Message Boards Message Boards

Banner Image
กระทู้คุณแม่ เปิดกว้างสำหรับคำถามและความคิดเห็น


ตั้งกระทู้ใหม่แล้ว

กรุณารอสักครู่ เพื่อไปยังกระทู้ของคุณ หรือ คลิกที่นี่ > เพื่อไปยังกระทู้ของคุณทันที
Banner Image
กระทู้เด็กเล็กวัย 1-3 ปี เปิดกว้างสำหรับคำถามและความคิดเห็น


กระทู้เด็กเล็กวัย 1-3 ปี
ลูกอายุ 1.5 ปี ไม่ชอบกินข้าวไม่ชอบกินนม
กลุ้มใจกับลูกอายุ 1.5 ปี ไม่ชอบกินข้าวไม่ชอบกินนม ตอนนี้ยังกินอาหารหยาบไม่ได้เลย กลัวลูกขาดสารอาหาร แต่น้ำหนักส่วนสูงยังอยู่ตามเกณฑ์  ช่วยแนะนำด้วยค่ะ
สายพิณ เจ๊ะวงศ์
14 พ.ค. 60  20.07 น.
2 คำตอบ
คำตอบ # 1

ลูกวัย 1-3 ปี รายงานว่า ลูกมีปัญหาการกินเกิดได้จากหลายสาเหตุุ แต่ก็อาจจะเกิดจากที่คุณแม่อยากให้ลูกทานเยอะด้วย

ดังนั้นคุณสายพิณควรเช็คตามกราฟน้ำหนักและส่วนสูง (ซึ่งจะมีในสมุดบันทึกวัคซีนของลูก) แล้วยังอยู่ในช่วงปกติ อาหารที่ลูกได้อยู่ปัจจุบันนี้เพียงพอแล้ว

เด็กวัยนี้ควรทานอาหาร 3 มื้อครบ5หมู่ ดื่มนมประมาณวันละ 20-24 ออนซ์ต่อวัน

 

อย่างไรถ้าลูกทานน้อยน้ำหนักไม่อยู่ในเกนฑ์มีวิธีการกระตุ้นให้ลูกทานอาหารดังนี้ 

       -ให้กินอาหารเป็นเวลา สม่ำเสมอ และควรกินพร้อม ๆ กันทั้งครอบครัว เพื่อเป็นแบบอย่างและสร้างบรรยากาศการกินอาหารให้เด็ก
       -ขณะมื้ออาหารไม่ดูทีวี หรือเล่นของเล่นไปด้วย เพราจะทำให้เด็กไม่สนใจเรื่องกิน ทำให้กินช้า อมข้าวและอิ่มเร็วโดยที่ยังกินได้น้อย
       -ให้นั่งกินอาหารบนเก้าอี้จนเสร็จจึงจะให้ลง ไม่เดินตามป้อน
       -สังเกตชนิดและลักษณะอาหารที่เด็กชอบ ปรุงรสชาติให้ถูกปากเพราะเด็กสามารถแยกแยะรสชาติได้
       -กำหนดระยะเวลามื้ออาหารประมาณ 30-45 นาที เมื่อถึงเวลาที่กำหนดให้เก็บจาน แม้ว่าจะยังกินไม่หมดหรือกินได้น้อยก็ตาม งดอาหารระหว่างมื้อเมื่อเด็กหิวมื้อต่อไปจะทานได้มากขึ้น
 
่เด็กควรเริ่มทานอาหารหยาบได้เมื่ออายุ11 เดือน สำหรับคุณคุณสายพิณค่อยๆฝึกให้ลูกทานอาหารที่หยาบเพื่อฝึกในการเคี้ยว ฝึกตอนนี้ก็ยังทันเพราะลูกจะมีพัฒนาการการเคี้ยวการกลืนตามวัยได้ค่ะ
หากพ่อแม่เช็คตามกราฟน้ำหนักและส่วนสูง (ซึ่งจะมีในสมุดบันทึกวัคซีนของลูก) แล้วยังอยู่ในช่วงปกติ ให้เตือนตนเองเสมอว่าอาหารที่ลูกได้อยู่ปัจจุบันนี้เพียงพอแล้ว ไม่ว่าจะมีญาติผู้ใหญ่หรือคนอื่นทักก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันมีเด็กอ้วนในสังคมไทยจำนวนมากสูงถึง 15-20% ซึ่งเด็กที่น้ำหนักเกินจะมีส่วนสูงมากกว่าวัยด้วย (แต่ก็จะหยุดสูงเร็วด้วย) ทำให้เด็กในวัยเดียวกันที่น้ำหนัก ส่วนสูงปกติ ถูกเปรียบเทียบแล้วรู้สึกว่าเป็นเด็กผอมหรือตัวเล็กไป
       2.ไม่ใช้วิธีผิดๆ เพื่อให้เด็กกินมากขึ้น เช่น การตี ดุว่า บังคับ ใช้อารมณ์กับลูกหรือการตามใจ ต่อรอง หรือให้รางวัลเกินความจำเป็น
       3.ให้เด็กรู้สึกหิวก่อนถึงมื้ออาหารโดยงดอาหารหรือขนมจุกจิกระหว่างมื้อ ไม่ว่าจะเป็นขนมกรุบกรอบ น้ำหวาน ไอศกรีม ลูกอม ฯลฯ หากจะให้ ควรให้หลังอาหาร หากเด็กกินได้เหมาะสม
       4.ไม่ให้นมมากเกินไป เพราะเมื่อเด็กอายุเกิน 1 ปี ควรกินข้าวเป็นอาหารหลัก วันละ 3 มื้อ ส่วนนมจะเป็นอาหารเสริมเท่านั้น จึงต้องลดปริมาณลงเหลือวันละ 3-4 มื้อ และควรให้นมหลังอาหารเท่านั้น เด็กอายุมากกว่า 6 เดือน ร่างกายไม่ต้องการนมหลังจากหลับไปแล้วจนถึงเช้า จึงไม่ควรปลุกเด็กขึ้นมากินนม เพราะเด็กวัยนี้สามารถกินนมก่อนนอนแล้วอยู่ได้ถึงเช้า หากให้กินกลางดึกจะกลายเป็นความเคยชินและทำให้เด็กเบื่ออาหารเช้าเพราะยังอิ่มนม หลังอายุ 1 ปี ควรเลิกขวดนม ดังนั้นจึงให้เด็กเริ่มฝึกดูดจากหลอดหรือดื่มจากแก้วแทนตั้งแต่อายุ 10 เดือน
       5.ฝึกให้กินอาหารเป็นเวลา สม่ำเสมอ และควรกินพร้อม ๆ กันทั้งครอบครัว เพื่อเป็นแบบอย่างและสร้างบรรยากาศการกินอาหารให้เด็ก
       6.ขณะมื้ออาหารไม่ดูทีวี หรือเล่นของเล่นไปด้วย เพราจะทำให้เด็กไม่สนใจเรื่องกิน ทำให้กินช้า อมข้าวและอิ่มเร็วโดยที่ยังกินได้น้อย
       7.ให้นั่งกินอาหารบนเก้าอี้จนเสร็จจึงจะให้ลง ไม่เดินตามป้อน
       8.ทำบรรยากาศขณะมื้ออาหารให้ผ่อนคลาย พูดคุยกันเรื่องอาหาร หรือเรื่องเบาๆ ไม่ควรใช้เป็นเวลาที่จะมาต่อว่า ดุด่าว่ากล่าวกัน
       9.เปิดโอกาสให้เด็กช่วยเหลือตัวเอง เรื่องการกินให้มากที่สุดตามวัย โดยค่อย ๆ ลดการให้ความช่วยเหลือลงตามลำดับ ในเด็กต่ำกว่า 3 ขวบ ให้เด็กมีโอกาสถือหรือหยิบอาหารเข้าปากด้วยตัวเองบ้าง แม้จะเลอะเทอะไปบ้างก็ต้องยอม เด็กวัย 4 ขวบ ส่วนใหญ่สามารถตักอาหารเข้าปากได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องป้อน เพียงแต่ให้ความช่วยเหลือบางส่วน
       10.สังเกตชนิดและลักษณะอาหารที่เด็กชอบ ปรุงรสชาติให้ถูกปากเพราะเด็กสามารถแยกแยะรสชาติได้ตั้งแต่อายุไม่กี่สัปดาห์
       11.กำหนดระยะเวลามื้ออาหารประมาณ 30-45 นาที เมื่อถึงเวลาที่กำหนดให้เก็บจาน แม้ว่าจะยังกินไม่หมดหรือกินได้น้อยก็ตาม โดยไม่ต้องแสดงความวิตกกังวลหรือโกรธ แต่ให้งดของหวาน ขนม หรืออาหารว่างต่างๆ ทั้งหมดก่อนจะถึงมื้อถัดไปเพื่อให้เด็กเกิดความหิว ซึ่งจะกระตุ้นให้เจริญอาหารและรับผิดชอบเรื่องการกินว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลได้ดีขึ้น
วารุณี จันทะวารีย์ พยาบาล
15 พ.ค. 60  13.06 น.

แสดงความคิดเห็น หรือแบ่งปันความรู้ร่วมกันค่ะ
พิมพ์คำตอบ*
รูปประกอบ

Bookmark Forum Bookmark Forum

Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display