Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display

เพราะในช่วงแรกของชีวิต ระบบการย่อยและการดูดซึมอาหารยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้มีปัญหาในระบบทางเดินอาหาร และส่งผลให้เด็กไม่สบายท้อง

ความไม่สบายท้องเป็นปัญหาที่ได้มีการวิจัยว่ามีโอกาสเกิดขึ้นกับเด็กตั้งแต่วัยทารกและเด็กเล็กโดยทั่วไปได้ถึง 30%*

มีการสำรวจกลุ่มกุมารแพทย์ และพยาบาลจำนวน 500 คน พบว่าปัญหาส่วนใหญ่ที่สร้างความกังวลใจให้กับพ่อแม่จนต้องพาลูกมาพบแพทย์ คือ ปัญหาเกี่ยวกับระบบลำไส้หรือทางเดินอาหาร**

 

*Vandenplas Y et al. J Pediatr Gastroenterol Nutr. 2015;61(5):531-7

 

**Face to Face Interview in 500 HPCs in BKK & urban UPC-TNS HCP Tracker 2017

 

การร้องโคลิคอาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยกระตุ้น เช่น อาจเกิดจากระบบการทำงานของลำไส้ยังไม่สมบูรณ์ หรืออาหารไม่ย่อย มีแก๊สในระบบทางเดินอาหารมาก จนทำให้เด็กปวดท้อง หรือเป็นเพราะลักษณะพื้นอารมณ์ของเด็ก เด็กคุ้นเคยกับการอยู่ในท้องอบอุ่นของแม่มาก่อน เมื่อออกมาสู่โลกภายนอก เด็กก็รู้สึกหวาดผวา ตกใจกลัว ยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับโลกภายนอกได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการสันนิษฐานว่าอาจเป็นสาเหตุปัจจัย ที่ทำให้เกิดอาการร้องโคลิคได้ทั้งสิ้น

การร้องไห้ปกติถือเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่งของเด็ก แต่การร้องกวน งอแงเป็นพักๆ ในช่วงอายุ 5 เดือนแรกอาจเป็นการร้องโคลิค แม้จะไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่ก็คาดว่าเกิดจากระบบทางเดินอาหาร เช่น มีแก๊สในกระเพาะและลำไส้มาก ย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมได้ไม่หมด ระบบประสาทอัตโนมัติที่ทำให้การเคลื่อนไหวของลำไส้ผิดปกติ กรดไหลย้อน จุลินทรีย์ในลำไส้มีความหลากหลายน้อย แม้แต่อาการไมเกรน หรือแพ้นมวัวในเด็กก็อาจเป็นสาเหตุของการร้องโคลิคได้ *

แบบไหนเรียกว่าโคลิค**?​

  • มีสุขภาพทั่วไปแข็งแรงดี
  • มักเกิดในทารกอายุน้อยกว่า 5 เดือน
  • อาการร้องกวนมักเกิดโดยฉับพลัน
  • เกิดในช่วงเวลาเดิมๆในแต่ละวัน
  • เด็กร้องดัง คล้ายปวดท้อง โดยเกร็งท้อง มือ และขางอเข้าหาตัว
  • ระหว่างที่ไม่มีอาการ ลูกดูสบายดี
  • ร้องแล้วปลอบได้ยาก จนกระทั่งหยุดร้องไปเอง
  • ไม่สามารถป้องกันการร้องไห้ได้

ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางคร่าวๆ เพื่อประเมินเท่านั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าลูกมีอาการร้องโคลิคได้จริง หากมีข้อสงสัยขอแนะนำให้ลูกไปพบกุมารแพทย์ เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

* สุพร ตรีพงษ์กรุณา, ภาวะทางเดินอาหารทำหน้าที่ผิดปกติไร้โรคทางกายในเด็ก, 2558

** Zeevenhooven J et al. Pediatr Gastroenterol Hepatol Nutr. 2017;20(1):1-13.

 

** ตำราแนวทางเวชปฏิบัติโรคทางเดินอาหารในเด็กที่พบบ่อย ชมรมโรคทางเดินอาหารและโรคตับอักเสบในเด็ก

อาการท้องผูกในวัยเด็กส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของลำไส้ แต่อาจเกิดจากความล้มเหลวของการฝึกการขับถ่าย โดยมีปัจจัยด้านอาหารการกินเป็นปัจจัยเสริม เช่น การได้รับอาหารที่มีใยอาหารน้อยเกินไป ดื่มน้ำน้อยเกินไป หรือมีการเปลี่ยนแปลงสูตรนมในเด็ก ซึ่งบางครั้งก็อาจเป็นสาเหตุทำให้ท้องผูกได้

แบบไหนเรียกว่าท้องผูก*?​​

  • ลูกถ่ายน้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 ครั้งต่อสัปดาห์
  • มีลักษณะเป็นก้อน แห้ง แข็งเป็นลักษณะเม็ดกระสุน
  • ขณะขับถ่ายลูกต้องออกแรงเบ่งมากผิดปกติ
  • ลูกแสดงสีหน้าว่าเจ็บปวดทุกครั้งขณะขับถ่าย
  • อุจจาระที่ขับถ่ายออกมาอาจมีเลือดปนในบางครั้ง
  • เมื่อตรวจดูจะพบว่าลูกมีบาดแผลบริเวณรอบทวาร
  • ลูกกลัวเจ็บในการขับถ่าย แสดงอาการต่อต้าน เกร็งตัว
  • ขมิบก้น กลั้นอุจจาระ เพราะกลัวเจ็บ
  • ในเด็กที่ฝึกขับถ่ายแล้วแต่เคยกลั้นอุจจาระไม่อยู่อย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์

อาการเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางคร่าวๆ ประเมินว่าลูกมีโอกาสท้องผูกหรือไม่เท่านั้น เพื่อให้มั่นใจควรพาลูกไปพบแพทย์ ให้ลูกได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

* Zeevenhooven J et al. Pediatr Gastroenterol Hepatol Nutr. 2017;20(1):1-13.

การแหวะนมของลูกเป็นอาการที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ นอกจากจะทำให้เด็กได้รับอาหารไม่เต็มที่แล้ว ยังอาจทำให้มีการสำลัก หรือนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆได้

แหวะนมหรือสำรอกนม เป็นอาการที่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิด ส่วนใหญ่มักเป็นหลังมื้ออาหาร เพราะกล้ามเนื้อหูรูดของกระเพาะอาหารยังทำงานได้ไม่ดี หูรูดปิดไม่สนิทจึงแหวะนมได้ และนมที่เด็กกินก็เป็นของเหลว ทำให้มีโอกาสไหลย้อนออกมาได้ง่ายเช่นกัน

บางท่านเข้าใจว่า นมที่แหวะออกมาเป็นลิ่มคล้ายเต้าหู้ เป็นเพราะน้ำนมไม่ย่อยหรือนมที่ให้นั้นไม่ดี ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด แท้จริงแล้วเป็นเพราะกรดในกระเพาะอาหารทำให้นมแข็งตัวเป็นลิ่มได้

แบบไหนเรียกว่าแหวะนม*?​

  • มีอาการขย้อน หรือแหวะนมมากกว่า หรือเท่ากับ 2 ครั้งต่อวัน
  • หลังดูดนม ลูกมักมีอาการสำรอกนมเล็กน้อยออกจากปาก
  • หลังสำรอกนมแล้ว ลูกก็ยังดูดนมใหม่ได้ตามปกติ
  • บางครั้งอาจมีนมไหลออกมาทั้งทางจมูกและปากเล็กน้อย
  • น้ำนมที่สำรอกออกมา อาจมีลักษณะเป็นลิ่มคล้ายเต้าหู้
  • ลูกไม่เจ็บปวดทุรนทุรายขณะแหวะนม หรือทั้งก่อนและหลังแหวะ
  • ลูกยังดูแข็งแรง อารมณ์ดี ดูเจริญเติบโตได้ตามปกติ
  • ไม่มีอาการความผิดปกติอื่น เช่น มีเลือดออก ซึมไม่รู้สติ ชัก ฯลฯ

อาการเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางคร่าวๆ เพื่อประเมินอาการแหวะนม อาจจะยอมรับได้ ถ้ามีปริมาณไม่มาก แต่อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีปริมาณมาก บ่อยครั้งขึ้น น้ำหนักลด มีกลิ่นเหม็นรุนแรง หรือมีสิ่งอื่นเจือปน เช่น เลือด มีสีเหลืองของน้ำดี ก็ควรพาไปพบคุณหมอเพื่อรีบหาสาเหตุและแนวทางแก้ไข

*นายแพทย์มิชิโอะ มัตสุดะ เขียน, พรอนงค์ นิยมค้า แปล, สารานุกรมการเลี้ยงดูเด็ก เล่ม 1 เรื่องแหวะนม หน้า 85-86

  • เพื่อให้พัฒนาการไม่สะดุดจากปัญหาความไม่สบายท้อง นมแม่ดีที่สุด การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีความเหมาะสมกับระบบทางเดินอาหารและมีสารอาหารที่ลูกต้องการอย่างครบถ้วน
  • กรณีที่แม่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ การปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับนมสูตรย่อยง่ายและมีองค์ประกอบอื่นในสัดส่วนที่คิดค้นขึ้นเป็นพิเศษ อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยจัดการอาการไม่สบายท้องของลูก
  • ปัจจุบันได้มีการพัฒนานมสูตรย่อยง่าย ซึ่งมีงานวิจัยรับรองผลว่าช่วยจัดการปัญหาไม่สบายท้อง ช่วยให้อุจจาระนิ่มและขับถ่ายง่าย ช่วยลดอาการโคลิค ลดการแหวะนม โดยขึ้นทะเบียนเป็นอาหารทางการแพทย์ ซึ่งมีคุณสมบัติดังนี้

มีการปรับโครงสร้างไขมันให้เป็นชนิดเบต้า (β-palmitic acid) ช่วยทำให้อุจจาระนิ่มขึ้น ลดอาการท้องผูกและยังช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟัน1

มีการลดปริมาณแลคโตสให้พอเหมาะ เพื่อลดโอกาสการเกิดความไม่สบายท้อง พร้อมกระตุ้นและเสริมสร้างพัฒนาการของทางเดินอาหารในระยะยาว2

มีการปรับชนิดของโปรตีนให้เป็นโปรตีนเวย์ 100% ที่ย่อยแล้วบางส่วน เวย์เป็นโปรตีนคุณภาพสูง พบมากในน้ำนมแม่ เมื่อนำมาผ่านการย่อย ทำให้ย่อยง่าย ลดปัญหาร้องโคลิคและช่วยให้อุจจาระนุ่ม3

มีการเพิ่มใยอาหารพรีไบโอติก ที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์สุขภาพ ช่วยในการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ทำให้อุจจาระนิ่ม ขับถ่ายง่าย พร้อมช่วยลดการร้องโยเยในเด็ก4, 5

สารอาหารครบถ้วน ได้แก่ ดีเอชเอ เออาร์เอ วิตามินและแร่ธาตุ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการ

Reference:
1 Quinlan PT et al. J Pediatr Gastroenterol Nutr. 1995;20(1):81-90.
2 Moore DJ et al. J Pediatr. 1988;113(6):979-84.
3 Mihatsch WA et al. Acta Paediatr. 2001;90(2):196-8.
4 Moro G et al. J Pediatr Gastroenterol Nutr. 2002;34(3):291-5.
5 Moro G et al. Arch Dis Child. 2006;91(10):814-9.

“นมแม่คือโภชนาการท่ีดีท่ีสุดสำหรับทารกและให้ประโยชน์หลายด้านต่อทารกและมารดา การรับประทานอาหารท่ีดีต่อสุขภาพอย่างสมดุลของมารดาในช่วงก่อนและขณะให้นมลูกมีความสำคัญ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกับนมขวดในช่วงสัปดาห์แรกๆหลังคลอดอาจทำให้ปริมาณน้ำนมแม่ลดลงและทำให้การตัดสินใจกลับมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยากขึ้น ควรคำนึงถึงผลกระทบด้านสังคมและเศรษฐกิจในการใช้นมดัดแปลงสำหรับทารก การให้นมแก่ทารกอย่างไม่ถูกวิธีหรือการให้อาหารทารกด้วยชนิดหรือวิธีการที่ไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพได้ ในกรณีที่มารดาใช้นมดัดแปลงสำหรับทารกควรต้องปฏิบัติตามคำแนะนำในการใช้โดยผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นอาจทำให้ทารกไม่สบายได้ มารดาควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเรื่องโภชนาการสำหรับทารก”