Message Boards Message Boards

Banner Image
กระทู้คุณแม่ เปิดกว้างสำหรับคำถามและความคิดเห็น


ตั้งกระทู้ใหม่แล้ว

กรุณารอสักครู่ เพื่อไปยังกระทู้ของคุณ หรือ คลิกที่นี่ > เพื่อไปยังกระทู้ของคุณทันที
Banner Image
กระทู้เด็กเล็กวัย 1-3 ปี เปิดกว้างสำหรับคำถามและความคิดเห็น


กระทู้เด็กเล็กวัย 1-3 ปี
น้ำหนักไม่ยอดลดหลังคลอด ทำไงดีคะ
เราเพิ่งคลอดลูกคนแรกค่ะ ตอนนี้น้ำหนัก 85 กก. ยังไม่ยอมลงเลยค่ะ  รู้สึกตัวบวมมาก ตั้งแต่คลอดลูกมาไม่ค่อยกล้าออกไปไหนเลย อยู่แต่บ้านอย่างเดียว ทำไงดีคะ ช่วยแนะนำเราที
สุธา ใหม่แก้ว
11 ธ.ค. 59  19.57 น.
4 คำตอบ
คำตอบ # 4
ถ้าพูดถึง พุงย้วย ๆ อันนี้ รอเป็นหลักปีอ่ะคะ กว่าจะหายย้วย ไม่ต้องทำอะไรอ่ะคะ แต่ถ้าจะลดน้ำหนัก เราว่า ควรออกกำลังกาย พร้อมกับควบคุมอาหารไปด้วย เป็นวิธีที่ดี และ ถูกต้องที่สุดคะ เพราะเราก็ใช้วิธีนี้ ยา ไม่แนะนำให้กิน เพราะจะโยโย่ ส่วนถ้าไปเสียเงินเข้าศูนย์ควบคุมน้ำหนัก สถาบันต่าง ๆ เราว่า สิ้นเปลือง เก็บเงินให้ลูกดีกว่าคะ ออกกำลังกาย ร่างกายแข็งแรงด้วยคะ 
พัชรี พิทักษ์วงค์
19 ก.พ. 61  22.29 น.
คำตอบ # 3
เราหลังคลอดเเค่อาทิตย์เดียวพุงยุบหาย หน้าท้องเเบราบ ใส่เส้ือผ้าไซส์เดิมกางเกงไซส์เดิม
อรอนงค์ บางดี
19 ก.พ. 61  22.07 น.
คำตอบ # 2
ให้ลูกกินนมแม่ แม่ลดอาหารหวาน มัน ของทอด 
ทัศนีย์ แซ่อึ้ง
24 ธ.ค. 59  06.06 น.
คำตอบ # 1

คุณแม่หลังคลอดน้ำหนักควรจะลดทันที 5-6 กก. ในกรณีของคุณสุธา ถ้าน้ำหนักไม่ลดอาจจะเป็นจากการไม่ได้ออกกำลังกาย ขอแนะนำที่ดีที่สุดเพื่อลดน้ำหนักหลังคลอดคือ

 

การเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ารเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สามารถช่วยลดไขมันในร่างกายไปได้อย่างมาก เพราะกระบวนการที่ร่างกายสร้างน้ำนมนั้นจะมีการดึงเอาไขมันในร่างกายไปใช้ และการให้นมแม่ในแต่ละวันสามารถช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกายของคุณแม่ไปได้ถึง 500-800 กิโลแคลอรีต่อวัน ถ้าคุณแม่ให้นมลูกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4-6 เดือนก็จะช่วยลดขนาดส่วนเกินของสะโพก หน้าท้อง ต้นแขน และต้นขาได้เป็นอย่างดี

 

คุณสุธาควรการเดินบ่อย ๆ อย่ามัวแต่นั่งหรือนอนเล่นอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ ทำกิจกรรมอื่น ๆ เล็ก ๆ น้อยอยู่ตลอดเวลาก็ช่วยให้น้ำหนักส่วนเกินลดลงได้

 

การนัดออกกำลังกายร่วมกัน เช่น การรวมกลุ่มเพื่อน ๆ ไปเดินที่สวนสาธารณะ เล่นโยคะ หรือไปเล่นฟิตเนส ถ้าคุณหมออนุญาติก็จะทำให้น้ำหนักลดลงการออกกำลังกายหลังคลอด การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นและมีประโยชน์อย่างมาก 

 

นอกจากนี้การรับประทานอาหารที่พอดีไม่มากหรือน้อยเกินไป เลือกอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีนผักผลไม้ที่รสไม่หวานก็จะทำให้น้ำหนักลดลงอย่างต่อเนื่อง ขอเป็นกำลังใจคุณสุธานะคะ 

ารเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คุณแม่หลายคนเลือกที่จะไม่เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเองด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา แต่ทราบหรือไม่ว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นสามารถช่วยลดไขมันในร่างกายไปได้อย่างมาก เพราะกระบวนการที่ร่างกายสร้างน้ำนมนั้นจะมีการดึงเอาไขมันในร่างกายไปใช้ และการให้นมแม่ในแต่ละวันสามารถช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกายของคุณแม่ไปได้ถึง 500-800 กิโลแคลอรีต่อวัน ถ้าคุณแม่ให้นมลูกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4-6 เดือนก็จะช่วยลดขนาดส่วนเกินของสะโพก หน้าท้อง ต้นแขน และต้นขาได้เป็นอย่างดี
แอ็กทีฟเข้าไว้ คุณแม่ควรทำตัวแอ็กทีฟโดยการเดินบ่อย ๆ อย่ามัวแต่นั่งหรือนอนเล่นอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ ยิ่งถ้าคุณแม่เป็นคนไม่ชอบออกกำลังกายด้วยแล้ว การหันมาทำงานบ้านอย่างการทำความสะอาด กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน หรือการทำกิจกรรมอื่น ๆ เล็ก ๆ น้อยอยู่ตลอดเวลาก็ช่วยให้น้ำหนักส่วนเกินลดลงได้แบบไม่น่าเชื่อ ส่วนการทำกิจกรรมร่วมกับคุณแม่คนอื่น ๆ ก็สามารถช่วยได้เหมือนกัน เช่น การนัดพบคุณแม่ท่านอื่นเพื่อให้ลูกได้มาเล่นด้วยกัน การจัดกิจกรรมในหมู่เพื่อนบ้านด้วยกัน การนัดออกกำลังกายร่วมกัน เช่น การรวมกลุ่มเพื่อน ๆ ไปเดินที่สวนสาธารณะ เล่นโยคะ หรือไปเล่นฟิตเนส ฯลฯ เพราะตราบเท่าที่คุณแม่ยังทำตัวแอ็กทีฟอยู่ทุกวัน คุณแม่ก็สามารถลดน้ำหนักส่วนเกินได้อย่างไม่ยากเย็น
ตั้งเป้าหมายจากน้อยไปมาก ถ้าคิดโดยรวมว่าเราอยากกลับไปน้ำหนักเท่าเดิมก่อนตั้งครรภ์ก็อาจจะดูห่างไกลจนทำให้คุณแม่หลายคนรู้สึกท้อ แต่การเปลี่ยนมาตั้งเป้าหมายให้เล็กลงโดยเริ่มที่น้ำหนักน้อย ๆ ก่อน ถ้าทำได้แล้วค่อย ๆ เพิ่มให้มากขึ้นก็จะทำให้คุณแม่มีกำลังใจในการลดน้ำหนักมากขึ้น เช่น ตั้งใจว่าจะเดินออกกำลังกายให้ได้วันละ 30 นาที และลดน้ำหนักให้ได้ 2-3 กิโลกรัมในช่วงเดือนแรก เป็นต้น นอกจากการตั้งเป้าหมายแล้ว การบันทึกความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเพื่อดูความก้าวหน้าว่าเราสามารถทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้หรือไม่ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มกำลังใจได้เป็นอย่างดี
การออกกำลังกายหลังคลอด การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นและมีประโยชน์อย่างมาก แต่ก็เป็นเรื่องยากสำหรับคุณแม่หลายคน เพราะต่างก็อ้างว่าไม่มีเวลา บ้างก็ว่าเหนื่อย เพลีย ไม่มีแรงบริหารร่างกาย ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผมอยากขอร้องให้คุณแม่ทุกคนพยายามบริหารร่างกายให้ได้วันละ 30 นาที ในช่วงที่ลูกหลับหรือมีคนช่วยดูแล โดยอาจแบ่งเป็นช่วงเช้า 15 นาที และเย็น 15 นาทีก็ได้ เพื่อคุณแม่จะได้มีเวลามากขึ้น สำหรับคุณแม่ที่คลอดตามปกติทางช่องคลอด 2-3 วันหลังคลอดคุณแม่ก็สามารถเริ่มบริหารร่างกายได้แล้ว เพื่อช่วยให้ร่างกายกลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด คุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะทำให้แผลฝีเย็บแตกหรือแผลแยก เพราะมันไม่เกี่ยวกันเลยครับ ส่วนคุณแม่ที่คลอดโดยการผ่าตัด ขอให้รอจนครบ 20 วันขึ้นไปก่อน หรือไม่เกิน 1 เดือนก็ควรเริ่มบริหารร่างกายได้เลย ไม่ต้องรอให้นานกว่านี้หรือรอจนถึง 2-3 เดือน เพราะถ้าเริ่มทำช้าก็จะได้ผลน้อย แต่ไม่ว่าจะคลอดเองหรือผ่าคลอด ในครั้งแรก ๆ คุณแม่อาจเริ่มบริหารเพียงไม่กี่ท่าหรือท่าละไม่กี่ครั้ง หรือออกกำลังกายแบบที่มีแรงกระแทกต่ำ เช่น การเดิน ปั่นจักรยานอยู่กับที่ หรือการว่ายน้ำ เพราะร่างกายยังอ่อนเพลียอยู่ แล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มขึ้นไปทีละนิดเมื่อร่างกายแข็งแรงแล้ว และที่สำคัญคุณแม่ควรสนุกไปกับการออกกำลังกายที่คุณแม่ชอบ เพราะเมื่อชอบแล้วจะทำให้คุณแม่มีความตั้งใจและทำต่อไปได้เรื่อย ๆ
การบริหารร่างกายหลังคลอด การบริหารร่างกายเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากสำหรับคุณแม่หลังคลอดใหม่ ๆ ทุกคน เพราะการบริหารจะทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องซึ่งถูกยืดออกมาหลายเดือนในระหว่างตั้งครรภ์ รวมถึงกล้ามเนื้อรอบ ๆ ผนังช่องคลอดซึ่งถูกยืดออกมาในระหว่างการคลอดได้หดตัวกลับสู่สภาพปกติมากที่สุด ป้องกันช่องคลอดหย่อนและกะบังลมเคลื่อน และช่วยลดไขมันที่สะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย (อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ การบริหารร่างกายหลังคลอด)
การเล่นโยคะ เป็นการบริหารร่างกายที่สามารถช่วยให้ร่างกายได้ออกกำลังกายอย่างนุ่มนวลและเป็นวิธีการลดน้ำหนักหลังคลอดได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้การเล่นโยคะยังเป็นการช่วยผ่อนคลายจิตใจ ร่างกาย และทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ซึ่งการยืดส่วนต่าง ๆ ของร่างกายในแต่ละครั้งนั้นจะช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้คุณแม่อยู่ในท่าที่ดีขึ้นและมีอารมณ์ที่ดีขึ้นด้วย
การทำกายบริหารแบบพิลาทิส (Pilates) เป็นการบริหารที่อยู่ในระดับสูงกว่าโยคะ การออกกำลังกายแบบนี้สามารถช่วยทำให้หน้าท้อง แขน และต้นขากระชับขึ้นได้ แต่คุณแม่ไม่ควรทำกายบริหารแบบพิลาทิสทันทีภายหลังการคลอด เพราะร่างกายของคุณแม่ยังไม่พร้อม ซึ่งคุณแม่อาจเริ่มเล่นโยคะไปสัก 2-3 เดือนก่อนแล้วจึงค่อยหันมาทำกายบริหารแบบพิลาทิสก็ได้
การอยู่ไฟหลังคลอด เป็นการอาศัยภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อฟื้นฟูร่างกายของคุณแม่หลังคลอด เพื่อปรับสมดุลในร่างกายให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว โดยใช้ความร้อนเข้าช่วย ซึ่งการดูแลคุณแม่หลังคลอดด้วยการอยู่ไฟในปัจจุบันได้มีวิธีการที่เปลี่ยนไป แต่ยังคงใช้รูปศัพท์เดิม คือ “การอยู่ไฟ” เพราะการแพทย์สมัยใหม่ได้เข้ามาแทนที่ ในช่วงหลัง ๆ จึงได้มีการส่งเสริมให้มีการอยู่ไฟด้วยแพทย์แผนไทยประยุกต์กันมากขึ้น การอาบ-อบสมุนไพรจึงถือเป็นกระบวนการหนึ่งของการอยู่ไฟด้วย ซึ่งหลัก ๆ จะประกอบไปด้วยการนวดประคบ การเข้ากระโจม อาบน้ำสมุนไพร และลงท้ายด้วยการนาบหม้อเกลือ (อาจมีบริการเสริมอื่น ๆ ด้วยแตกต่างกันไป)กเจ็บปวดแต่อย่างใด เพราะอาการจะดีขึ้นเมื่อคุณแม่ได้พักผ่อนสบาย ๆ เพียงแค่นั่งหรือนอนพักอยู่นิ่ง ๆ สักครู่อาการจะหายไปเอง
วารุณี จันทะวารีย์ พยาบาล
13 ธ.ค. 59  16.07 น.

แสดงความคิดเห็น หรือแบ่งปันความรู้ร่วมกันค่ะ
พิมพ์คำตอบ*
รูปประกอบ

Bookmark Forum Bookmark Forum

Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display