Web Content Display Web Content Display

พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ

Web Content Display Web Content Display

พัฒนาการเด็ก 1 ขวบปีที่คุณพ่อคุณแม่รอคอย

คุณพ่อคุณแม่หลายคน ต่างรอคอยวันที่ลูกรักจะเอ่ยเรียกคุณพ่อคุณแม่ ด้วยคำว่า “แม่” และ “พ่อ” เป็นครั้งแรก สิ่งนี้ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ

นอกจากนั้นยังมีพัฒนาการเด็ก 1 ขวบอีกหลายสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกต สำหรับพัฒนาการทางด้านร่างกาย เด็กน้อย 1 ขวบจะเริ่มทำกิจกรรมต่างๆ ได้เองมากขึ้น เริ่มจากเรื่องการยืนเดิน เมื่อถูกดึงตัวขึ้น เขาจะยืนได้เองโดยไม่ต้องมีคนพยุง แต่อาจจะยืนได้เพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้น เด็กน้อยจะสามารถเกาะเดินไปตามเฟอร์นิเจอร์ได้แล้ว หรือบางครั้ง เดินได้โดยมีคนจับมือข้างหนึ่งไว้ และบางทีอาจจะเห็นเขาเดินก้าวแรกได้ด้วยตัวเองแล้วนะคะ

พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตเห็นการช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้นในกิจกรรมต่างๆ เช่น ดื่มจากถ้วยโดยมีคนช่วยถือ หยิบอาหารกินเอง หรือใช้นิ้วมือชี้หรือแหย่สิ่งต่างๆ

พัฒนาการเด็ก 1 ขวบด้านสติปัญญา

ในส่วนของพัฒนาการทางสติปัญญาเด็ก 1 ขวบ ตามที่เกริ่นไปข้างต้น นั่นก็คือ ลูกน้อยจะเอ่ยคำว่า“แม่” และ “พ่อ” ในช่วงวัยนี้ค่ะ นอกจากนั้น เขาจะส่ายหัวเพื่อบอกว่า “ไม่” เป็นอีกด้วย ลองสังเกตดูนะคะ ลูกน้อยจะจำชื่อของคนในครอบครัวได้แล้วค่ะ และจะมีการแสดงอาการวิตกกังวลเมื่อเจอคนแปลกหน้าด้วย

ลูกน้อย 1 ขวบจะเริ่มเลียนเสียงและกิริยาท่าทางของเด็กโตหรือผู้ใหญ่ เขาจะสามารถเข้าใจคำสั่งง่ายๆ ได้แล้ว อย่างเช่น “ส่งของเล่นให้แม่” และมีทักษะในการจดจำ มีสมาธิดีขึ้น ซึ่งจะเห็นว่าลูกน้อยจะจำกิจวัตรประจำวันได้ เช่น ลองบอกว่า “ได้เวลาอาบน้ำแล้ว” และลองสังเกตดูค่ะ พอลูก 1 ขวบ เด็กน้อยจะเริ่มสนใจสิ่งต่างๆ ในบ้าน และรอบๆ ตัว รวมทั้งหนังสือและของเล่น ขยับตัวตามเสียงเพลง รู้จักมองหาสิ่งของที่มองไม่เห็น เช่น ของเล่นที่ตกลงไปใต้โต๊ะ

นอกเหนือจากความปลาบปลื้มใจในคำเรียก“พ่อ” “แม่” ของลูกน้อย ยังมีพัฒนาการต่างๆ อีกมากมายหลายประการใช่ไหมละคะ คุณพ่อคุณแม่ต้องจับตาดูพฤติกรรมต่างๆ ดังกล่าวของลูกด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าลูกรักเจริญเติบโตครบขวบปีได้อย่างสมบูรณ์แบบหรือไม่นะคะ

พัฒนาการเด็ก 1 ขวบทางด้านอารมณ์และสังคม

เมื่อลูก 1 ขวบ จะเริ่มสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ส่งเสียงเอะอะ ร้องเรียกให้หันมาสนใจ ใช้นิ้วชี้ไปยังสิ่งของที่ตัวเองต้องการเพื่อให้คนอื่นหยิบให้ แม้จะ 1 ขวบ แต่ลูกก็ยังกลัวสิ่งต่างๆ อย่างเคย เช่น กลัวสัตว์ กลัวอาบน้ำ กลัวความมืด กลัวเสียง แต่ไม่ต้องห่วง เพราะความกลัวเป็นผลจากการจินตนาการของเด็ก ที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำความเข้าใจ และใจเย็นกับลูกให้มากเพราะวัย 1 ขวบนี้ ลูกมักจะมีอารมณ์อ่อนไหวง่าย ถ้าขัดใจนิดเดียว อาจถึงกับโมโหและร้องไห้ทันที นอกจากนั้น พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ จะมีการแสดงความเป็นตัวเองมากขึ้น รู้จักปฎิเสธ รู้จักพยักหน้า

ลูก 1 ขวบจะเริ่มสนใจเพื่อนรอบข้างมากขึ้น เริ่มสังเกตุคนที่อยู่รอบตัว เริ่มเปรียบเทียบของเล่นตัวเองกับของเพื่อน ทำให้บางครั้งเริ่มรู้จักไปคว้าของคนอื่นมาเล่นเอง

อาหารสำหรับพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ

เมื่อลูกน้อยอายุครบ 1 ปี ขึ้นไป เพื่อพัฒนาการที่ดี พ่อแม่ควรให้เด็กทานอาหารหลักให้ครบ 3 มื้อ และที่สำคัญคือ สารอาหารต้องให้ครบทั้ง 5 หมู่ และควรเป็นอาหารที่รสไม่จัด ไม่ควรใส่เครื่องปรุง เติมสารปรุงแต่งใดๆ เช่น อาหารของเด็ก 1 มื้อควรมีข้าวสวยนิ่มทานง่ายๆ และเพิ่มโปรตีนโดยการเติมไข่ หรือเนื้อสัตว์ที่ทานง่าย จากนั้นมีการเติมผักใบเขียว หรือผักสีส้มเหลืองเข้าไป เพื่อช่วยเสริมวิตามิน แร่ธาตุ ทำอาหารสำหรับเด็ก 1 ขวบขึ้นไป สามารถใช้วิธีผัด ทอด หรือทำเป็นแกงจืด และจะให้ลูกใช้ช้อนตักอาหารทานด้วยตนเองก็ได้ ฝึกให้ทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ลูกชิน เช่น ประโยชน์ของผัก-ผลไม้ และเนื้อปลา จะทำให้ลูกเริ่มเรียนรู้ และมีนิสัยการกินที่ดีต่อไป เพื่อพัฒนาการที่ดีของเด็ก 1 ขวบขึ้นไป

4 แหล่งของสารอาหารสำคัญสำหรับเด็ก 1 ขวบขึ้นไป

  1. โปรตีน สารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย นอกจากนั้น ยังช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอ อาหารที่ให้โปรตีนคือไข่ นม เนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น เนื้อปลา หมู ไก่ หรืออาจให้อาหารที่เป็นถั่วต้มเปื่อยต่างๆ เต้าหู้ สามารถใช้ทดแทนอาหารเนื้อสัตว์ในบางมื้อ
  2. โอเมก้า 3 และดีเอชเอ (DHA) ช่วยเสริมพัฒนาการของสมองและตา พบในปลาทะเลน้ำลึก และปลาที่มีไขมันสูง รวมถึงปลาทะเล และปลาน้ำจืดของไทยบางชนิด อย่างเช่น แซลมอน แมคเคอเรล ปลาทูน่า ปลาดุก ปลาทูและปลาสวาย และไข่แดง
  3. แคลเซียม จะช่วยบำรุงรักษากระดูก จำเป็นเพื่อการสร้างฟันน้ำนมที่ผุดขึ้นมาทีละซี่จนครบ ทั้งหมด 20 ซี่ เมื่ออายุ 3 ขวบ อาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียม ได้แก่ นมและ ผลิตภัณฑ์นม ผักใบเขียว งา เต้าหู้ และ ปลาตัวเล็ก
  4. ธาตุเหล็ก ช่วยการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงที่สมบูรณ์แข็งแรง ป้องกันโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กได้ ช่วยเสริมภูมิต้านทานให้แข็งแรง อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เนื้อสัตว์ ตับ เลือด ไข่แดง และอาหารวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง และส้ม