Message Boards Message Boards

Banner Image
กระทู้คุณแม่ เปิดกว้างสำหรับคำถามและความคิดเห็น


ตั้งกระทู้ใหม่แล้ว

กรุณารอสักครู่ เพื่อไปยังกระทู้ของคุณ หรือ คลิกที่นี่ > เพื่อไปยังกระทู้ของคุณทันที
Banner Image
กระทู้คุณแม่ตั้งครรภ์ เปิดกว้างสำหรับคำถามและความคิดเห็น


กระทู้คุณแม่ตั้งครรภ์
ท้องลูกคนที่ 2 มีอาการเหงือกบวม
เราท้องลูกคนที่ 2 แล้ว สังเกตุจากท้องแรก มีอาการเหงือกบวมและมีเลือดออกตอนแปรงฟัน พอมาท้องนี้ก้เป็น มันเกิดจากอะไรต้องไปหาหมอไหมค่ะ
บานเย็น พูลช่วย
12 ธ.ค. 59  18.31 น.
4 คำตอบ
คำตอบ # 4
แนะนำวิธีง่ายๆนะคะมีญาติเป็นหมอฟัน ให้เอาเกลือแกงผสมน้ำอุ่นหรือธรรมดาก็ได้ค่ะ แล้วใช้บ้วนปาก 3 เวลาหลังอาหาร และก่อนนอนใช้เกลือแกง 2 ช้อนชา น้ำ 1 แก้ว บ้วนได้เลยค่ะ อาการดีขึ้นมากเหงือกแดงลดลง เราก็ทำอยู่ ตอนนี้ท้อง 7 เดือนแล้ว ไม่ต้องไปซื้อน้ำยาบ้วนปากนะคะ เกลือป่นนี่แหละ เวิร์คมากค่ะ 
บำเพ็ญ สุวรรณา
20 ก.พ. 61  22.26 น.
คำตอบ # 3
รักษาสุขภาพในข่องปากเป็นพิเศษ ดื่มน้ำเยอะๆ ทานอาหารจำพวกวิตามินซีเยอะๆ ค่ะ 
ลักขณา สารพงษ์
15 ก.พ. 61  22.14 น.
คำตอบ # 2
ตอนท้องเราไม่เป็นเหงือกอักเสบจ้า มีแต่ปัญหาท้องลายอย่างเดียว
พรรัตน์ ศรีลิขิตร
25 ธ.ค. 59  04.39 น.
คำตอบ # 1
จากการศึกษาพบว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของแม่ตั้งครรภ์มักจะมีปัญหาโรคเหงือกอักเสบ โดยเหงือกมีอาการบวมแดงและเลือดออกง่ายขณะแปรงฟัน
ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคปริทันต์อักเสบขณะตั้งครรภ์ได้ ทำให้อาจมีเชื้อโรคจากภายในช่องปาก หรือสารเคมีที่เกิดจากการกระตุ้นของเชื้อโรคเหล่านั้นเข้าสู่กระแสเลือด
นำไปสู่การติดเชื้อหรือการอักเสบบริเวณช่องคลอด และอาจจะกระตุ้นให้เกิดการบีบตัวของมดลูก ทำให้เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนดได้ หรือมีภาวะคลอดทารกที่มีน้ำหนักแรกคลอดต่ำกว่าปกติ 
.
ดวรดูแลช่องปากโดย
 
  -ดูแลอนามัยช่องปากอย่างสม่ำเสมอ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดย ถ้ารู้สึกคลื่นไส้ขณะแปรงฟัน
  -บ้วนปากทุกครั้งด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาบ้วนปากที่แพทย์แนะนำ หลังอาเจียนหรือหลังรับประทานอาหาร
  -หลีกเลี่ยงอาหารที่หวานจัด เปรี้ยวจัด ควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเพิ่มการทานอาหารที่มีโปรตีน แคลเซียม และฟอสฟอรัสมากๆ เช่น นม ไข่ ปลาเล็กปลาน้อย รวมทั้งผักผลไม้แทน 

 

อย่างไรคุณบานเย็นควรพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก ซึ่งระยะเวลาที่เหมาะสมที่สามารถให้การรักษาฟันกับคุณแม่ได้ในช่วงอายุครรภ์เดือนที่ 4 - 6 แต่ถ้ามีอาการเหงือกบวม
อักเสบมาก ก็สามารถไปพบทันตแพทย์ก่อนได้ แต่อย่าลืมแจ้งคุณหมอนะคะว่ากำลังตั้งครรภ์เพื่อได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสมนะคะ
มื่อเริ่มตั้งครรภ์ คุณแม่ส่วนใหญ่จะพบการเปลี่ยนแปลงทางกายและจิตใจ โดยจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายจิตใจและอายุของคุณแม่ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ อาการแพ้ท้อง คลื่นไส้อาเจียน หิวง่าย ท้องอืด น้ำหนักตัวเพิ่ม หน้าท้องและเต้านมขยาย ปวดหลัง อารมณ์อ่อนไหว วิตกกังวลและนอนไม่หลับ จนทำให้คุณแม่อาจจะละเลยการดูแลสุขภาพช่องปาก ทำให้อัตราการติดเชื้อในโรคเหงือกจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดมากขึ้นตามลำดับ
...จากการศึกษาพบว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของแม่ตั้งครรภ์มักจะมีปัญหาโรคเหงือกอักเสบ โดยเหงือกมีอาการบวมแดงและเลือดออกง่ายขณะแปรงฟัน ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคปริทันต์อักเสบขณะตั้งครรภ์ได้ ทำให้อาจมีเชื้อโรคจากภายในช่องปาก หรือสารเคมีที่เกิดจากการกระตุ้นของเชื้อโรคเหล่านั้นเข้าสู่กระแสเลือด นำไปสู่การติดเชื้อหรือการอักเสบบริเวณช่องคลอด และอาจจะกระตุ้นให้เกิดการบีบตัวของมดลูก ทำให้เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนดได้ หรือมีภาวะคลอดทารกที่มีน้ำหนักแรกคลอดต่ำกว่าปกติ หรือน้อยกว่า 2,500 กรัม มากกว่าแม่ตั้งครรภ์ที่มีสุขภาพเหงือกดีประมาณ 2 - 4 เท่า หรือส่งผลกระทบต่อระบบสมองของทารก รวมทั้งอาจเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษระหว่างตั้งครรภ์ 
...ดังนั้นแม่ตั้งครรภ์ที่ได้รับการรักษาโรคปริทันต์และดูแลอนามัยช่องปากอย่างดี ก็จะช่วยลดความเสี่ยงและอัตราการเกิดโอกาสคลอดลูกก่อนกำหนดได้ค่ะ” 
การหลีกเลี่ยงหรือป้องกันการเกิดปัญหาโรคเหงือกอักเสบขณะตั้งครรภ์ ควรปฏิบัติอย่างไร ขอคำแนะนำด้วยค่ะ
“การรักษาสุขภาพในช่องปากระหว่างตั้งครรภ์ ก็เริ่มจากการดูแลอนามัยช่องปากอย่างสม่ำเสมอ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดย ถ้ารู้สึกคลื่นไส้ขณะแปรงฟัน ควรเลือกใช้ยาสีฟันที่มีคุณสมบัติดูแลรักษาเหงือกและฟันที่มีรสชาติเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยลดอาการคลื่นไส้ลงได้บ้าง ขณะเดียวกัน หลังขากคลื่นไส้อาเจียนหรือทานอาหารมื้อย่อยๆ ก็ควรบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง เพื่อลดคราบเศษอาหารและน้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันเพื่อช่วยกำจัดคราบพลัคเป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้รู้สึกสะอาดและสดชื่นขึ้น 
...ขณะเดียวกัน คุณแม่ที่หิวบ่อยควรหลีกเลี่ยงอาหารที่หวานจัด เปรี้ยวจัด ควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเพิ่มการทานอาหารที่มีโปรตีน แคลเซียม และฟอสฟอรัสมากๆ เช่น นม ไข่ ปลาเล็กปลาน้อย รวมทั้งผักผลไม้แทน 
...ที่สำคัญ คุณแม่ทุกคนควรให้ความสำคัญในการพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากก่อนตั้งครรภ์ เพื่อรับการรักษาพื้นฐาน ได้แก่ อุดฟัน ขูดหินปูน เพื่อเป็นการป้องกันโรคเหงือกและฟันผุขณะตั้งครรภ์ มีหลายคนเชื่อว่าขณะตั้งครรภ์ไม่ควรทำฟัน ซึ่งนั่นเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง ที่จริงทันตแพทย์สามารถให้การรักษาทันตกรรมกับคุณแม่ได้ในช่วงอายุครรภ์เดือนที่ 4 - 6 ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อทารก แต่ทั้งนี้คุณแม่ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบถึงการตั้งครรภ์ก่อนการรักษาทุกครั้ง เพื่อความระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ 
วารุณี จันทะวารีย์ พยาบาล
13 ธ.ค. 59  14.31 น.

แสดงความคิดเห็น หรือแบ่งปันความรู้ร่วมกันค่ะ
พิมพ์คำตอบ*
รูปประกอบ

Bookmark Forum Bookmark Forum

Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display