60  16.00 น.

แสดงความคิดเห็น หรือแบ่งปันความรู้ร่วมกันค่ะ
พิมพ์คำตอบ*
รูปประกอบ

Bookmark Forum Bookmark Forum

Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display